2008/01/31

เต็มที่ทุกสัมผัส



นั่งดูโฆษณานี้ตอนกินข้าวกลางวัน ใครซักคนในโต๊ะก็เอ่ยว่า "ตกลงมันน่ากิน หรือน่าดูวะไอ้เป๊ปซี่กระป๋องนี้เนี่ย"

...อุตส่าห์ทำโฆษณามาตั้งห้าชุดคือ รสชาติ จับต้อง เสียง กลิ่น สายตา เห็นจะมีสายตานี่แหละอธิบายยากหน่อย น้ำสีดำพูดยังไงมันถึงจะดูเป็น สิ๊น-ละ-ปะ ได้เนี่ย!

2008/01/29

ดื้อเหมือนกัน

นึกเจตนาลึกๆของโพสท์ทูเดย์ ที่เขียนบทบรรณาธิการวันนี้แบบชัดๆไม่ออก แต่ก็นับว่าจี๊ดใจดี....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ดื้อเหมือนกัน

เป็นที่ทราบกันทั่วโลกว่า พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ที่ประทับขององค์ประมุขของไทยนั้น เป็นทั้งแปลงนา โรงสีข้าว โรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากแกลบ ที่ตั้งฟาร์มโคนม โรงงานนมอัดเม็ด ผลิตน้ำผลไม้กระป๋อง โรงเพาะเนื้อเยื่อพันธุ์พืชหายาก ฯลฯ

เป็นแปลงทดลองและโรงงานสาธิตเพื่อแก้ไขปัญหาให้ปวงพสกนิกร เป็นแหล่งค้นคว้าจนเกิดทฤษฎีที่ช่วยให้คนอยู่ได้ท่ามกลางความผันผวนและ วิกฤตในโลกนี้

บัดนี้โลกกำลังเริ่มรับรู้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด โรงเรียนกาสรกสิวิทย์สอนคน สอนควาย ให้อนุรักษ์และฟื้นฟูการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม

วานนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียน พร้อมมีพระราชดำรัสเรื่องสอนควายไถนาว่า

“...ให้ฝึกควายตัวเมียก่อน เพราะไม่ดื้อ ไม่มีปัญหาเหมือนควายตัวผู้เวลาอยู่ด้วยกันมากๆ จะมีปัญหา...”

พระราชดำรัสนี้ทำเอาเหล่าผู้เข้าเฝ้ากลั้นขันไว้แทบแย่ แต่ทันทีที่มีพระราชดำรัสต่อว่า

“แต่การรับคนที่จะมาฝึกไถนาไม่จำกัดเพศ..” ก็มีเสียงอุๆๆ อึ๊กๆๆ

มีพระราชดำรัสว่า “ถ้าฝึกให้ไถนา เป็นต้องฝึกควายกับควายใช้เวลา 7 วัน ควายตัวไหนดื้อก็ฝึกยาก แต่คนที่เรียนกับควายต้องใช้เวลาเรียน 10 วัน ถึงจะเรียนไถนาได้ และต้องมาเรียนรู้นิสัยควายก่อน คนที่มาเรียนต้องมีใจรักเห็นประโยชน์ของควาย นิสัยใจคอของควายชอบความสุภาพ ไม่ชอบให้คนพูด กระโชกโฮกฮาก ชอบความอ่อนโยน”

พระราชดำรัสนี้ทำให้รู้ว่า คน กับควายมีอะไรหลายอย่างเหมือนกันจริงๆ

บทบรรณาธิการ โพสท์ทูเดย์ วันอังคารที่ 29 มกราคม 2551

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

2008/01/27

ลาแล้ว หมาอ้วน แห่งลานเกียร์



เห็นชื่อหลายคนใน MSN แล้วตกใจ ถามไถ่ดูจึงได้ความว่า หมาอ้วน ประจำคณะวิศวฯจุฬาฯได้จากโลกไปแล้ว คาดว่าจะเป็นเมื่อคืนนี้ หลับลาจากไปที่หน้าภาคสำรวจ (อ้างจาก กระทู้นี้ใน Intania8x)

อ้วนเป็นสุนัขตัวเมีย มีจุดเด่นคืออ้วน มักเดินไปเดินมาในลานเกียร์ ชอบเข้าหาผู้คนโดยเฉพาะเฟรชชี่ ผลงานโดดเด่นหลายปีซ้อนคือการลอบเข้าไปเดินกระดิกหางในห้องเชียร์ได้เป็นประจำ อ้วนเป็นหลายๆอย่างที่คนในวิศวฯรัก วันรับปริญญาหลายคนไม่พลาดที่จะถ่ายรูปกับมัน แม้ตัวจะเหม็นไปหน่อย (ผมก็ด้วย) นี่ขนาดไม่ค่อยได้เข้าไปที่คณะฯ แต่ไปกี่ครั้งก็เจออ้วนส่ายหางมาทักทายทุกครั้ง วันนี้อ้วนไม่อยู่แล้ว หวังว่าวันข้างหน้าอ้วนจะกลับมาเป็นน้องใหม่ที่นี่ ที่วิศวฯจุฬาฯอีกครั้ง

ผมเคยเขียนบทความถึงอ้วน ลงหนังสือคณะฯอินทาเนียไทม์ ตอนสมัยตัวเองเป็นบก. ต้นฉบับเลยยังอยู่ ขอเอามาลงอีกครานึงนะ...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สุดยอดแฟนพันธุ์แท้หมาอ้วน!



คุณคงรู้จักหมาตัว(ไม่)น้อยตัวนี้ใช่หรือไม่? มันชื่ออ้วน

ชอบเรียกนักว่าอ้วน จริงๆอ้วนหนัก30กิโลกรัม ชั่งน้ำหนักไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนอินทาเนียไทม์ฉบับนี้ปิดเล่ม ที่คณะสัตวฯ (เพื่อเอามันไปทำแผลที่หาง)

อ้วนเกิดเมื่อไหร่ไม่มีการระบุไว้ หากแต่ทราบเพียงว่าอ้วนเกิดในสมัยที่ พี่ๆนายช่างรุ่น81 เพิ่งเป็นเฟรชชี่

อ้วนแทบจะอยู่กับกิจกรรมของนิสิตวิศวฯทุกกิจกรรม เห็นจะมีอย่างเดียวที่ไม่ได้ตามไปคืองานฟุตบอลประเพณีฯ สันนิษฐานว่ามันไกลเกินระยะทางที่มันจะจำจนเดินกลับมาเองได้

อ้วนเป็นสุนัขเพศเมีย น่าแปลกทีเดียวที่หลายคนเรียกมันว่า"ไอ้อ้วน" มันเป็นเพศเมียนะเฟ้ย! เรียกแบบนี้หยาบคาย

อ้วนมีญาณพิเศษ สามารถวิ่งมาหาได้ตามเสียงเรียกบูมบากาวิศวฯ ที่มีอัตราส่วนความดังและความยาว = 3:1 นอกจากนี้มันยังพาผองคณาญาติอย่างไอ้แจ่ม ไอ้xx ฯลฯ ด้วย

อ้วนเป็นหมาขยัน มันหมั่นเข้าเรียนในหลายๆคลาสที่เปิดสอน วิชาที่มันนิยมเทคคอร์สก็ได้แก่ Calculus, Materials, Stat, Manage และอีกมากมาย

(ได้ยินเค้าเล่ามา) ว่าครั้งหนึ่งอ้วนเคยไปเดิน CenterPoint แล้วท่าทางจะหลงกลับไม่ได้ ก็เผอิญมีรุ่นพี่ขับรถผ่านเลยหิ้วขึ้นรถ แล้วเอามาปล่อยที่คณะฯคืน

อ้วนชอบเดินเป็นเพื่อนนิสิตที่กลับบ้านดึกๆ แต่ปัญหาคือมันต้องผ่านคณะวิทยาฯ ซึ่งที่นี่อ้วนมีคู่ปรับอื้อ แต่มันจะไม่โดนทำร้ายหากมีนิสิตอยู่ด้วย ทางที่ดีควรไล่มันกลับไปคณะฯเถอะ เพราะเวลาคุณกลับบ้าน อ้วนมันต้องเดินกลับคณะฯตัวเดียว ....แล้วจะเหลือเรอะ!!

อ้วนสตาร์ทเครื่องได้ด้วย วิธีการง่ายๆก็คือเอาอะไรถูไถบริเวณสันกลางหลังอ้วน อ้วนจะโชว์กระตุกขาให้ด้วย....น่ารักเชียว +_+"

อ้วนก็เหมือนหมาคณะฯทั่วไป คือช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ มันจะผอมโซเชียว สาเหตุก็คงมาจากไม่ค่อยมีนิสิตมาเรียน อาหาร(ฟรี)เลยพาลขาดแคลนไปด้วย

ไปไหนในคณะเจออ้วน ก็แว้บทักทายมันซักนิดให้มันดีใจกระดิกหางหน่อย อ้วนเป็นหมาที่รักและชอบนิสิตวิศวฯมากเลยแหละนะ...จริงๆ ^_^

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แถมอีกรูปหนึ่ง ตอนนั้นต้องทำภาพประกอบ ก็เลยพยายามจัดท่าทางหลายๆแบบให้มัน อันนี้น่ารักดี จับอ้วนอ่านซอกเกอร์



หลับให้สบายนะ...

2008/01/25

สงครามนางฟ้า



แทนที่ข่าวใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่25 หรือหุ้นจะทิ่มลงต่ำกว่า 700จุด จะมาเป็นหัวข้อหลักในรอบสัปดาห์ ทีวีทุกช่องทุกช่วง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ กลับมาสนุกกับการเล่นข่าวการประท้วงละครโทรทัศน์เรื่อง"สงครามนางฟ้า" ไปเสียนี่

จริงๆแล้วก่อนหน้าที่ละครเรื่องนี้จะฉาย คนจำนวนมากก็ได้อ่านนิยายอินเตอร์เน็ตไปแล้ว และก็น่าจะคิดไปทางเดียวกันว่า มีโอกาสถูกประท้วงได้สูง แต่ด้วยสภาพของเรื่องที่มีสูตรชิงรักหักสวาท แม่ยายโหด ลูกสะใภ้รันทด เรียกว่าครบสูตรละครที่พึงจะฮิตได้ ก็น่าสนใจว่าเป็นละครที่พร้อมกวาดเรทติ้ง เพียงแต่อาจจะล่อแหลมในการถูกประท้วงจากการบินไทย (เพราะโครงเรื่องนี้ ก็นำมาจากเรื่องที่อ้างว่าเกิดขึ้นจริงในสายการบินนี้นี่เอง)

ถ้าหากพูดกันตามจริง สงครามนางฟ้าก็มีลักษณะเป็นละครชีวิตรันทด ตบกระจาย ซึ่งเป็นสูตรที่หาได้ในละครฮิตๆหลายสิบปีที่ผ่านมา เพียงแต่ความต่างของเรื่องนี้ คือตัวละครหลักของเรื่องประกอบอาชีพในสายการบินทั้งหมด ต่างจากละครอื่นที่พระเอก นางเอกไม่รู้ทำมาหากินอะไรวันๆหนึ่ง ก็เท่านั้นเอง

ประเด็นนี้ถ้าให้เถียงกันจริงๆก็คงยาว เพราะมันก็คือละครน้ำเน่าที่คนไทยดู เพียงแต่เรื่องนี้อาจจะผสมสูตรแบบเยอะ และโอเว่อร์ไปสักหน่อย แต่จริงๆก็สะใจกันไม่ใช่หรือ? ส่วนประเด็นวิชาชีพ...คงไม่ยุติกันง่ายๆ

อย่างไรก็ดี ข่าวนี้จัดเป็นโจ๊กระดับไปแล้ว เพราะสื่อต่างชาติต่างสนใจประเด็นนี้ไปเล่นกันอย่างสนุก

CNN: Saucy Thai series causes stir
BBC: Bubble bursts for Thai soap opera
Reuters: Longer skirts and fewer fights for airline soap
Variety: Thai soap makes flight attendants foam

ข่าวเล็กๆที่ไม่ธรรมดา...

เรื่องย่อสงครามนางฟ้า

2008/01/23

ฮวงจุ้ยในที่ทำงาน

เคยศึกษาฮวงจุ้ยกันไหม?

ผมชอบนั่งอ่านเรื่องฮวงจุ้ย แต่ในมุมมองแบบไม่งมงายแต่หาเหตุผล รู้สึกว่าสนุกและน่าสนใจดี อันนึงที่อ่านเจอมาคือเรื่องการจัดฮวงจุ้ยในโต๊ะที่ทำงาน เขาสรุปมาเป็นข้อๆดังนี้

1. โต๊ะต้องหันไปหาประตู อย่าให้เราต้องหันหลังให้ประตู
2. ถ้าหากมีทางเดินพุ่งเข้าหาประตูจังๆ เอากระจกติดไว้ที่ประตู
3. ถ้าหากทางเข้าที่ทำงาน เดินไปหาฉากกั้น (partition) เอากระจกติดที่ตรงนั้น
4. ใช้ภาพที่สบายตาเป็นผนังด้านหลัง ต้นไม้ หรือรูปธรรมชาติ (แม่น้ำ น้ำตก) จะเหมาะสม

ทุกอย่างมีหลักอธิบายในทางจิตวิทยา หรือวิทยาศาสตร์ได้ทั้งนั้นนะครับ

2008/01/19

ผัดหมี่โคราชกุ้งสด

คิดไม่ออก ไม่รู้จะไปหาข้าวกินที่ไหน เลยงัดตู้กับข้าวมาดูพบไอ้นี่...



ซื้อมาตั้งหลายวันแล้ว เป็นสินค้า OTOP แถวๆนี้ ชุดผัดหมี่โคราชกึ่งสำเร็จ มีเส้นกับน้ำผัดปรุงแล้วแยกมาให้ เหมาะสำหรับมือผัดที่ไม่สามารถในการปรุงรส เพราะเจ้านี่ปรุงมาให้เสร็จเลย

ขั้นตอนการทำ เอาหมี่แช่น้ำ ตั้งกะทะ ใส่น้ำกับน้ำผัด แอบไฮโซด้วยการใส่น้องกุ้ง (ปกติผัดหมี่โคราชที่นี่เขาใส่หมูกัน) ตั้งกะทะไปจนเริ่มเดือดปุดๆ

จากนั้นก็โยนหมี่ทั้งกำลงไปโครมๆ แล้วก็ยีๆ ผัดๆ คนๆ กวนๆ



อย่าหยุดแค่นี้ ขั้นตอนต่อมาคือการแต่งเติมเรื่องราว (....ใส่ไข่ +_+" โทษทีที่ไม่ขำ)



ปรากฏว่าตอกไข่แผล่บเดียว น้ำแห้งติดกะทะเลยซะงั้น.... เลยต้องรีบยีๆแล้วเอาขึ้นเลย

หน้าตาผัดหมี่โคราชกุ้งสด เลยดูพิลึกกึกกือฉะนี้แล.....



ผลลัพธ์
- น้ำปรุงรอบนี้เผ็ดไปหน่อย
- ทำเท่ตอกไข่มือเดียว เลยดันมีเปลือกไข่ปนนิดนึง
- ใส่หมูน่าจะเข้าท่ากว่ากุ้งจริงๆนั่นแหละ

รอบหน้าวัดดวงกันใหม่

2008/01/14

ลดโลกร้อน ให้สามบาท

กล่าวกันว่าปีที่ผ่านมากระแสโลกร้อนนั้นจุดอย่างได้ผล ได้ผลในด้านการรับรู้ว่าโลกมันร้อนขึ้นแล้วนะเว้ย แต่ส่วนรายละเอียดนั้นอาจจะดูกำกึ่ง โดยเฉพาะภาคปฏิบัติที่ออกมาว่า "ถือถุงผ้าลดโลกร้อน" แต่ข้างในใส่ถุงพลาสติกตามเคย

กลยุทธ์รณรงค์การใช้ถุงผ้าที่มีการเสนอกันมาก คือการลดราคาสินค้า หรือคืนเงิน เมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าไม่ใช้ถุงพลาสติก แต่ก็นั่นแหละ ราคาของถุงพลาสติกใบหนึ่งมันก็ไม่ถึงบาทด้วยซ้ำ (ถ้าเป็นถุงธรรมดาแบบเซเว่น หรือโลตัส) จะเอามาลดให้ตื่นตาตื่นใจลูกค้าก็คงไม่ง่ายนัก



...จนกระทั่งมาเจออะไรเข้าท่าเข้าทีที่ร้านหนังสือ B2S...
แคมเปญ "B2S Bag it! : No Plastic" ชวนประชาชนร่วมกันใช้ถุงผ้า งดรับถุงพลาสติก ทุกครั้งที่ใช้บริการที่บีทูเอสจะได้รับใบไม้จาก 3M Post it (r) เพื่อนำไปติดบนต้นไม้แห่งความสุขที่บีทูเอส ใบไม้ 1 ใบ แทนเงินบริจาค 3 บาท เพื่อร่วมสบทบทุนสร้างสวนพักผ่อน-สนามเด็กเล่น ให้แก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มกราคม 2551
ถ้าคุณๆพอจะทราบ ธุรกิจร้านขายหนังสือมีกำไรอยู่ที่เล่มละเฉลี่ย30%จากราคาปก ฉะนั้นจะเห็นว่าการบริจาคสามบาท อาจจะทำให้ B2S ควักเนื้อบ้าง (ถ้าถุงพลาสติกร้านนี้ราคาใบละสามบาท ก็แย่แล้ว...) แต่ก็ไม่ได้มากมายเลย แคมเปญก็ทำแบบระยะสั้น ได้หน้า ได้ทำบุญ เร่งยอดขายอีกต่างหาก

ไม่ใช่ไม่อยากทำกุศล แต่ถ้าร้านค้าลองเปลี่ยนมาลดราคาสินค้าเลยจริงๆ รับประกันงานนี้ลดโลกร้อนแถมขายดีจริงๆนะเออ

B2S Bag it! : No Plastic

2008/01/10

มะตะบะ ถ.โพธิ์กลาง

มีคนบอกให้ไปลองมาหลายที ก็เลยโฉบแว้บไปซื้อมากิน เป็นร้านโรตีรถเข็น ขายทุกแบบใส่ไข่ ใส่นม ส่าย...+_+" ไม่ใช่แระ

ก็มีทั้งโรตีธรรมดา ใส่ไข่ ใส่กล้วย จนถึงมะตะบะไก่ ราคา30บาทเท่านั้น คิวยาวเอาเรื่อง ผมไปยืนรอคิวอยู่20นาทีกว่าจะได้กิน



ใช้ได้และคุ้มค่าดี วันหลังจะแวะไปอีกที ร้านอยู่ตรงถ.โพธิ์กลาง ตรงข้ามกับร้านเต๊กฮะชื่อดัง ให้แผนที่หยาบๆได้ดังนี้....


View Larger Map

(จริงๆสาระของ entry นี้คือจะลองใช้ Google map แหะๆ)

2008/01/05

เครื่องจักรลดเวลา



รูปแบบมาตรฐานของธนาคาร โดยเฉพาะสาขาย่อยตามห้างสรรพสินค้า คือการมีตู้ให้บริการหน้าธนาคารสามชนิดคือ ถอนเงิน ฝากเงิน และปรับสมุด สองอย่างหลังเป็นของที่มาทีหลัง แต่ช่วยลดโหลดงานของพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ได้อย่างมาก ช่วยลดให้มีแค่ลูกค้าที่ฝากเงินหนักๆไปที่เคาน์เตอร์ (ส่วนมากคือพวกขายของ และนำส่งรายรับแต่ละวัน) ลูกค้าที่ฝากไม่มากก็สามารถหนีมาใช้เครื่องฝากเงินได้

ได้เจอเหตุการณ์หนึ่งกับตัว ก็เลยมาฉุกคิดว่าตู้เหล่านี้ช่วยลดเวลาเราแค่ไหน ณ เวลา18นาฬิกาวันศุกร์ ตู้เสียทั้งหมด ลูกค้าที่ฝากเงินไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ต้องเข้าไปใช้บริการเคาน์เตอร์ข้างในทั้งหมด ซึ่งผลก็คือคิวยาวมาก

25นาทีผ่านไปก็ถึงคิวของผม คำสั่งฝากเงินเข้าบัญชีและปรับสมุด ถูกกระทำเสร็จสิ้นในเวลา 46วินาทีเท่านั้น (เซ็งมาก ก็เลยจับเวลาซะเลย)

จะเห็นว่าความเร็วของการทำคำสั่งฝากเงินและปรับสมุดด้วยเคาน์เตอร์ ต่ำกว่าการทำคำสั่งผ่านเครื่องหน้าธนาคารสองเครื่องด้วยซ้ำไป (ตู้ละเกือบๆ1นาที สองตู้) แต่คิวที่เคาน์เตอร์ใช่มีแต่ฝากเงินและปรับสมุด จริงๆแล้วธนาคารพยายามผลักภาระนี้ให้ลูกค้าไปคุยกับเครื่อง เพื่อให้เคาน์เตอร์ได้ดูแลลูกค้าที่ทำอะไรยากๆแทน ฉะนั้น....

(1) ถ้าทำแค่คำสั่งพื้นๆที่มีให้บริการผ่านเครื่อง จงใช้เครื่อง
(2) ถ้าริทำคำสั่งพื้นๆผ่านเคาน์เตอร์ ให้แน่ใจว่ามันหวือหวาพอ (ฝากเป็นล้าน ถอนเป็นแสน)
(3) ถ้าเงื่อนไขไม่เข้าสองข้อขั้นต้น แต่พนักงานเคาน์เตอร์หน้าตาดี จงเสียเวลารอ!

+_+" เอ๊ะ ยังไง

(ปล.เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดกับธนาคารในภาพนะ)

2008/01/03

Favorite songs 2007

งัดเพลงใน iPod ตัวเองมาดู พบว่าปีที่ผ่านมามีเพลงที่น่าสนใจเยอะดี แต่เพลงที่เสพติด (ฟังบ่อยจัดๆ) มีไม่มาก เลือกออกมาได้ 5 เพลงดังนี้ (entry นี้ clip จะเยอะหน่อย ขออภัย)



(1) นับถอยหลัง - Instinct

Instinct ไม่ใช่วงหน้าใหม่ นักร้องนำ(ปาล์ม)คือคนเดียวกับนักร้องนำวง Girl เมื่อหลายปีก่อน แต่คราวนี้เขาฟอร์มวงร็อคกับเพื่อนอีกคน(ปอ) ด้วยเครื่องดนตรีที่แปลกสำหรับร็อค นั่นคือเปียโน ทุกเพลงใน Instinct จะให้ความสำคัญกับเปียโนมาก ต้องมีจังหวะให้เสียงเปียโนเด่นออกมา ใครจะว่าแปลกก็เหอะ ผมชอบของผมละกัน



(2) Bleed It Out - Linkin' Park

หลังจากดีอกดีใจที่ลิงกินผักจะกลับมา แต่พอเพลงเปิดตัว What I Have Done ออกมา ก็ทำเอาสาวกลิงกันผักช็อคพอควร ก็พี่แกเปลี่ยนแนวไปเลย อัลบั้มนี้เพลงค่อนข้างลดระดับลงตามอายุนักร้อง ถ้าว่ากันตามจริงอัลบั้มนี้ถือว่าเจ๋งมาก เพียงแต่คนทำชื่อลิงกินผัก มันก็เลยจัดว่าธรรมดา ในอัลบั้มนี้เพลงที่พอจะให้ความรู้สึกหนักๆ ก็เห็นจะมีเพลงนี้แหละ



(3) เธอคือใคร - ETC.

ETC. ชุดนี้เพลงฮิตเยอะมาก ที่เด็ดกว่าคือเพลงนี้มันเพราะมากมายก่ายกอง เพราะจับจิต (เฮ้ย! ใครหาว่าอิน...)



(4) ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ - ป๊อป แคลอรี่และดา เอนโดฟิน

ไม่ใช่เพลงใหม่ แต่ดังจัดๆเพราะเอามาร้องใหม่และประกอบหนัง เนื้อหาเพลงว่าด้วยความรักที่เป็นไปไม่ได้และผ่านมาผ่านไป จึงได้สมญานามเพลงชาติร้านเหล้าประจำปี50 ไม่ได้ไปดื่มมากมายในปีที่ผ่านมา แต่รู้ว่าเพลงนี้มาเมื่อไหร่ ครวญกันสนั่น!



(5) อกหัก - Bodyslam

Bodyslam ทำตัวใกล้เคียงคาราบาวไปทุกที ในแง่เพลงต้องเพื่อชีวิต สอนคนให้สู้ชีวิต ให้มีแรง ให้มีพลัง เพลงอกหักเป็นเพลงให้กำลังใจที่มีภาษาสวย จังหวะพอเหมาะ แต่นั่นสิ...หวั่นใจอัลบั้มหน้า พี่ตูนจะบอกคนฟังว่า "อยากเห็นคนไทยบินได้ค้าบพี่น้อง..." รึเปล่า?

เป้าหมาย 2008

เห็น blog ใครต่อใครเขียนเป้าหมาย วางแผนที่จะทำให้ได้ในแต่ละปี แล้วพอปลายปีก็มาสรุป เลยขอลองเขียนดูมั่ง ส่วนจะมีปัญญาทำหรือไม่ ก็ต้องลองดูไป หลายข้อคิดในใจตั้งแต่ปีก่อน ก็ไม่มีปัญญาทำ (0%)
  1. เรียนภาษาจีนกลาง
  2. ปรับปรุงประสิทธิภาพภาษาอังกฤษ
  3. ทำกับข้าวให้เป็นมากขึ้น
  4. เพิ่มความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย
  5. เที่ยวต่างประเทศ 1 ประเทศ
  6. เที่ยวไทยอย่างน้อย 3 จังหวัด
  7. หาจ็อบเสาร์-อาทิตย์
  8. สมุดจดออกาไนเซอร์ต้องถูกใช้งานตลอดปี
  9. ใจเย็นลง (ข้อนี้หาตัวชี้วัดยากนะเนี่ย)
หมายเหตุ: ไม่ต้องช่วยคิดข้อ 10-11-12 ให้ตรู....ขอบคุณล่วงหน้า +_+'