2008/03/13

เลือกตั้งมาเลเซีย

เนื่องจากมีมิตรสหายอยู่มาเลเซียหลายคน ครานี้จึงได้พอรับรู้ข่าวการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศมาเลเซีย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปสุดสัปดาห์ที่แล้วมา รายการนี้มีเซอร์ไพรส์ยักษ์ ส่งผลให้สื่อทั่วโลกเปิดความสนใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น



ก่อนอื่นต้อง เล่าพื้นฐานกันเสียก่อน มาเลเซียเป็นประเทศที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษมา 50ปี (เพิ่งฉลองกันไปปีที่แล้ว) ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบ 4ปีครั้ง รายละเอียดของการลงคะแนนจะขอข้ามไป ผลก็คือตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคที่ชนะมาโดยตลอดคือ UMNO ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มขวาจัด มีกลุ่มแกนหลักของพรรคคือ Barisan Nasional หรือที่เรียกว่า BN ฝ่ายที่สนับสนุนพรรคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนเชื้อสายมาเลเซีย และกลุ่มมุสลิมอื่นๆ

ถ้ากล่าวถึงพื้นฐานประชากรในมาเลเซีย จะแบ่งได้สามกลุ่มหลักๆคือคนเชื้อสายมาเลย์ กลุ่มนี้จะนับถือศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ ด้วยระบบราชการที่จะค่อนข้างเข้มงวด เลยไม่ให้คนสัญชาติอื่นเข้าทำงาน หากไม่ใช่มาเลย์ กลุ่มถัดมาคือคนเชื้อสายจีน (พุทธ คริสต์) ซึ่งส่วนใหญ่จะทำค้าขาย ธุรกิจและภาคเอกชน คนกลุ่มนี้แม้ด้วยระบบการปกครองจะไม่ให้อำนาจมาก แต่ด้วยการดูแลภาคส่วนธุรกิจ จึงทำให้คนจีนค่อยๆมีอิทธิพลมากขึ้น คนกลุ่มสุดท้ายคืออินเดีย ซึ่งจัดเป็นรากหญ้า หรือชนชั้นล่างของมาเลเซีย เป็นฝ่ายแรงงานเสียส่วนใหญ่ คนอินเดียก็จะนับถือฮินดูกันส่วนใหญ่ เล่ามาแบบนี้น่าจะพอเห็นภาพว่ามาเลเซียจะมีคนเป็นสามกลุ่มหลักๆ

ที่ ผ่านมามาเลเซียใช้วิธีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารให้มากที่สุด รูปแบบจะคล้ายๆสิงคโปร์ นั่นคือรัฐจะดูแลสื่อให้มากที่สุด มีการตรวจสอบข่าวที่เสนอผ่านหนังสือพิมพ์ โดยข่าวควรจะเป็นคุณแก่รัฐบาลมากกว่า

ปัญหานี้ไม่ค่อยส่งผลมากในอดีต โดยเฉพาะระหว่างที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด หรือ Dr.M เป็นนายกฯ คงพอจะทราบกันบ้างว่านายกฯคนนี้ได้วางยุทธศาสตร์ ส่งผลให้มาเลเซียที่เคยเป็นเสือคู่กับไทย (หรือไล่ตามด้วยซ้ำ) หลุดพ้นจนกระทั่งโดดเด่นขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง (ก็นึกเอาละกัน เขาเป็นนายกฯตั้งแต่ปี 2524 ถึง 2546) นั่นทำให้คนมาเลเซียซึ่งเคยไม่มั่นใจในตัวเขา เกิดความศรัทธาใน Dr.M ไม่แพ้ที่คนสิงคโปร์รู้สึก

แต่เมื่อถึงปี 46 Dr.M ขอออกจากการเมืองและดัน รองนายกฯที่เขาประกาศต่อคนมาเลเซียว่า เขาเลือกเอง คืออันวาร์ อิบราฮิม คนมาเลเซียเชื่อใจฮีโร่คนนี้ แต่เมื่อผ่านไปสี่ปี สิ่งที่คนมาเลเซียรู้สึกก็คือนายกฯคนนี้ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นเอาเสียเลย ข่าวคอร์รัปชั่นก็หนักข้อขึ้น หนำซ้ำ Dr.M ยังออกมาให้ข่าวผ่านสื่อว่าเขารู้สึกเสียใจต่อคนมาเลย์ ที่เลือกคนๆนี้มาเป็นนายกฯ

วิกฤติศรัทธานี้ส่งผลให้กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน นำโดย DAP ซึ่งมีกลุ่มคนจีนและอินเดียเป็นผู้สนับสนุนหลัก เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็ยิ่งเน้นชัด เมื่อฝ่ายรัฐบาลเดิมชนะไปแค่ 140 ต่อ 82 ที่นั่งในสภา แต่หากนับคะแนนกันจริงๆ จะชนะกันที่ 51% ต่อ 49% เลยทีเดียว

ผลการเลือกตั้งนี้จึงออกมาเป็นความน่าผิดหวังของฟากรัฐบาล มีแรงกดดันเป็นระยะๆออกมาจากประชาชน และ Dr.M เองว่าอันวาควรพิจารณาตัวเองอย่างหนัก หากแต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

มิตรสหาย(ซึ่งล้วนสนับสนุน DAP) ต่างบอกว่าความผิดพลาดของรัฐบาลคือการที่พวกเขาคิดว่า พอพวกเขาทำงานพลาด ก็แค่ให้สื่อเชียร์และเสนอข่าวด้านเดียวต่อไป ประชาชนก็จะไม่รู้อะไร ซึ่งความจริงแล้วประชาชนต่างหาข้อมูลอีกด้านจากแหล่งอื่นที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมถึงแทน ผลก็คือประชาชนรู้มากขึ้น เข้าใจอะไรๆมากขึ้น

ผมปิดการสนทนากับสหายว่า เมื่อผลออกมาแบบนี้ กระบวนการถ่วงดุลรัฐบาลก็จะหนักและแข็งมาก น่ากลัวจะไม่ทำอะไรนอกจากคานอำนาจกันไปวันๆ ไม่รู้แหะ...คุ้นๆในบางประเทศ!!!

...การเมืองที่ไหนก็จะมีพื้นฐานไม่ต่างกันจริงๆ...

No comments: