2006/07/24

อวสานของโรตีบอย ที่ไวเกินคาด

เป็นเรื่องตลกมากสำหรับหนังสือธุรกิจบ้านเรา ที่เริ่มตีพิมพ์ความสำเร็จแบบทะลุขีดของโรตีบอย และจากนั้นไม่กี่เดือน ก็มาวิเคราะห์ถึงความล้มเหลวในท้ายที่สุด

กราฟไถขึ้นและลงทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในห้วงเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปีเท่านั้น เร็วยิ่งกว่าชานมไข่มุก หรือชาเขียวเสียอีก



ตอน ช่วงที่ได้ไปมาเลเซีย มีคนถามอยู่เหมือนกันว่าได้ไปลองต้นตำรับมามั้ย คำตอบคือเปล่า แต่คนที่นั่นก็บอกเล่าเพียงว่า ทุกวันนี้ร้านโรตีบอยที่มาเลเซียก็ไม่ได้เหมือนของเมืองไทย ถ้าให้นึกภาพง่ายๆ โรตีบอยที่ถิ่นแม่ตอนนี้ ก็คล้ายกับร้านกาโตว์เฮ้าส์ ที่มีเจ้า Mexican Bun เป็นเมนูเด่นอันหนึ่ง แต่ร้านก็ขายอย่างอื่นมากมาย ส่วนสาขาสิงคโปร์นั้นร่อแร่ ทยอยปิดกิจการไปแล้ว

ตำราธุรกิจอาจจพลิกทฤษฎีมาอธิบายหลายอย่าง แต่จุดที่ผมเชื่อว่าเป็น key ให้ร้านเข้าสู่ขาลงเร็วกว่าที่คิด

- อย่างแรกคือการ "ไม่จริง" เมื่อผู้บริหารโรตีบอยสาขาไทย ยอมรับว่าช่วงแรกมีการจ้างหน้าม้ามายืนต่อแถว โดยบอกว่าเป็นเทคนิคหนึ่ง ซึ่งเทคนิคจำพวกนี้มันใช้ได้แบบวูบแรกเท่านั้น แต่ระยะยาวต้องมีอะไรพิสูจน์อีกเยอะ

- ราคา ก็เป็นอีกปัญหา ช่วงแรกผู้บริโภคอาจะคิดว่า 25บาทก็พอทนได้ แต่เมื่อเจอคู่แข่ง Mr.Bun ที่ขายก้อนเล็กกว่า และแค่10บาท ก็เกิดยุทธการ "พอมีพอกิน" ทันที

- รสชาติที่ร้านภาคภูมิใจนักหนา ก็กลายเป็นหอกทิ่มกลับ เพราะบรรดาคู่แข่งก็สามารถเลียนแบบออกมาได้ใกล้เคียง ปัญหาคือคนไทยไม่ค่อยแยกแยะความต่างอันน้อยนิดได้หรอก แถมคู่แข่งก็มีมาสารพัดยี่ห้อทั้ง Mr.Bun โรตีมัม คอฟฟี่โดม หรือกระทั่งห้างโลตัส คาร์ฟูร์ก็มีทำขาย บนราคาที่ถูกกว่าเป็นหลัก

- สุดท้ายจริงๆ ก็คือมันยังพิสูจน์ได้ว่า คนไทยก็คือคนไทย ขนมปังก็ไม่อาจแทนที่ได้จริงๆ

นี่จัดเป็น model ที่น่าศึกษามากประจำปีนี้เลยนะครับ

ปล.ได้กิน Krispy Kream แล้วติดอกติดใจดี หวังว่าจะมีคนไทยใจกล้าซื้อมาทำนะ (Franchisee สาขาละ1ล้าน...เหรียญUSเอง!!!)

(ผู้จัดการ)โรตีบอยล้นตลาดชะตากรรมจะเหมือนชาเขียว

No comments: