2008/08/28

Textbook ในมาเลเซีย

มีบางคนสงสัยว่า textbook ในมาเลเซียดูเหมือนจะราคาไม่แพง น่าศึกษาหาราคาดู ก็เลยหาลิสท์ร้านหนังสือมาฝาก ด้วยความร่วมมือจากเพื่อนผองที่นั่น


Gurney Plaza ปีนัง

ร้านหนังสือในมาเลเซีย เท่าที่เคยไปเดินๆซื้อหา จะมีแบรนด์ใหญ่ๆสองเจ้าคือ Borders (สหรัฐฯ) และ Popular (สิงคโปร์) ซึ่งสองร้านนี้ขายทั้งเครื่องเขียน หนังสือ ของขวัญอารมณ์ประมาณ B2S เลย แต่สองร้านนี้จะไม่มี textbook เยอะมาก (แต่ถ้าสนใจอย่างอื่นก็ลองดูได้)

ร้านที่เขาแนะนำมาคือ MPH ซึ่งเน้นส่วนการขายตำราจากต่างประเทศด้วย นอกเหนือจากนี้ก็มีพวกศูนย์หนังสือตามมหาวิทยาลัย ซึ่งคงต้องไปลองหาดูเอาเอง

รวมลิ้งค์ได้ดังนี้
- MPH
- Borders
- Popular

2008/08/26

จิ๊กซอว์โดราเอม่อน

เห็นโปรโมชั่นใหม่ 7-Eleven เดือนนี้แทบลมจับ

ต่อเนื่องด้วยการแลกซื้อทุก40บาทครับ แต่สินค้าแลกซื้อรอบนี้มันมีเจ้านี่...



อะโหย 10 แบบ ตัวละ 19บาท มาในแนวนักกีฬาทุกตัว ขนาดก็ประมาณครึ่งฝ่ามือ กำลังดีพอจัดเรียงสวย

หมดเงินอีกแล้วตรูผม T_T

Link: 7-Eleven

2008/08/22

สามเบิ้ล

นอกจากวันเปิดโอลิมปิก จะเป็นวันเลขสวย 08/08/08 แล้ว ยังมีอีกเหตุการณ์เมื่อวันก่อนก็คือ Triple 2008

นั่นก็คือ 20/08/2008 เวลา 20:08น.

เมื่อเป็นเช่นนั้น ปีหน้าก็เตรียมตัวรับ Triple 2009 ต่อไป

(เล่น Twitter มากจนเขียนอะไรยาวๆไม่เป็น)

2008/08/18

ขาย LTF ได้มากช่วงขึ้น


ตัว L นะจ้ะไม่ใช่ท่าปล่อยแสง

ข่าวดีๆ(กระมัง)สำหรับนักหาส่วนลดภาษีเงินได้ คงทราบดีว่า LTF เป็นเครื่องมือในการลดภาษีที่ได้รับความนิยมตัวหนึ่ง โดยตั้งแต่ปีภาษีเงินได้2551นี้ LTF ก็ได้ปรับเพดานซื้อสูงสุดจากเดิม 15% หรือสามแสนบาท เป็น 15% หรือห้าแสนบาท

...ครับ เพ้อเจ้อครับ จนๆอย่างผมยังไม่มีปัญหาซื้อให้ถึงห้าแสนหรอก...

กติกาการขาย LTF ระบุว่า สามารถทำการขายหน่วยลงทุนที่ซื้อได้ เมื่อเวลาผ่านไป 5ปีปฏิทิน โดยสามารถขายได้ในช่วงเวลาที่แต่ละกองทุนกำหนด ซึ่งก็มักจะเป็นสองช่วงคือ ต้นปี ปลายปี ช่วงละ15วัน

พูดง่ายๆคือ พอถึงปีขายก็ต้องมาเล็งกันตาไม่กะพริบว่าวันไหนจะทำกำไรดีที่สุด

ล่าสุดกลต.กำลังจะปรับแก้ไขประกาศ ให้บลจ.สามารถเปิดรับซื้อหน่วยลงทุนคืนได้มากช่วงเวลาขึ้นในหนึ่งปี แต่ผู้ลงทุนก็จะสามารถขายได้แค่ปีละ 2 ครั้งเหมือนเดิมเท่านั้น

ข้อดีสำหรับนักลงทุนคือ เราสามารถเลือกจังหวะขายได้มากขึ้น หาโอกาสทำกำไรดีที่สุดได้ในช่วงเวลาที่กว้างกว่าเดิม และก็ดีสำหรับกองทุนคือจะทำให้ลดภาวะแห่ขายหน่วยคืนในเวลาที่จำกัดได้ด้วย

win-win แบบนี้ที่เหลือนักลงทุนก็รอแค่ประกาศอย่างเป็นทางการ

โพสต์ทูเดย์: LTFดีใจเก้อ ขายได้ทั้งปี ไม่เกิน2ครั้ง

2008/08/16

พจนานุกรรม

(entry นี้จะคิกขุสไตล์ exteen ซักหน่อย โปรดอย่าหาว่าไปลอก แค่ได้แรงบันดาลใจ...)

เวลาเราบอกว่าของขวัญ มันก็คือของขวัญ นั่นคือผู้ซื้อไม่ควรไปถามผู้รับว่าอยากได้อะไร แต่ทีนี้ถ้าเกิดว่าไปถามขึ้นมาว่าอยากได้อะไร ต่อมพิจารณาก็จะบังเกิด และบางทีเรื่องไม่เป็นเรื่องก็บังเกิดต่อมา

เรื่องมีอยู่ว่า ใครบางคนบอกว่าอยากได้พจนานุกรมเป็นของขวัญ ใช่ครับ พจนานุกรมภาษาไทยนี่แหละ ฟังดูไม่เห็นมีอะไรเลยนินา ถ้าจะติดขัดก็คงราคาต่อเล่มก็ไม่เบา จากการจำได้ แต่ก็คิดว่าไม่มีปัญหา พอไหวๆ จึงรับปากไป



ก็ตั้งเป้าไว้แบบง่ายๆคือเล็ง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดก็ฉบับปีพ.ศ.2542 หรือถ้าไม่มีก็เอาฉบับมติชนก็ได้

ผมเริ่มด้วยการไปที่ร้านซีเอ็ดระหว่างทางกลับบ้าน ไปยืนดูตรงซุ้มแผนกชื่อว่า "พจนานุกรม" โอ้วว...มันต้องมีแน่ๆ...


1...2...3...4...ไม่มี มีแต่ dictionary ส.เสถบุตร กับดร.วิทย์


ไม่เป็นไรครับ ซีเอ็ดอาจจะขายจิตวิญญาณทางวิชาการให้เนชั่นกับแกรมมี่ไปแล้ว ก็เลยไม่มีหนังสือวิชาการให้ใช้งาน ว่าแล้วก็ไปรู้เพลินเกินคิด...B2S

มีอีกแล้วครับ ชั้นวางพจนานุกรม ไปยืนไล่เช่นเคย...1...2...3...4...ไม่มี ไม่มี๊ ไม่มี ไม่มี...


เป็นเด็กโคราชครับ รีบเดินไปชั้นสามต่อเลย คลังบุ้คสโตร์ ที่นี่ขายส่งตำราเรียนให้โรงเรียน ต้องมีสิ ต้องมี....มันต้องมี....

1...สอเสถบุตร...2...ดร.วิทย์...3...Oxford...4...ปทานุกรมฉบับนักเรียน....

ไม่มี เฮ้ย...ไม่มีจริงๆ



หมดหนทาง เริ่มจนปัญญา เลยอาศัยช่วงเวลาเข้ากรุงแวะไปหาดูมันซะเลย ใช่แล้วครับ...ที่นี่มันต้องมีแน่ๆ...

...ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์...


มุ่งตรงไปเลยครับ แผนกหนังสืออ้างอิง/พจนานุกรม โอ้ว เพียบๆ...คะเนด้วยสายตามีเป็นร้อยเล่ม มันต้องมีแน่ๆไอ้สองเล่มที่เราหาอยู่...

1...2...3...4... เชี่ยแระ...ไม่มี...


อย่ากระนั้นเลย ไปที่คอมพิวเตอร์ค้นหนังสือก่อนจะตีโพยตีพายมากกว่านี้

(อ้อ สำหรับคนที่ไม่ได้ไปศูนย์หนังสือฯมานาน ตอนนี้เครื่องคอมฯที่ใช้ค้นหนังสือเขาเป็น Windows based หน้าตา Oracle ERP จัดๆแล้วนะครับ ลูกค้าเดินไปค้นเองได้ ไม่ต้องเรียกพนักงานแบบสมัยเป็น DOS based)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 Found 7 เล่ม !!!


"เอ่อ พี่ครับ ผมเจอว่ามีพจนานุกรมอยู่7เล่ม ที่สาขานี้ ไม่ทราบว่าหนังสืออยู่ในครับ"
"หืม? ราชบัณฑิตเหรอครับ? ไม่มีของครับ"
"อ้าวพี่ งั้นแล้วทำไมมันขึ้นในระบบว่ามีละ"
"รอส่งคืนครับ"


"แล้วจะส่งคืนทำ...อะไรละครับ"
"ตอนนี้ไม่มีผู้จัดจำหน่ายครับ หนังสือต้องคืนหมด"


"สรุปว่าพี่มีของ แต่ขายไม่ได้เพราะจะส่งคืน??"
"ครับ ตอนนี้ไม่มีคนยอมจัดจำหน่ายมาหลายปีแล้วครับ"



ในเมื่อสถาบันเก่าไม่อาจช่วยอะไรได้ ผมจึงเดินไปร้านในย่านนั้นอีกร้านที่นึกออก ที่มันต้องไม่มีหนังสือใหม่ๆมาก มันต้องไม่ใช่ร้านอินเทรนด์.....ครับ เพื่อนที่มีคุณค่า ดอกหญ้า

"มีพจนานุกรมราชบัณฑิตมั้ยครับ?"
"ไม่มีของมาสามปีแล้วจ้ะ นานมีเคยเป็นคนจัดจำหน่าย แต่กำไรแค่ 10% ก็เลยไม่มีใครรับ"
"งั้นของมติชนก็ได้"
"แพงจะตาย ไม่มีใครสั่งมาขายหรอก เล่มสุดท้ายพี่ขายได้เมื่อสี่เดือนที่แล้วน่ะ"
"ก็คือไม่มีของเลย?"
"พี่ว่าไม่มีจริงๆนะ ไปร้านไหนก็ไม่น่าจะมีนะ"


...ฟังดูน่ายอมแพ้แล้วจริงๆใช่ไหมครับ ฉบับราชบัณฑิตไม่มีของ มติชนก็ขาดตลาด...

ในที่สุดผมนึกทางออกสุดท้ายได้ซะอย่างนั้น...


...สวนจตุจักร

25นาทีจากสยามสแควร์ ผมก็มาถึงตลาดนัดสวนจตุจักรครับ ร้านหนังสือเก่าเรียงหน้ากันเพียบ a day บางฉบับยังอุตส่าห์กล้าขายราคาเล่มละร้อยบาท ผมตัดสินใจยืนมองหาพจนานุกรมอยู่สักพัก คนขายมองหน้าผมเหมือนผมกำลังหาอะไร เขาก็เลยเอ่ยปากถาม..






"น้องๆโป๊มั้ย..."


พ่อเมอง ห่านเป็ดปลวก คนจำพวกนี้มันมีทั่วเจเจจริงๆพับผ่า

เดินถามไปร้านที่หนึ่ง "มีพจนานุกรมราชบัณฑิต หรือมติชนก็ได้ มีไหมครับ?"

..."ไม่มีจ้ะ"
ถามร้านที่สอง "เอ้...ผมไม่เห็นมันมีขายมาสามปีแล้วนะ"
ถามร้านที่สาม "มติชนไม่มีใครเขาอยากขายหรอก ของราชบัณฑิตเขาเลิกพิมพ์มานานแล้ว"
...
...
ถามมันหมดทั้งย่านนั้น ไม่มีร้านไหนมีขายเลย



ความหวังมนุษยชาติน่าจะสิ้นสุดแล้ว ผมเลยช่างแมมมัน และนัดเพื่อนที่ทำงานไปเจอกันที่จามจุรีสแควร์

ระหว่างนั่งรออยู่นั่นเอง ก็สังเกตว่าที่นั่นมีร้านซีเอ็ดด้วย ลองแว้บไปดูซักหน่อยดีกว่า ก็เผื่อว่าจะมี...

...แผนกพจนานุกรม...
...ปทานุกรม...
...ดร.วิทย์...
...พจนานุกรมฉบับมติชน...

ห๊า...
...พจนานุกรมฉบับมติชน...
โอ้ว...ในที่สุด...ในที่สุด...
ในที่สุดหลังจากหาซื้อของที่คิดว่าง่ายๆ แต่จริงๆยากชะมัดอย่างพจนานุกรมได้สำเร็จ ผมก็ได้ความรู้ใหม่ๆว่า..

(1) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานไม่มีการผลิตจำหน่ายมาหลายปีแล้ว สำนักพิมพ์ที่ได้สิทธิ์คนสุดท้ายอย่างนานมี ก็ตัดสินใจไม่จัดจำหน่ายต่อ สาเหตุน่าจะมาจากส่วนแบ่งยอดขายที่โหดเกินไป (ร้านหนังสือมักเรียกกำไรที่ 30% ต่อเล่ม แต่ถ้า 10% แบบนี้ ร้านก็มักไม่อยากขาย)
(2) เช่นกัน ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่สั่งฉบับมติชนมาขาย ก็เพราะราคาแพงเกินไป ขายออกยาก
(3) พจนานุกรมที่ถือเป็น หนังสืออ้างอิงที่ basic ที่สุดในภาษาศาสตร์ กลับหาซื้อยากมากๆ ผมขอให้รัฐบาลน้าหมักบรรจุเป็นวาระแห่งชาติโดยด่วน
(4) อย่างไรก็ตาม คุณสามารถ ค้นคำ ในเว็บไซต์ของราชบัณฑิตฯได้ที่นี่

...ไม่คิดเลยว่าพจนานุกรมเล่มเดียวจะยากขนาดนี้...

2008/08/14

WALL•E

ข้อเสียอย่างหนึ่งของการไม่อยู่กรุง ก็คือหนังต่างประเทศแทบจะพากษ์ไทยทุกเรื่อง แต่สำหรับเรื่องนี้การชมฉบับพากษ์ไทย ไม่เป็นสิ่งที่ทำให้อึดอัดมากนัก

แอนิเมชั่นลำดับที่ 9 จากสตูดิโอที่เจ้าของเป็นศาสดาของใครหลายคนอย่าง Pixar นำเสนอเรื่องราวของหุ่นยนต์เก็บขยะที่ชื่อวอลล์•อี ที่ชีวิตก็คือการเก็บขยะในโลกที่ไม่เหลืออะไรแม้แต่ผู้คน จนกระทั่งวันนึงวอลล์•อีได้พบกับอีฟ หุ่นค้นหาพืชพันธุ์บนโลก การผจญภัยก็เริ่มต้นขึ้น (สมควรเล่าแค่นี้ เพราะถ้ามากกว่านี้ ก็ไม่ต้องไปดูมันแล้ว)

หนังเปิดเรื่องครั้งนี้อย่าง Presto ที่ว่าด้วยนักมายากลกับกระต่ายของเขา ยังคงทำหน้าที่ได้สนุกสนานสไตล์ทอมกับเจอร์รี่


ระวังไฟดูดนะตัวเอง

ในส่วนของตัวหนังหลัก WALL•E ยังคงอุดมไปด้วยลูกเล่นด้านกราฟฟิกใหม่ๆให้คนดูทึ่ง อาทิ ฝุ่นผง ไฟ สภาพบ้านเมือง และฉาก crowd บนยานอวกาศ รวมถึงความเสมือนจริงของวอลล์•อี กับอีฟ ที่ทำได้มีชีวิตชีวาแม้จะอยู่บนพื้นฐานว่ามันเป็นหุ่นยนต์ก็ตาม

หนังดูสนุกครับ ตีแสกหน้าประเด็นโลกร้อนได้ดีอีกด้วย แม้ว่าหนังจะดำเนินการสร้างมานานก่อนหน้าแล้วก็ตาม การชมฉบับภาษาไทยไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะเสียงหุ่นต่างๆได้รับการแปลงเป็น robot sound แต่พูดไทยได้อย่างกลมกลืน เพลงประกอบทั้งหมดเลือกใช้เสียงต้นฉบับและทำ subtitle แทนที่จะร้องภาษาไทยทับอย่างหนังการ์ตูนทั่วไป

หนังอาจจะทำให้คุณหลงรักวอลล์•อีกับอีฟได้ แต่กระนั้นดูจบแล้วก็เกิดสงสัยว่า เราอยากให้หุ่นยนต์มาช่วยทำทุกอย่างจริงๆหรือ?

ปล. ขัดใจชื่อหนังภาษาไทยมาก ชื่อเดิมที่จะใช้คือหุ่นน้อยหัวใจรักษ์โลก ฟังดูดีออกแนวอนุรักษ์ แต่ไหงกลับเปลี่ยนเป็น หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย ตามสไตล์หนังกู้ชาติตีหัวเข้าบ้านอีกแล้ว

2008/08/13

ออกไป...แล้ว?



...จริงของเขาแหะ...

มติชน: เกาเหลาชามเล็ก

2008/08/10

งานแต่ง เตย-โจ้


...photo hunt เจ้าบ่าวเจ้าสาว...

คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ ขอเน้นไม้ยมกหลายตัวเลย ยังไงก็ขอให้คู่บ่าวสาวใหม่นี้มีความสุขมากนะคร้าบ

ใช้วิธีถ่ายภาพไปเรื่อยตามแต่จังหวะ บางรูปที่น่าจะมีเลยอาจจะไม่มีไปบ้าง ขออภัยล่วงหน้าครับถ้ารอดู ^^/

เชิญชมภาพทั้งหมดตามวิถีทางที่สะดวก
- Picasaweb
- Facebook

Edited 2008/08/13 1:40PM

ซ้อมรับปริญญาธรรมศาสตร์ ๒๕๕๑ (เอมกับโน้ต)



ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับมหาบัณฑิตธรรมศาสตร์ ทั้งสองท่านในปีนี้

รูปทั้งหมดเชิญชมที่ มัลติพลาย

Edited 2008/08/13 1:35PM

2008/08/08

ปีนอากาศ ไต่เมฆ กางคัมภีร์ จุดคบเพลิง


ใช้สลิง แต่ไม่ใช้ตัวแสดงแทน

ถ้าพูดถึงความคาดหวัง เฉพาะส่วนการจุดคบเพลิง ก็อาจจะดูไม่โอเว่อร์ ไม่หวือหวาแบบพลุจำนวนมหาศาลที่จุดตลอดพิธี แต่บนความเรียบง่ายนี้ก็ดูสง่างามสมกับที่จะเดิน(หรือเหาะ)ไปจุดคบเพลิง

ภาพรวมของพิธีเปิดอันสุดยาวนานสี่ชั่วโมง ก็อลังการจนจีนคงสะใจว่างานนี้ได้บอกคนทั้งโลกแล้ว ว่าประเทศจีนทำได้ทุกอย่างจริงๆ

Photo: Reuters via Yahoo!: Olympics Opening Ceremony

2008/08/05

Too much Twitter ?


Too much Twitter may impact to your pagerank O_o'/

Starbucks ถอนทัพในออสเตรเลีย

เมื่อยักษ์ใหญ่กาแฟอย่าง Bucks เจอศึกหนักในออสเตรเลียอีกแล้ว


Now Brewing

ข่าวกล่าวว่า Starbucks เตรียมปิดสาขาในประเทศออสเตรเลีย จำนวน 61สาขาจาก84สาขาที่มีอยู่ ด้วยเหตุผลว่ายอดขายนั้นไม่เข้าเป้า โดยประธานฝ่ายเอเชียแปซิฟิกบอกกับแหล่งข่าวว่า เป็นเพราะชาวออสซี่มีรสนิยมการดื่มกาแฟที่ดีมาก่อนแล้ว

ชาวออสเตรเลียจำนวนหนึ่งประกอบด้วยผู้อพยพจากตุรกี กรีซ และอิตาลีที่เป็นแม่แบบกาแฟของบัคส์ ซึ่งชนชาติเหล่านี้เข้าใจ และเข้าถึงการดื่มกาแฟอย่างสุนทรีย์มายาวนาน นานก่อนที่บัคส์จะเริ่มทำธุรกิจเสียอีก

เจ้าของร้านกาแฟเก่าแก่ในเมลเบิร์นคนหนึ่งบอกว่า การไปสตาร์บัคส์นั้นก็คือให้การบรรยากาศกินกาแฟ เหมือนกับกินแมคโดนัลด์นั่นแหละ มันไม่ได้คุณภาพแท้จริงของกาแฟ (อย่างงั้นเลย...?!?)

สตาร์บัคส์จะยังเปิดดำเนินการต่อใน 23 สาขาที่เหลือตามหัวเมืองหลักคือซิดนีย์ เมลเบิร์นและบริสเบน

เรื่องรสนิยมกาแฟนี่ก็อธิบายยาก เคยได้ยินเหมือนกันว่าคนที่จบจาก MIT จะนิยมเข้าร้าน Au Bon Pain มากกว่าที่อื่น ถูกผิดไม่แน่ใจ

AFP via Yahoo!: Coffee culture grinds Starbucks' Australian operation

2008/08/02

AF5 กับประชาธิปไตยแบบไทยๆ

AF5 จบแล้วครับ เขียนถึงหน่อยละกัน

แม้ว่าคงมีคนเขียนถึงเพียบ แม้ว่ากระทู้ pantip คงระเบิดและเน่ากันหลายรอบ แม้ว่าที่กลัวๆกันว่าจะเกิด มันจะไม่เกิดก็ตาม กระนั้น AF5 ก็มีเรื่องให้ได้ศึกษาอยู่เล็กน้อย

ที่ผ่านมาผู้ชนะ 4 ฤดูกาลแข่งขันแม้จะเป็นผู้ชายมาตลอด แต่ถือว่าไม่น่าเกลียดมากนัก เมื่อเทียบกับสิ่งที่สี่คนแสดงออกมา (วิทย์AF1 ออฟAF2 ตุ้ยAF3 นัทAF4) ก็บอกได้ว่ามีฝีมือในระดับหนึ่ง ไม่แย้จนยี้ และแม้นัท AF4 อาจจะมีข้อกังขาเรื่องฐานะทางบ้านที่ดี แต่ฝีมือที่แสดงออกมาก็ไม่ขี้เหร่ให้ยี้

แล้วปัญหาของ AF5 ตอนจบนี้คืออะไร

มีการคาดหมายว่าคนๆหนึ่งจะชนะการแข่งขัน เพราะที่ผ่านมาตลอดสี่ปี เด็กดื้อที่ไม่มีฝีมือมักไม่สามารถรอดมาถึง5คนสุดท้ายได้ แต่ครานี้เด็กดื้อที่ร้องเพลงประหนึ่งควายออกลูก กลับรอดมาได้ถึงห้าคนสุดท้าย และแรงจนดูเหมือนจะชนะได้เสียด้วย มีการหวาดหวั่นถึงขนาดนี้ว่า AF จะพินาศก็เพราะการที่คนๆนี้จะชนะเลิศ คิดไปนั่น

รอดไป...สุดท้ายไม่ชนะครับ (คนดูกรี๊ดกันซะออกนอกหน้าเชียว) แต่เราได้คนชนะเป็นนัททิว V13

Image Hosted by ImageShack.us
สู้เพื่อมิชลินสีทองสำเร็จแล้ว

ทีนี้ปัญหาคืออะไร? นัททิวร้องเพลงดีครับ คุณสมบัติเบื้องต้นก็พอรับได้เหมือนสี่ปีที่ผ่านมา ออกแนวลิเกไชยาอ้อนแม่ยกด้วย เหมาะสมมากสำหรับไปดูดเงินแฟนคลับ แต่ปัญหาของนัททิวข้อเดียวเลยก็คือ นัททิวเคยตกรอบ

อธิบายสำหรับคนไม่ค่อยดู AF นั่นคือคงพอทราบว่า AF ใช้วิธีคัดตกสัปดาห์ละคนๆ แต่ก็มีหักมุมบ้างในบางปี โดยให้คนตกรอบมีสิทธิ์กลับเข้ามาแข่งต่อได้ ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาก็จะเน้นว่า คนได้กลับเข้ามาจะได้แค่มาแข่ง มาร้อง มาเรียน แต่หมดสิทธิ์ในการได้ของรางวัลแล้ว แต่ปีนี้ไม่ใช่ ปีนี้บอกว่าคนกลับเข้ามาให้ถือว่ามีสิทธิ์คืนมาครบถ้วนทุกประการ มีสิทธิ์ลุ้นบ้าน ลุ้นรถเลย

ทำราวกับปรับกติกามาให้นัททิวโดยเฉพาะเลยนั่น และเขาก็ชนะเลิศจริงๆ

ที่ดูเป็นปัญหาก็คือการแข่งขันรายการนี้ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากๆหากอยากชนะ คือการทราบกระแสภายนอก หากคุณทราบว่าตลอดเวลาที่อยู่บ้าน คนดูเห็นคุณอย่างไร คนดูชอบ ไม่ชอบตรงไหน เล็กๆน้อยๆเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการ สร้างภาพตบตา เพื่อทำให้คนดูชื่นชอบมากขึ้น นั่นน่าจะเป็นเหตุผลผสมที่ทำให้ปีก่อนๆ คนตกรอบและกลับเข้ามาไม่มีสิทธิ์ใดๆ เพราะคนเหล่านี้ได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบ ในแง่การเอาชนะกัน

แต่ปีนี้นัททิวตกรอบสัปดาห์ที่6 ได้กลับเข้ามาสัปดาห์ที่9 ชนะเลิศสัปดาห์ที่12 เขาทราบกระแสภายนอกจริงๆของเขาและคนอื่นเป็นเวลา 2-3สัปดาห์ ถ้าคิดแง่ร้ายเขาอาจจะใช้มันเพื่อทำให้สุดท้าย ตนเองกลับเข้ามาและชนะเลิศในที่สุด

ก็ฟังดูไม่ยุติธรรม? ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะกติกาเขาก็บอกแล้วว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด หน้าที่ก็คือคนดูต้องยอมรับ คนแข่งขันก็ต้องยอมรับไป

มันคล้ายๆกับที่เราพยายามบ่นด่าว่ากติกาบ้านเมืองตอนนี้ มันแย่ มันไม่เข้าท่า และมันควรถูกแก้ไข คนกลุ่มหนึ่งบอกว่าดี คนกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วย มันอาจจะดูไม่เข้าท่าในบางรายการจริงๆ แต่ในเมื่อไปหลวมตัวยอมรับกันก่อนหน้านี้แล้ว กติกาแปลกๆแบบนี้ก็ถูก apply ไปในที่สุด แม้ว่าเราจะเห็นความไม่ยุติธรรมบ้างก็ตาม แม้เราจะคิดว่ามันเอื้อให้นัททิวชนะก็ตาม

เสียอย่างเดียว AF...คุณไม่ชอบ ไม่พอใจกติกาก็ยังเลือกไม่ดูก็ได้ แต่กติกาบ้านเมืองถ้าคุณไม่ชอบ...

...ทำไง?

เงินทองที่ซิมบับเว ภาคสาม


จะ'ศูนย์'มากมายไปไหน

ประเทศซิมบับเว ผู้นำเงินเฟ้อที่ทุบสถิติโลก(ที่ไม่มีใครอยากได้) 2ล้านเปอร์เซ็นต์ ได้ออกนโยบายใหม่อีกแล้ว หลังจากตอนที่แล้วออกธนบัตรแสนล้าน ด้วยการประกาศให้ตัดเลขศูนย์ออกจากค่าเงิน เป็นจำนวนสิบหลัก (หาร1หมื่นล้าน) ส่งผลให้เงิน1หมื่นล้านเหรียญ ถูกปรับลดให้มีมูลค่าใหม่เป็น1เหรียญ

กระนั้นต้องไม่ลืมว่าเงินระดับหมื่นล้านเหรียญ คุณก็อาจซื้อได้แค่ขนมปังแผ่นเดียวเท่านั้นในซิมบับเว

เหตุผลสำคัญที่ต้องตัดศูนย์ออกสิบตัว เป็นเพราะบรรดาธนาคารในประเทศ ล้วนประสบปัญหาจากการทำคำสั่งและคำนวณผลต่างๆผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เพราะตัวเลขนั้นสูงมากเกินไป ประชาชนธรรมดาคนนึงสามารถทำคำสั่งผ่านธนาคารได้สูงระดับล้านล้าน

แม้การตัดศูนย์ออกฉับๆแบบนี้จะดูแปลกๆในระยะยาว แต่ทางการซิมบับเวก็ยืนยันว่าเราคงไม่คาดหวังว่าสถานการณ์จะกลับไปดีขึ้นกว่านี้แล้ว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อภายในสิ้นปีนี้อาจพุ่งได้อีกถึง 9ล้านเปอร์เซ็นต์

ศึกษาเอาไว้เพราะนี่เป็นตัวอย่างของประเทศที่รัฐบาลอุ้มทุกอย่าง และไม่สอนให้คนเอาตัวรอดเอง...

BBC News: Zimbabwe rolls out new bank notes

2008/08/01

พันธมิตร หรือ นปก. ??

เขาบอกว่ายุคนี้ต้องเลือกข้าง ก็เลยไปเจอข้อมูลน่าสนใจ เผื่อช่วยประกอบการตัดสินใจง่ายขึ้น

พันธมิตร



นปก.



พันธมิตร



นปก.



พันธมิตร



นปก.



ขำ ขำ น่ะนะ แหะ แหะ

จากบอร์ดเสรีไทย