2012/01/30

เมื่อสื่ออเมริกาเสนอให้แบนสินค้า Apple

สัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากแอปเปิลจะรายงานผลประกอบการที่สุดยอดแล้ว ยังมีเรื่องวุ่นๆ ข้างกันด้วย โดยเรื่องนี้เริ่มต้นที่หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้นำเสนอเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากประเด็นว่าทำไมแอปเปิลต้องเลือกจีนเป็นฐานการผลิตสินค้า โดยเป็นการบอกเล่าถึงภาพอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นภายในโรงงานประกอบชิ้นส่วน ตลอดจนโรงงานซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับแอปเปิลทั้งหมด

ต้นทุนมนุษย์ในสินค้าแอปเปิล

ถ้าพูดถึงโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับแอปเปิล ชื่อของบริษัท Foxconn Technology ย่อมถูกนึกถึงก่อนใครอื่น และก็โรงงานของบริษัทนี้เองที่มีข่าวตั้งแต่พนักงานฆ่าตัวตายกันอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ จนถึงสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งแอปเปิลก็รับปากจะดูแลจัดการเรื่องนี้ แต่จากรายงานของหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านแรงงานระบุว่า บรรดาผู้ผลิตสินค้าให้แอปเปิลยังคงละเมิดระเบียบในการปฏิบัติต่อพนักงานที่เหมาะสมอยู่


มีรายงานว่า ระยะเวลาในทำงานก็ยังเป็นปัญหา พนักงานถูกสั่งให้ทำโอทีจนเกินข้อกำหนด 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หลายคนต้องทำงาน 7 วันไม่มีหยุดพัก หลายพื้นที่การทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสารเคมีที่เป็นอันตรายก็ไม่ได้ถูกควบคุมการทำงานให้รัดกุม พนักงานไม่น้อยต้องดมสารพิษจนเป็นผลเสียกับร่างกายในระยะยาว บริษัทคู่ค้าเหล่านี้ก็เพียงแก้ปัญหาโดยขอให้พนักงานลาออกและจ่ายเงินชดเชยให้ตามสมควร

2012/01/24

ATM เออรัก เออเร่อ

ATM เออรักเออเร่อน่าจะจัดเป็นหนังโทน feel good ประจำปีละเรื่องของค่าย GTH หน้าหนังออกมาค่อนข้างดึงดูดมาก กอปรกับแผนประชาสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบเหมือนเคย ATM จึงน่าจะปิดรายได้ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านสบายๆ



ปัญหาหลังดูหนังเรื่องนี้จบคือบทในภาพใหญ่นั้นหลวมและขาดน้ำหนักอย่างมาก สไตล์ของหนัง GTH ในระยะหลังที่ชอบใส่จังหวะการเล่าเรื่องสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นทำให้เกิดความโอเว่อร์ทันที แต่นั่นจะไม่เป็นปัญหาถ้าโครงเรื่องรวมมันยังพาเราไปจนจบได้อย่างไม่ขัดเขินอย่างกวนมึนโฮ หรือรถไฟฟ้าฯ แต่สำหรับ ATM นั้นโครงหลักโดดสุดๆ ทุกอย่างในหนังอุดมไปด้วยความบังเอิญและพอเหมาะพอเจาะเพียงเพื่อให้หนังมันดำเนินต่อไปได้แต่ละฉาก หนังสาดมุขแบบไม่ยั้งซึ่งล้วนได้ผลดี ใช้ซาวด์การ์ตูน และอุดมไปด้วยฉากที่โอเว่อร์เกินจริง จากนั้นช่วงท้ายหนังพยายามเร่งปิดจบโดยลากเข้าสู่ตอนจบให้มีอารมณ์โรแมนติก แต่น่าเสียดายว่าตลอดเรื่องหนังแทบไม่ทำหน้าที่ปูทางให้คนดูรู้สึกเข้าใจความรักในสถานการณ์แปลกๆ ของสองพระนางเลย ตอนจบจึงเหมือนก็จบแล้วน่ะ ไร้ซึ่งความประทับใจในคู่รักของหนังเรื่องนี้ ซึ่งอย่างที่เว็บบอร์ดพันทิปสงสัยว่าใครจะอยากดูหนังเรื่องนี้รอบที่สอง และพอคนไม่ดูรอบสองหนังเรื่องนี้จะร้อยล้านไหวหรือไม่

2012/01/21

20 บริษัทจดทะเบียน รู้ลึกธุรกิจในตลาดหุ้นไทย


มีคำกล่าวหนึ่งในการลงทุนหุ้นแบบเน้นพื้นฐานกิจการว่า อย่าซื้อหุ้นที่เราไม่รู้จักมันดีพอ คำถามก็คือแบบไหนเรียกดีพอ แล้วที่ควรรู้คืออะไรของมัน

ตัวอย่างที่ดีมากในตลาดหุ้นคือหุ้น CPN บ.เซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งนักลงทุนไม่น้อยก็ไม่รู้ว่า CPN ไม่ใช่ธุรกิจห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางคนรู้ว่า CPN คือบริหารพื้นที่ห้างเซ็นทรัล แต่ก็ไม่รู้ว่าไม่มีเซ็นทรัลสาขาไฮโซอย่างชิดลม ฯลฯ ซึ่งความไม่รู้นี้ก็สะท้อนให้เห็นได้จากการที่โบรกเกอร์หลายแห่งมักเชียร์ CPN โดยจับมันอยู่ในหมวดค้าปลีกไปเสียเลย ทั้งที่ไม่ใช่ (แต่ตลาดเขาจะเข้าใจยังไงก็อีกเรื่องนะ) กรณีแบบนี้คือการไม่รู้จักดีพอ เพราะเมื่อเราเข้าใจพื้นฐานกิจการจริง ก็จะช่วยให้ประเมินหลายอย่างได้ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น



ว่าแล้วก็เลยมาแนะนำผสมช่วยโฆษณาหนังสือของพี่นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ หรือนามปากกาสำหรับเล่มนี้คือสุมาอี้เล่มล่าสุด "20 บริษัทจดทะเบียน รู้ลึกธุรกิจในตลาดหุ้นไทย" ที่เล่าเรื่องในมุมมองพื้นฐานของบริษัท 20 แห่งในตลาดหุ้น หลายเรื่องคนอ่านอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่บางเรื่องก็ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่จากคนที่ศึกษากิจการเหล่านี้มาอย่างนี้ พี่โจ๊กเลือกหุ้น 20 ตัวโดยเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคต แล้วใส่ความเห็นของเขาว่าทิศทางใหญ่ในอุตสาหกรรม ไล่ลงมาถึงภาพระดับกิจการบริษัทนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร 20 ตัวที่เลือกมานั้นกระจายหมวดอุตสาหกรรมมากพอสมควรครับ

ตัวอย่างหุ้นในหนังสือนี้ก็มีอย่าง พฤกษา, บ้านปู, โฮมโปร, กรุงเทพประกันชีวิต, ศรีตรัง จนถึงออฟฟิซเมท

อ่านหนังสือนี้จบอาจจะรู้สึกถูกเชียร์หรือถูกตั้งอคติกับหุ้นบางตัวในเล่ม ผมอ่านก็รู้สึกได้ว่าบางตัวดูดีน่าซื้อ บางตัวก็ไม่ไหวเลย แต่ถ้าไม่คิดอะไรขนาดนั้น หนังสือนี้ก็ให้แนวทางได้ดีครับว่าถ้าเราจะศึกษาบริษัทในตลาดหุ้นสักแห่งหนึ่ง เราควรมองหาอะไร ประเมินอะไร ดูอะไรจริงจะบอกตัวเองได้ว่าเข้าใจกิจการนั้นดีพอสมควรจริง

หนังสือราคา 120 บาท ขนาพกพาสะดวก อ่านจบได้รวดเร็วตามสไตล์หนังสือพี่โจ๊กเขาเช่นเคย วางขายเฉพาะที่ B2S ครับ