2009/12/29

กลยุทธ์อิ่มสะดวกของเซเว่นฯ

CPALL หรือชื่อบริษัทของร้านเซเว่นฯ บอกในแถลงผลประกอบการบรรทัดหนึ่งว่าสาเหตุของกำไรที่เพิ่มขึ้น คือการปรับกลยุทธ์จากร้านสะดวกซื้อ มาเป็นร้านอิ่มสะดวก ทำให้กลยุทธ์สินค้าในร้านพุ่งเน้นไปในทางอาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งให้ margin สูงกว่า แถมยังได้ตีชิ่งหลบว่าเป็นศัตรูกับโชห่วยได้อีก เพราะโชห่วยคงไม่ขายขนมจีบ ซาลาเปาเป็นแน่แท้

ถ้าคุณเข้าเซเว่นอยู่เรื่อยๆ ก็คงสังเกตว่าของกินมันมีขายเยอะจริงนั่นแหละ แถมกินพื้นที่ในร้านขึ้นโดยตลอด อาหารที่ขายก็กระจายหมวดจนชักสงสัยว่าเซเว่นฯจะขายหอยทอดได้ในเร็ววัน อย่างที่หลายคนแซว

เผื่อไม่ค่อยเข้าเซเว่นฯ จะมาแนะนำว่าเซเว่นฯมีอาหารอะไรขายบ้างตอนนี้ ถ้าในอดีตคุณนึกออกคือน้ำอัดลม ไส้กรอก แฮมเบอร์เกอร์ แค่นั้น...มันมีมากกว่านั้นเยอะแล้วครับ

คลาสสิก ขายดี (เขาว่างั้น) เกี๊ยวกุ้งตราซีพี แพ๊งงง

cp wonthon

เกี๊ยวซ่า by โออิชิ ไส้หมู 5ตัว29 ไส้ไก่ 3ตัว18 แบบเจ ลดราคาอยู่ตอนนี้เพราะหมดหน้าเจแล้ว

เกี๊ยวซ่า ไส้ไก่

เห็นโออิชิทำแล้วรวย CP ก็ทำเกี๊ยวกุ้งขายบ้างตรา เจดดราก้อน 5ตัว35บาท ถ้าจำไม่ผิด

เกี๊ยวกุ้ง

แนวข้าวเหนียวก็มาเป็นคอมโบ ทั้งไก่ทอด ไก่สไปซี่ หมูย่าง (ยังมีแฮมเบอร์เกอร์ข้าวเหนียวหมูลาบด้วยนะเอ้า)

ซีรี่ส์ข้าวเหนียว

แหนมย่างก็ยังมีขาย

แหนมย่าง สุนิสา

หมูสะเต๊ะ ตราส.ขอนแก่นก็ยังทำ (เห็นหน้าตาแล้ว งื้มมมม...พูดไม่ถูก)

221120091357

มีขายอยู่แล้วทั้งไข่ไก่ ไข่ต้ม ไข่พะโล้ ตอนนี้มีไข่ตุ๋นแล้ว

Boiled Egg

แอปเปิ้ลสไลซ์ก็มีแล้วนะ เอ้า!

Dole Apple Slices at 7-Eleven

ตัวนี้ล่าสุด โหมโฆษณาหนักมาก ป้ายรถเมล์ยังมี ลูกชิ้นหมูปิ้ง 2ไม้24บาท ลูกชิ้นเองก็อร่อยดี แต่แพงเกิ๊น

ลูกชิ้นหมูปิ้ง เซเว่น

นอกจากนี้ก็ยังมีพวก EzyGo ข้าวกล่องทั้งหลายแหล่ เยอะแยะมากมาย จนนึกไม่ออกว่ายังเหลืออะไรที่เซเว่นฯน่าจะขายได้ (ไม่ใช่หอยทอดน่ะนะ) แต่ยังไม่ได้ขายบ้าง...

2009/12/25

น้ำชา - รักแท้...ยังไง

ถ้าหาก CD บนชั้นไม่หล่นหายไปไหน น้ำชา จะเป็นแผ่นแท้อัลบั้มเต็มอัลบั้มเดียวที่ผมซื้อในปีนี้

Namcha - รักแท้...ยังไง

ก่อนอื่นว่าด้วยประวัติของนักร้องคนนี้ก่อน น้ำชาชื่อเต็มคือ ชีรณัฐ ยูสานนท์ ปัจจุบันอายุ21ปี งานแรกๆในวงการบันเทิงคือรับบทตัวรองในละคร ด้านงานเพลงเริ่มจากร้องในอัลบั้ม Deep Blue project ของสีฟ้า และเริ่มปรากฏตัวในหลายคอนเสิร์ตของแกรมมี่ รวมทั้งคอนเสิร์ตของพี่ดี้

น้ำชาถือเป็นเด็กปั้นของสีฟ้า และพี่ดี้ ด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ ซิงเกิ้ลแรกของเธอเองอย่าง ดาวบนฟ้าปลาในน้ำเธอในฝัน ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร พี่ดี้จึงงัดไม้ตาย ด้วยการแต่งเพลงจำพวกท่อนฮุคโดนมาให้ร้อง และมันก็คือเพลง...

ตับ ไต ไส้ พุง ....เย้ย!! มันชื่อเพลง รักแท้...ยังไง ต่างหาก

ความสำเร็จของเพลงนี้ (ที่บางคนกัดว่า MV เพลงนี้มันคือโฆษณาบิ๊กซีชัดๆ) ทำให้น้ำชามีซิงเกิ้ลออกมาต่อเนื่องเรื่อยๆ และออกอัลบั้มเต็มจนได้ในที่สุด

อัลบั้มนี้ produce โดยสีฟ้า และอภิไชย เย็นพูนสุขเองเลย จึงน่าจะบ่งบอกว่าทั้งสองคน focus นักร้องหน้าใหม่คนนี้แค่ไหน 11 Tracks ในอัลบั้มนี้ประกอบด้วย

1. ที่ฉันเคยยืน - เพลงเศร้าๆที่ตัดซิงเกิ้ลออกมาแล้ว
2. แลกกับการได้รักเธอ - เพลงเหงา เว้าวอน ช้าๆซึ้งๆ
3. รักแท้...ยังไง - ไม่ต้องบรรยายแล้ว...
4. คนที่ไว้ใจ..ร้ายที่สุด - ซิงเกิ้ลล่าสุด แต่งโดยสีฟ้า
5. ลูกไม้ตื้นตื้น - เพลงเร็วอีกเพลงของพี่ดี้ ธรรมดาไปหน่อย
6. อยากเขกหัวตัวเอง - เพลงแนวตัดพ้อ แต่ไม่ฟูมฟาย ผลงานของสีฟ้าอีกเช่นเคย
7. ปิดหู ปิดตา - อีกเพลงของสีฟ้า เศร้ามากมายละเพลงนี้
8. อยากรู้ - เพลงเร็วอีกเพลง เป็นเพลงเปิดในละครสายลับเดอะซีรี่ส์
9. คนเย็นชา...ไม่เหลือใคร - เพลงประกอบละครสักเรื่อง แต่งโดยว่าน ธนกฤต
10. ดาวบนฟ้า ปลาในน้ำ เธอในฝัน - เอาเพลงเปิดตัวมายัดไว้ track ที่ 10 คิดดู๊
11. NO L. ก. ฮ. - เพลงปิด สนุกๆ เร็วๆ ขำๆ เหมือนแต่งเพราะรับตังค์จากสสส. พร้อมท่อนฮุค "อย่างนี้ดีไหมเราไปกินน้ำชา"

.....โอยยยย ปายยยยยยยด้วย

11เพลงของน้ำชา ใช้งานได้ดี น้ำชาเป็นคนที่ร้องเพลงได้หลายแนวมากกว่าแค่ป๊อป ให้จับตาและลุ้นต่อไปเพราะน้ำชาเริ่มขยายงานกลับมารับละคร ตามกลยุทธ์ทำได้ทุกอย่างของนักร้องสมัยนี้ คอยดูว่าเธอจะเป็น นิโคล เป็น ปาล์มมี่ เป็นใครก็แล้วแต่ได้หรือไม่

2009/12/16

Redesigned TOEIC

ไม่ได้สอบ TOEIC นานแล้ว เห็นคะแนนเดิมหมดอายุก็เลยมาสอบ refresh เอาไว้ จึงพบว่าข้อสอบเปลี่ยนไปเยอะจากความทรงจำเดิม
  • ค่าสอบแพงขึ้นเยอะ นี่โชคดีได้สอบแบบมีส่วนลด ปัจจุบันค่าสอบที่ศูนย์คือ 1,000บาท
  • ข้อสอบฟังลดส่วนดูรูปภาพแล้วตอบลง ไปเพิ่มส่วนฟังบทสนทนากับประกาศแทน
  • ไม่มีส่วน Error recognition ทำให้ภาพรวมข้อสอบเบาประเด็น Grammar ลงเยอะ
  • ที่มาแทนคือ part อ่านจดหมาย อีเมล์ ประกาศ ซึ่งมีจำนวนเยอะมาก
  • ศัพท์แปลกๆที่ต้องเล่น prefix suffix มีน้อย ศัพท์ส่วนใหญ่เป็นคำทั่วไปที่ใช้ประจำวัน
ข้อสอบแบบใหม่นี้น่าจะถูกใจคนที่บอกว่า ภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยทำงาน แค่พูดได้อ่านออก เขียนฟังนิดหน่อยก็พอแล้วทีเดียว

2009/11/27

Killer songs

มีใครเคยบอกว่าอย่าเอาคนที่อยู่ในโหมดเดียวกันมาเจอกันในเวลาที่เหมาะสม มันจะปะทุหนักหลายเท่านัก

เมื่อคืนอารมณ์อะไรอธิบายไม่ถูก เลยงัดเพลงประเภทฆ่ากันให้ตายดีกว่า มาประชันกับท่านหญิง @kobkaew (featuring @titiworn กับ @dittaya) ได้ list เพลงออกมาเยอะดี จึงขอจดเอาไว้สักหน่อย ถ้าอยากเจ็บๆโดนๆ เอา list นี้ไปใช้เลย

ทนได้ทุกที - Hum
ซ้ำเติม - ธเนศ
ชิน - มะลิ
ดีแต่ปาก - Big Ass
เปลี่ยน - ETC
ใจนักเลง - พงษ์พัฒน์
ไกลเท่าเดิม - Hydra
คนไม่มีเวลา - ว่าน
ทำร้าย - โยคีเพลย์บอย
เหมือนเป็นคนอื่น - แอม
แววตา - เจ
จำทำไม - Tattoo Colour
ขอแค่ได้รู้ - มาลีวัลย์
คนไม่มีวาสนา
เสียใจได้ยินไหม - ใหม่
หัวใจยังเจ็บได้อีก - ณรงค์วิทย์
คนรักคนที่สอง - พีท
รักยาก ลืมยาก - เบล สุพล
คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด - กิ่ง เดอะสตาร์
รักกันครั้งหนึ่ง...คิดถึงตลอดไป - เต้ วิทย์สรัช
กลัวความมืด - ดิว เดอะสตาร์
ความเคยชิน - พีชเมคเกอร์
ที่ฉันเคยยืน - น้ำชา
ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ - อินคา
งมงาย - Bodyslam
อกหัก - Bodyslam
โง่งมงาย - Nuvo
รอ - กะลา
ที่สุดของหัวใจ
ทั้งทั้งที่รู้
เกินตัว - เอ็ม อรรถพล
เสียดาย - เบิร์ด
รักเธอให้น้อยลง - Bandwagon
ความเจ็บปวด - ปาล์มมี่
เธอคือใคร - ETC
ร้องไห้อยู่ - ตีน่า
ที่รักของใครสักคน - เต้ วิทย์สรัช
ยิ่งใช่ยิ่งไม่ใช่ - เต้ วิทย์สรัช
เกลียดเธอไม่ลง - แคลอรี่บลาบลา

2009/11/20

Overjustification effect

motivation

เมื่อตอนเรียนวิชาพฤติกรรมองค์การ ได้รู้ว่าการจูงใจคนนั้นควรต้องมีรางวัล (Reward) หรือการลงโทษ (Punishment) เสริมด้วยเพื่อให้คนมีความอยากจะทำ หรืออยากจะไม่ทำมากขึ้นไปอีก แต่ความจริงอะไรที่เกี่ยวกับคนมันก็จะซับซ้อนกว่านั้น ไม่ง่ายๆแบบที่ว่า

มีการค้นพบหนึ่งเรียกว่า Overjustification effect หรือการที่พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนไปเมื่อเกิดการใช้รางวัลเข้ามาเสริม โดยนักวิจัยเขาทำการจับเด็กเล็กที่ชอบการวาดรูป มาแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกแจ้งก่อนเลยว่าถ้าวาดรูปจะได้ใบประกาศพร้อมเหรียญ กลุ่มที่สองไม่ให้เลย กลุ่มที่สามให้ในภายหลังการวาดรูป (Surprise) ซึ่งผลก็คือเด็กที่ชอบวาดรูปอยู่แล้ว เมื่อทราบว่าพวกเขาจะได้รางวัล ความสนใจและเนื้องานที่ออกมาก็ด้อยคุณค่าลง แย่กว่ากลุ่มที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าจะได้รางวัลหรือกลุ่มที่ไม่ได้รางวัลด้วยซ้ำ

งานวิจัยนี้สรุปไปว่าการใช้ Reward สามารถบั่นทอนความอยากทำสิ่งต่างๆลง ยิ่งหากสิ่งเหล่านั้นคนที่ทำมีความสนใจจะทำอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน การให้รางวัลจูงใจจะทำให้เกิดพฤติกรรม "ขอไปที" มากกว่า ข้อเสนอแนะคือการวิจัยคือในงานลักษณะแบบนี้ การให้สิ่งตอบแทนแบบง่ายๆ เช่นคำชมเชย คำขอบคุณ การตอบรับอย่างยิ้มแย้ม เท่านี้ก็เพียงพอแล้วและเสริมการจูงใจได้ดีกว่า

การใช้ Reward แบบเป็นชิ้นอัน ควรกระทำในงานที่ยากกว่าปกติแต่สำเร็จ หรืองานที่ไม่ค่อยมีใครอยากทำมากกว่า แต่ถ้าเป็นงานที่เสียสละ หรือผู้ทำ ทำไปเพราะอยากทำโดยส่วนตัว การให้รางวัลนั้นทำให้สถานการณ์แย่ลงมากกว่าดึงขึ้น

2009/11/09

50 เหตุผลที่กรุงเทพเป็นเบอร์1

เอามาจากซักคนใน twitter (ลืมไปแล้วคร้าบ ขอโทษจริงๆ) เป็นบทความของ CNN ที่หยิบ50เรื่องราวในกทม. ที่ทำให้กทม.เจ๋งและไม่เหมือนใคร เต็มๆก็ไปอ่านตาม link แต่อันนี้เอามาจดไว้แบบสั้นๆ

1. พระเจ้าอยู่หัว
2. พระพุทธรูปทองคำที่วัดไตรมิตร
3. ชื่อเมืองหลวงยาวที่สุดในโลก
4. พระราชวังสวนจิตรลดา
5. อาหารริมถนนสุดบรรยาย (ในทีนี้พูดถึงซุปสมองหมู)
6. แม่น้ำที่มีระดับสูงขึ้น
7. อะไรก็ได้ในถนนข้าวสาร
8. ร้านขายโปสเตอร์หนังที่สยามสแควร์ซอย2
9. ซอยคาวบอย
10. เอี๊ยะแซ เยาวราช
11. ร้าน ถูกและดี ใน Foodland
12. ตลาดนัดจตุจักร
13. ร้าน Sirocco บน State Tower สีลม
14. ไปที่ไหนก็มีพริตตี้
15. Thinglish
16. New York Steakhouse.
17. สินค้าหรูในสยามพารากอน
18. เด็กสับหลังในห้องน้ำชาย
19. ร้านอาหารตะวันออกกลางในสุขุมวิทซอย 3/1
20. การควบคุมวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์วันวาเลนไทน์
21. Tuba เอกมัย
22. รถร่วมสีเขียว
23. Rock Pub ใน Hollywood Stress ราชเทวี
24. อัพเดทเทรนด์แฟชั่นวัยรุ่นไทยที่สยาม
25. ป้ายโฆษณาของชูวิทย์
26. ไปตรงไหนก็มีคนขอรับบริจาค
27. No Hand Restaurant
28. ข้าวซอยไก่ ที่ฟู้ดคอร์ทชั้น3พันทิพย์
29. ดูตะกร้อที่สวนเบญจสิริ
30. Ronnie's New York Pizza สุขุมวิทซอย4
31. ตลาดนัดรัชดา
32. Doreme สยามสแควร์ ซอย11
33. มอไซด์รับจ้าง
34. ชุดนักศึกษาหญิง
35. คนรับใช้
36. ที่นั่งพิเศษในโรงหนัง
37. พระปะแดง
38. ตลาดคลองเตย
39. สวนลุมพินี
40. การยืนตรงเคารพธงชาติ
41. ปูผัดผงกะหรี่ สมบูรณ์โภชนา
42. รูปปั้นนูนหน้าเบคแฮ่มที่วัดปริวัตร์
43. พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
44. ข้อความมากมายบนเสื้อยืด
45. พระในพันทิพย์
46. ตำรวจจราจรจะพกอุปกรณ์ทำคลอด
47. นวดแผนไทย
48. ตัวเหี้ยในสวนลุม
49. เสรีทางเพศ

และข้อ 50. สีเสื้อในไทยนั้นมีความหมายมากกว่าแค่สี ให้ระวังเอาไว้

CNNGO: World's Greatest City: 50 reasons why Bangkok is No. 1

2009/10/17

Oishi เกี๊ยวซ่า...เจ

เริ่มต้นเทศกาลถือศีลกินเจกันแล้ว แบบที่ว่าเดินไปไหนมาไหนก็เจกันไปซะหมด ไม่เว้นแม้แต่ในเซเว่นฯที่เป็นที่คุ้นตาอยู่แล้วว่า shelf มาม่าจะต้องเจได้อีกแบบนี้

เจได้อีก ที่เซเว่น

แต่อะไรที่เจๆในเซเว่นฯอันไหนจะฮาเท่าไอ้นี่....

โออิชิ เกี๊ยวซ่า เจ

....เกี๊ยวซ่าเจ -"- โออิชินี่ก็สุดๆ โหนกระแสได้ตลอด....

โออิชิทำเกี๊ยวซ่าขายในเซเว่นฯมาสองแบบแล้วคือหมู ไก่ แต่ล่าสุดคือเจ สภาพข้างในก็ประมาณนี้

โออิชิ เกี๊ยวซ่า เจ

ไส้ก็เป็นอะไรที่เดาได้ไม่ยาก โปรตีนเกษตร วุ้นเส้น เห็ด แครอท ราวๆนั้น 5ชิ้น 29บาท อยากลองก็ตามอัธยาศัย

2009/10/16

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

[ไม่ค่อย spoil]

รถไฟฟ้ามานะเธอ Poster

แทบจะเป็นนโยบายขนาดย่อมใน GTH ที่ผลงานหนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน จะต้องมีออกมาให้ดูกันทุกปีและเป็นเนื้อเรื่องสไตล์ Feel Good ถ้าต้นปีความจำสั้น แต่รักฉันยาวคือโหมโรงก่อน ปลายปีก็ได้ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ นี่แหละมาเป็นตัวชูโรง

รถไฟฟ้าฯ เป็นเรื่องราวความรักที่เลื่อนอายุขึ้นมาอีกขั้น โดยพูดถึงคนทำงานวัย30ต้นๆ มีเหมยลี่ (คริส หอวัง) สาวโสดวัยเข้าเลข3 โสดสนิท ไม่เคยมีแฟน แต่เพื่อนแต่งงานกันหมดแล้วเป็นศูนย์กลางของเรื่อง เจ้ากรรมชะตาพาเธอไปพบกับวิศวกรรถไฟฟ้า BTS อย่างลุง (เคน ธีรเดช) ที่ทำให้เธอตกหลุมรักและมุ่งมั่นทำทุกวิถีทาง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ชายคนนี้จะไม่หลุดมือเธอไปแน่ๆ

หนังยังคงมีรูปแบบ GTH พิมพ์นิยม อันประกอบด้วย ประโยคคมๆให้โดนได้อีกเช่น "แต่มันฝืนไม่ได้จริงๆ" ตัวขโมยซีนในหลายฉาก โอปอล์ ที่ออกมาฮาทุกฉาก แขกรับเชิญจำนวนมากมาย ที่เด็ดกว่าคือในเรื่องนี้มีหนึ่งคนที่ไม่ใช่เด็ก GTH เสียด้วย และมุขที่กระจายเต็มเรื่อง

หนังเลือกการนำเสนอแบบสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งอาจจะเข้าท่ามากกับหน้าตาของคริสที่ปั้นเป็นการ์ตูนได้ง่ายมาก และดูเหมือนทุกฉากที่พยายามเป็นการ์ตูนก็ได้ผลดีเสียด้วย แต่การนำเสนอแบบการ์ตูนก็ทำให้หนังกว่าครึ่งเรื่องเป็นไปแบบ ไม่มีเหตุมีผลรองรับในการกระทำ และที่แย่กว่าก็คือสาระสำคัญในหนังก็ถูกทอนลงไปอย่างมากกับการเล่นมุขเกลื่อนเรื่อง

ข้อเสียที่สุดที่รู้สึกได้คือการพยายามสร้างประเด็นเสริมในหนังที่มีอยู่เต็มไปหมด แต่กลับไม่ถูกนำมาใช้งานได้อย่างแยบยล สุดท้ายกลายเป็นการเปิดหนึ่งประเด็นเพื่อปูไปสู่มุขตลกอีกมุขเท่านั้นแล้วจบกัน อาทิเช่น เรื่องไอ้เจื่อน ภาษาจีนของอาม่า หนุ่มเรน พ่อไม่ชอบเปิดไฟ ดาวหาง หรือแม้กระทั่งน้องเพลินเอง ทุกอย่างถูกนำมาใช้แบบมุขต่อมุขแล้วจบกัน ไม่มีอะไรที่เป็นไม้เด็ด น่าเสียดาย

ในแง่ความสนุกหนังเรื่องนี้ให้ความบันเทิงได้เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย วัดได้จากเสียงกรี๊ดตลอดเรื่อง ต้องถือว่าผู้กำกับใช้บริการความหล่อของเคนได้คุ้ม และเรียกใช้ได้ถูกจังหวะตลอด มุขตลกส่วนใหญ่ใช้งานได้ผล บางมุขแอบติดเรทด้วยซ้ำ

คริส หอวังสามารถประคับประคองหนังเรื่องนี้ได้ดี ทำให้เชื่อได้จริงๆว่าเธอเป็นหมวยโสดสนิทและไม่ต้องการให้พี่เคนหลุดมือจริงๆ หนังสนุกและน่าจะเป็นความบันเทิงในภาวะแย่ๆรอบตัวแบบนี้ได้ครับ

ปล.ไม่เสียแรงที่ BTS สนับสนุนหนังเรื่องนี้ เพราะหนังเสริมภาพลักษณ์ให้รถไฟฟ้า BTS ดูดีจริงๆพับผ่า!!

2009/10/09

เฉลยข้อสอบ PAT ของชวก. วิศวฯจุฬาฯ

ถ้าเผื่อไม่ทราบ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์การสอบ GAT/PAT เพื่อใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้งที่3 ประจำปีนี้

อาจจะสงสัย เฮ้ย แค่ตุลาคมก็รอบสามแล้วเรอะ สมัยตรูมันแค่รอบแรกเอง

...ใช่ครับ ทางกระทรวงฯท่านให้มีการจัดสอบบ่อยๆ เพราะเด็กจะได้เฉลี่ยการสอบเก็บคะแนน จะได้เครียดน้อยลง จะได้ประหยัดเงินค่าสอบมากขึ้น

...อื้ม ตรรกะดีได้โล่จริงผู้ใหญ่กระทรวงฯนี้ กระทรวงฯที่มีซี10เยอะที่สุดในประเทศไทย

เข้าเรื่อง โดยบังเอิญขณะเดินผ่านมุมหนังสือข้อสอบ Admission ที่ร้านนายอินทร์ ก็พลันให้ผมพบหนังสือเล่มนี้ครับ

เฉลยข้อสอบ PAT1-2-3 โดยชวก. วิศวฯจุฬาฯ

เฉลยข้อสอบ PAT 1-2-3 โดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ...ว้าว

ในที่สุดแล้วเราก็ได้เห็น ชวก. พิมพ์หนังสือขายอีกรอบแล้ว แถมจับ target ให้โดนกันสุดๆ ถึงแม้จะเจอกันที่นายอินทร์ ไม่ใช่ซีเอ็ดก็เหอะ (สมาชิกชวก.รุ่นแรกๆ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารซีเอ็ด)

คำนำให้จุดขายหนังสือเล่มนี้ว่า คำเฉลยไม่ใช้ภาษาที่ทางการเกินไป บรรยากาศเหมือนพี่สอนน้อง เนื่องจากจะสแกนได้เร็วแค่วิชาเลข (PAT 1) ก็บอกได้ว่าวิธีการเฉลยยังเป็นบนหลักการแต่ภาษาง่ายๆดังว่าจริง

เนื่องจาก PAT1 เป็นวิชาเลข PAT3 เป็นวิชาพื้นฐานวิศวฯ ซึ่งน่าจะพอเฉลยทำกันเองได้ แต่ PAT2 วิทยาศาสตร์มีส่วนของเคมี ชีวะฯด้วย ทีมบรรณาธิการจึงระดมทีมงานที่เหมาะสมกว่ามาเฉลยเช่นกัน โดยมีนิสิตแพทย์ เภสัช มาช่วยทำเฉลยด้วย แถมท้ายด้วยพิสูจน์อักษร โดยนิสิตอักษรฯอีกต่างหาก

....แทคทีมกันดีครับ

โต้โผหลักของหนังสือชื่อ ณัฐ อุดมพาณิชย์ ซึ่งน้องเขายังแถมบทความแสบๆคันๆของตัวเอง ทั้งการสอบที่เปลี่ยนไม่เลิก รวมถึงนิสัยการเรียนคณิตศาสตร์ ไว้ท้ายเล่มด้วย อ่านแล้วจี๊ดได้อีก

ราคาขาย 120บาท ซึ่งพอๆกับหนังสือเฉลยข้อสอบของสำนักพิมพ์อื่น ถ้าใครรู้จักเด็กกำลังสอบก็ส่งเสริมกิจกรรมน้องๆผ่านการซื้อหนังสือเล่มนี้ได้นะครับ :)

2009/08/30

ตุ๊กตาโดราเอม่อน ณ เซเว่น

ดูเหมือนเซเว่นฯจะเอาดีกับการขายโดเรม่อนเป็นระลอกๆ ปีนี้ก็กลับมาอีกแล้วพร้อมกับตุ๊กตา 7 ตัว ราคาตัวละ29บาท โดยต้องใช้สิทธิ์แลกซื้อท้ายใบเสร็จซื้อเอา

ออกจะแถกมากๆ เพราะปกติสินค้าตระกูลโด ก็จะมีแค่5ตัว แต่รายการนี้ทำเอาแบบคืนทุนเลยต้องเพิ่มไจโกะ (น้องสาวไจแอนท์) และโดเรมี่เข้าไปอีก

Doraemon dolls - SD size

อย่างไรก็ตาม แม้จะขายดีแค่ไหน ไปกี่ร้านก็หมด แต่ได้ครบแล้วนะครับ ขอบคุณที่ถามไถ่กันมา :)

2009/08/14

BusinessWeek ไทยแลนด์ ลดเหลือฉบับละ100บาทแล้ว

เป็นแฟนเงียบๆของ BusinessWeek ไทยแลนด์ กับเขาเหมือนกัน แต่ด้วยราคาฉบับละ 175บาท ก็ทำให้ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้างตามประสา ยิ่งเทียบกับต้นฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเขาออกถี่กว่าเป็นรายสัปดาห์ เนื้อหาต่างประเทศของฉบับภาษาไทยเลยดูด้อยลงไปอีก

BusinessWeek Thailand - August 2009

ล่าสุดตั้งแต่ฉบับสิงหาคมนี้ BusinessWeek ไทยแลนด์ประกาศปรับรูปเล่มโดยใช้กระดาษแบบบาง เหมือนกับของภาษาอังกฤษ ทำให้ลดราคาลงมาได้เหลือฉบับละ100บาทเท่านั้นน

ถ้าใครแคร์ว่ากระดาษสภาพจะห่วยลง ผมก็คนนึงละที่ไม่ค่อยแคร์เพราะกระดาษที่ปรับลงนี้ เทียบกับฉบับภาษาอังกฤษก็ยังนับว่าดีกว่าเยอะ ส่วนของเนื้อหามีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่ยังอ่านไม่จบเลยยังสรุปไม่ได้ตอนนี้

บางทีเราก็พาลนึกต่อไปว่า ทำไมหนังสือพิมพ์ธุรกิจหลายหัวต้องใช้กระดาษปอนด์อย่างดีมาพิมพ์ เพียงเพื่อให้เหนือกว่าหนังสือพิมพ์หัวสีด้วย ในเมื่อสุดท้ายอ่านจบก็ทิ้งหรือชั่งกิโลเหมือนๆกัน...

2009/08/10

Telecomm Business

ค่อนจะง่วงนิดๆ แต่วิชาบรรยายพิเศษรอบค่ำของคุณวิเชียร เมฆตระการ ซีอีโอแห่ง AIS ก็เป็นกันเองและมีประเด็นเยอะแยะมาก และขายของเยอะมากเช่นกัน เนื้อหาปนๆสลับกันไป ช่วงถามตอบก็ได้เกร็ดสนุกๆเยอะ

BlackBerry vs. iPhone
- สัญญาที่ AIS ทำกับ Apple เป็นสัญญาทางเดียว คือ Apple บอกเลิกได้ทุกเมื่อ แต่ AIS ไม่มีสิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ทำให้ AIS เลือกไม่มีความคืบหน้าต่อ เพราะสัญญานี้ "กร่าง" เกินไป (แต่เนื่องจากเปิดรายละเอียดสัญญาคุยกันแล้ว จึงเล่าไม่ได้เป็นเวลา5ปี)
- ปัจจุบันมี iPhone active ในเครือข่าย AIS ราว 8หมื่นเครื่อง ที่ทราบเพราะว่า iPhone มีรายละเอียดที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายแปลกไปจากโทรศัพท์อื่น
- มีช่วงหนึ่งสนามบินสหรัฐฯต้องตรวจสอบแอร์การบินไทย ว่าหิ้ว iPhone กลับมาหรือไม่
- BlackBerry ที่ขายใน MBK ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแถมจากโปรแกรม 1แถม1
- AIS ทราบดี แต่ไม่สามารถขาย BB ให้ถูกกว่านี้ได้เพราะตอนนี้ margin ก็ต่ำมาก
- อัตราส่วนผู้ใช้ iPhone ต่อ BB ในไทยอยู่ที่ 3:1
- ฐานลูกค้าใหญ่กลุ่มหนึ่งของ BB คือนักศึกษา ABAC ชั้นปีที่สี่
- ส่วนตัวคุณวิเชียรมองว่า BB ทำให้ชีวิตส่วนตัวเสียไปมาก เพราะสามารถถูกตามงานได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งการใช้ BB มักถูกคาดหวังให้ตอบสนองเร็วเป็นพิเศษ
- Data BB จากไทยจะวิ่งไปที่สิงคโปร ก่อนส่งไปที่ RIM server ที่แคนาดา
- คุณวิเชียรยืนยันว่าไม่มีนโยบายแจก BB ให้ดาราและคนดัง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าอาจมีการเอาไปแจกจริง

เรื่องสัมปทาน
- ระเบียบสัมปทานทุกเจ้าจะระบุไว้ว่า ทุกอย่างที่ลงทุนไปต้องส่งคืนรัฐหลังหมดสัญญา (BTO)
- ปัจจุบันค่าต๋งที่ AIS ต้องส่งให้ TOT อยู่ที่ 30% ขณะที่ไลเซนส์ใหม่กับกทช.อยู่ที่ราว 6-7% ดังนั้นการลงทุนใหม่ๆรวมทั้ง 3G ทุกค่ายจึง "รอ" จนกว่าไลเซนส์ใหม่จะออกมา
- ปีที่ผ่านมาค่าสัมปทานกินเปล่าที่ AIS นำส่ง TOT อยู่ที่สองหมื่นล้าน นอกจากนี้ก็ยังมีรายรับกินเปล่าจาก True และ TT&T อีก
- แต่ว่า TOT มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6พันล้านในปีที่ผ่านมา !?!
- เกี่ยวกับข้อบังคับเปลี่ยนค่ายเบอร์ไม่เปลี่ยน บอกว่าสามค่ายเห็นตรงกันว่าไม่สามารถทำได้ในสามเดือน แต่น่าจะได้ในเก้าเดือน เพราะการเก็บข้อมูลปัจจุบันไม่ได้ละเอียดมาก เช่นอัลกอริทึมที่ AIS ใช้ define ว่าเป็นเบอร์ในเครือข่าย AIS หรือไม่เวลาคิดค่าโทรตามโปรฯ คือดูแค่ prefix number ไม่ถึงกับดู attribute by number
- สามค่ายอาจจะใช้ฐานข้อมูลร่วมกันเวลาดูว่าเบอร์ไหนอยู่เครือข่ายใดตอนนี้ ซึ่งน่าจะเป็นฐานข้อมูลยักษ์ตัวหนึ่ง

Trend
- มือถือติด RFID เพื่อใช้จ่ายเงินเป็นเทรนด์ที่ไทยน่าจะทำได้นานแล้ว แต่ไม่ได้เสียทีเพราะไม่ยอมเลือก standard ที่ตรงกัน
- การโอนเงินข้ามประเทศผ่านมือถือ นิยมทำกันมากในอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ราว1% ซึ่งถูกกว่า Western Union มาก
- ลูกค้า 1-2-Call จำนวนไม่น้อยเป็นคนพม่า ในพื้นที่บางแห่งเช่นสะพานปลา จึงต้องมีโฆษณาภาษาพม่าไว้เลย
- แต่ call center ยังไม่มีล่ามภาษาพม่าตอนนี้
- พอถึงเวลาหนึ่งที่ระบบเครือข่ายแข็งแรง content จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะแพ้ชนะ
- Shin Corp. ไม่ถือกิจการ IBC ไว้และขายให้ TA (ขณะนั้น) เพราะมองว่าการทำเคเบิ้ลในไทยเอากำไรได้ยาก
- ยิ่งมีระบบเคเบิ้ลท้องถิ่น การละเมิดลิขสิทธิ์ยิ่งสูงมากขึ้น
- แนวทาง Convergence ของ True คือไม่เน้นกำไรตอนแรก แต่เน้นให้ลูกค้าไปใช้บริการต่อเรื่อยๆจนครบวงจรก่อน
- cost ในการย้ายสำนักงาน DTAC อยู่ที่ 70ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเช่าเดือนละ 24ล้าน

ช่วงท้ายๆคุณวิเชียรบอกว่า 3G ขอให้รอไปก่อนอีกซักพัก อาจจะ 1-2ปี ซึ่งไม่นานหรอก เพราะเขาก็รอมาแล้วตั้ง5ปี :P

2009/06/26

SNSD - Tell Me Your Wish (Genie)

ไม่รู้จะว่าไง เลยสรุปได้ว่า

...
...
ข า ว ทิ่ ม ต า ม า ก



I'm Genie For You, Boy .... หุๆ

2009/06/09

ไปต่อใบขับขี่

เอามาจดไว้ เผื่ออยากอ้างอิง

ถ้าที่โคราชคุณสามารถมาทำเรื่องขอต่อใบขับขี่ ได้นอกเวลาราชการ (เฉพาะ 1->5 และ 5->5 ไม่รับทำใหม่) ที่ขนส่งข้างโลตัส ช่วงเวลา 17:00-20:00น. โดยมีการทดสอบและอบรมสามรอบคือต้นชั่วโมง 17 18 19 และยื่นเอกสารก่อนเวลาอบรม30นาที (ไปยื่นสาย แต่โชคดีเจ้าหน้าที่อนุโลม)

เอกสารประกอบการต่ออายุก็จะมี ใบขับขี่ใบเดิม สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล(ถ้ามี) และใบรับรองแพทย์ จริงๆอาจไม่ใช้ทุกเอกสาร แต่เตรียมมาก็ดี

ระเบียบการต่ออายุใบขับขี่ใหม่ระบุให้ผู้ต่ออายุ ต้องผ่าน2ขั้นตอนคือการทดสอบสมรรถภาพ และผ่านการอบรมอีกหนึ่งชั่วโมง ทำให้ขั้นตอนดำเนินการทั้งหมดใช้เวลาราว 1ชั่วโมง 40นาที

การทดสอบสมรรถภาพ ถ้าที่นี่สอบสี่อย่าง คือการตัดสินใจฉับพลัน (เหยียบคันเร่งแล้วเหยียบเบรกให้ทัน) ทดสอบตาบอดสี ทดสอบสายตาแนวลึก (ตั้งเสาให้เสมอกันในระยะไกล) และทดสอบสายตาแนวกว้าง (ตามองตรง แล้วตอบสีของไฟที่เข้ามาด้านข้าง) จากนั้นก็เป็นการดูหนังอบรมเนื้อหาการจราจรอีกหนึ่งชั่วโมง

จะสังเกตเห็นว่าในละครที่ใช้อบรม พระเอกขับ Toyota ส่วนตัวปัญหาในเรื่องขับ Honda :P

รวมๆแล้วการทดสอบแบบนี้ก็ดีนะครับทางหลักการ แต่ก็นะ...เสียดายที่ทำตลอดชีพไม่ทัน เฮ้อ...

2009/06/06

เรื่องของคน

เรื่องของคน

หนังสือเล่มล่าสุดของสุมาอี้ หรือนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ คราวนี้ไม่พูดถึงธุรกิจหรือเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นเรื่องข้างเคียงกันคือจิตวิทยา เล่าถึงเรื่องต่างๆและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ การกระทำของคน ซึ่งส่งผลต่างๆออกมาในสังคมท้ายที่สุด หนังสือเล่มนี้บางมาก (ราคาจึงแค่ 80บาท) มีอยู่สี่บทประกอบด้วย

ข้อจำกัดของการรับรู้ - มนุษย์มี limit บางอย่างในการรับรู้ข้อมูล ทำให้การตัดสินใจหลายอย่างมีข้อบกพร่องอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีจริงๆ ถ้าเอาตามที่เรียนมา ก็คือวาทะคลาสสิกว่า Perception is more important than fact

สัญชาตญาณการอยู่รอด - มนุษย์มีเซ้นส์ในการต่อสู้มาแต่กำเนิด มนุษย์เองมีความสามารถถึงขนาดประเมินตัวเองได้การแข่งขัน ว่าสนามนี้ตนจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดโรคดื้อไม่ยอมแพ้ ดังเห็นได้จากนักเล่นหุ้นที่ขาดทุนแต่ก็บอกตัวเองว่ายังมีหวัง

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม - นั่นคือหลายครั้งการตัดสินใจที่ไม่ดีเท่าใดนัก แต่หากเป็นการทำตามคนหมู่มาก มนุษย์ก็ยินดีจะคล้อยตามไปเสียอย่างนั้น ซึ่งส่วนที่โยงมาในแง่เศรษฐศาสตร์ก็คือสภาพที่เห็นบ่อยๆในตลาดหุ้น

สมองมีสองโหมด - พูดถึง Cognitive Dissonance คือการที่สมองจะมีธรรมชาติที่ไม่สามารถอยู่กับสิ่งที่ดูขัดแย้งกันได้ และจะพยายามหาทางออกให้มันในที่สุด ส่งผลต่อการคิดหลายๆอย่างที่หาใช้เศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์คิดแล้วไม่เข้าท่า แต่สมองมันพาไปจริงๆ ในบทยังกล่าวถึงด้วยว่าเรื่องใดก็ตามที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง บางทีก็ดูแย่กว่าการให้มโนภาพว่าเป็นงานการกุศล

เล่มนี้อ่านจบเร็วมากครับ ไม่ถึงชั่วโมงก็จบแล้ว เป็นน้ำจิ้มๆพอให้อยากไปหาข้อมูลเรื่องแนวๆนี้ต่อไปได้

ผัดหมี่โคราชภาคสอง

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ที่ผัดออกมามั่วซั่วมาก ดูไม่เข้ากันพิกล ก็เลยลองแก้มืออีกที

10052009494

10052009496

10052009497

10052009498

....เส้นแข็งโป๊กเพราะรีบร้อนไปหน่อย ไม่นิ่มเท่าควร ตอนผัดก็ไม่เร็วพอเส้นเลยเกาะกันอีกเป็นสองเด้ง กลายเป็นหมี่แข็งๆจานนึงซะงั้น เฮ้อ!

2009/06/04

Teaser หนีตามกาลิเลโอ

จุดแข็งของ GTH ที่มีมาแต่ไหนแต่ไรคือการทำหน้าหนังให้น่าสนใจ

นี่เป็นอีกตัวอย่างกับหนังเรื่องใหม่ของ GTH ที่ชื่อว่า หนีตามกาลิเลโอ ถ้าบอกแค่ชื่อคุณก็คงรู้สึกเฉยๆหรือไม่สนใจ แต่ทีเซอร์สั้นๆความยาว 90วินาทีนี้ ก็ดันสะกดคุณได้อยู่หมัด



...เลยต้องรอดูซะงั้น...หวังว่าตัวอย่างแบบนี้จะทำให้อดีตสาวลอนดอนบางคน เกิดครึ้มอยากกลับไปอยู่ที่นั่น หุๆ

2009/05/30

อุดมซุปเปอร์มาร์เก็ต

ถ้าขับรถอยู่บนถนนสืบศิริที่โคราช คุณอาจจะแปลกใจกับปริมาณป้ายอันหนึ่งที่มีอยู่แทบจะตลอดทาง

10052009486

ก็เป็นป้ายบอกทางไป อุดมซุปเปอร์มาร์เก็ต ... เห็นแล้วก็สงสัยว่ามันอยู่ตรงไหน แต่ไม่เคยไปถึงร้านสักที วันหนึ่งครึ้มใจเลยลองไปให้ถึงดู...

10052009487

10052009488

...ก็ยังไม่ถึง...

10052009489
โอ้ว เป็นป้ายใหญ่แล้ว

10052009490
20 เมตรก็ยังจะบอก

แล้วก็มาถึง...

10052009491

เป็นสโตร์ขนาดใหญ่ครับ สินค้าก็หลากหลายดี แต่ราคานี่ไม่ค่อยแน่ใจว่าถูกแค่ไหน วันที่ไปร้านเขาแปะป้ายว่ากำลังปรับปรุงอยู่ แปลกใจดีเหมือนกันที่มีร้านใหญ่ขนาดนี้มาซุกตัวในถนนเดชอุดม ใครสะดวกหรืออยู่แถวนั้นก็ไปอุดหนุนกันได้ มีเคาน์เตอร์เซอร์วิสด้วยนะเอ้า!

ปล. ความจริงจำนวนป้ายบอกทางมีมากกว่านี้หลายเท่าตัว

2009/05/18

The Godfather Return

[ก็สปอยล์มั้ง ไม่เหมาะสำหรับคนไม่อยากรู้ และรอซื้อ DVD ปีหน้า]

ปีนี้ละคอนถาปัตย์จุฬาฯเลือกเรื่อง The Godfather มาเล่น ซึ่งเคยเล่นไปในปี 29 ปีนี้เลยต้องมีคำว่า Return ด้วย

แม้สถานการณ์การเมืองยังไม่สงบดี ละครปีนี้ก็เลือกจะล้อเลียนการเมืองกันมันตั้งแต่ฉากแรกด้วยมุขเบื่อ(ไม้)ม็อบสองสี และนั่นเป็นการปูไปสู่จุดเด่นของละครปีนี้นั่นคือการนำเสนอแบบไม่มีสี ...

...ใช่แล้ว ละครปีนี้เป็นละครขาวดำ...

การทำขาวดำก็คือฉากก็เล่นขาวดำเทาเป็นหลัก ลามมาเครื่องแต่งกาย รวมถึงการพอกหน้านักแสดงเป็นสีขาวด้วย ส่วนตัวคิดว่าอุบายนี้ก็ทำให้คนดูตื่นเต้นได้ดี แต่ก็แค่สิบห้านาทีแรกเพราะหลังจากนั้นมันก็ออกจะอึดอัดมากกว่าสนุกกับอุบายนี้ กระนั้นเมื่อเลือกแล้วก็เล่นต่อไปให้สุดเรื่อง

step การดำเนินยังคงสไตล์เดิมนั่นคือปูพื้นในครึ่งแรกแล้วขมวดทั้งหมดเข้า ปิดท้ายด้วยไคลแมกซ์ก่อนจะไปคลายปมต่อให้ครึ่งหลัง ว่าท้ายที่สุดแล้วใครกันแน่ที่ฆ่าดอนคาลิโอเน่ และสองพี่น้องที่ขัดแย้งกันจะกลับมาคืนดีกันได้หรือไม่

ส่วนที่เป็นปัญหาอย่างหนักหนาสำหรับคนนั่งโซนหลังชั้นล่างอย่างผม คือปีนี้การโปรเจกต์เสียงของนักแสดงเข้าขั้นแย่มากๆ หลายฉากฟังไม่ออกและต้องเดาเอาเลย ไม่รู้ว่าเพราะเป็นรอบท้ายๆผสมกับสภาพอากาศแย่ย่ำหรือไม่ ยังดีที่ยังไถกันไปได้จนจบเรื่อง

ในส่วนของมุขปีนี้ เพราะโครงเรื่องเป็นแนวเจ้าพ่อและอำนาจ ตัวเรื่องเลยหลอกล่อให้พาดไปการเมืองได้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นเบื่อม็อบที่พูดไปตอนต้น หรือมุขเพื่อนเนวิล มุขตัวย่อ มุขเมียคนไหน มุขยิงปืนขึ้นฟ้า หรือกระทั่งมุขดอนลิ้มทองกุล (กล้าเล่นนะนั่น) แต่ถ้านอกเหนือจากมุขการเมืองแล้วก็ไม่มีอะไรน่าจดจำมากกว่าฉากงานศพ ที่มุขแนวจับผสมนั่นนี่ชนกันยังใช้งานได้ดีเสมอกับละครถาปัตย์

ไม่รู้ต้องการสื่อสารอะไรหรือไม่ แต่ The Godfather Return ปีนี้เลือกจบเรื่องราวแบบไม่ Happy Ending และดูเหมือนอยากจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับผู้ชม(รึเปล่า) ว่าคนเราทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ แม้กระทั่งต้องบิดเบือนข้อมูลให้ผู้คนได้รับรู้

...อูยย...

ถ้าให้เทียบกับละครหลายๆปีที่ดูมาก็ไม่โดดเด่นครับ แต่ก็อยู่ในมาตรฐานที่คนดูคาดหวังได้กับละครถาปัตย์ที่เวียนมาอีกปีหนึ่ง

2009/05/09

เศรษฐศาสตร์ฉบับกระป๋อง

เศรษฐศาสตร์ ฉบับกระป๋อง

ถ้าใครติดตามหนังสือของนรินทร์ หรือสุมาอี้มาตลอดจะพบว่างานเขียนเป็นแนว Micro มากกว่าจะเป็น Macro (แต่ไม่ใช่ไม่มีเลย) เล่มนี้อ.นรินทร์เลยออกตัวก่อนเลยว่าจะว่าด้วย Macro ล้วนๆในสไตล์ตัวเอง (ทำให้หนังสือเล่มนี้เนื้อหาหนักอึ้งกว่าเล่มก่อนๆ)

คำนำหนังสือได้ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าพยายามเขียนให้รอบด้านที่สุด เพราะเวลากล่าวถึง Macro ก็มักเลี่ยงไม่พูดถึงแนวทางปฏิบัติ ล่วงเลยไปถึงระบบการปกครองประเทศโดยง่าย ส่วนตัวผมเห็นว่าสุ่มเสี่ยงเอาการโดยเฉพาะคนที่ค่อนข้างเปิดเผยว่าโปรทุนนิยมแบบอ.นรินทร์ ว่าจะเขียนเชียร์ "คนไกล" บางคนไปหน่อย

อ่านจบก็รู้สึกเลยว่าก็เอียง หลายบรรทัดเสื้อบางสีอ่านแล้วคงขัดใจได้ง่าย แต่ทั้งนี้ก็ยืนบนเหตุผลของผู้เขียนเขา สำหรับคนอ่านก็ให้ถือว่าอ่านเอารู้ยังไม่ต้องถึงกับอ่านเลือกข้าง

ตัวอย่างบรรทัดที่น่าสนใจ
  • ภาษีส่วนใหญ่ของประเทศควรนำมาส่งเสริมเทคโนโลยีก้าวหน้าสี่ด้าน คือการวิจัยพัฒนา การเพิ่มทักษะแรงงาน การศึกษา และการบริหารจัดการองค์กร มากกว่าเอามากระตุ้นการบริโภคผ่านนโยบายการคลัง (แนวคิดของโซโลว์ บทการเติบโตมาจากไหน?)
  • การนำเข้าข้าวโพดอย่างเสรี จะเป็นประโยชน์ต่ออังกฤษมากกว่า เพราะหากเปรียบเทียบระหว่างเจ้าของที่ดิน ซึ่งมักเป็นขุนนางกับบรรดานายทุนแล้ว เจ้าของที่ดินมักรอเก็บค่าเช่าอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไร แต่นายทุนต้องสร้างโรงงาน เกิดการผลิตและการจ้างงานขึ้นมา (ข้อเสนอของเดวิด ริคาโด้ บทวีรกรรมของริคาโด้)
  • ในเรื่องการค้าเสรี โดยมากแล้วคนเสียประโยชน์มักจะเสียงดังกว่าเสมอ ขณะที่ผู้บริโภคซึ่งเป็นฝ่ายได้ประโยชน์จะนิ่งเฉย เพราะผลประโยชน์ต่อคนนั้นน้อย (FTA บทโลกนี้มีอย่างหนึ่งที่ฟรี)
  • วิกฤติซับไพรม์ไม่ใช่ต้นตอของปัญหา แต่เป็นสิ่งที่ช่วยปรับสมดุลของโลกใหม่ (ความไม่สมดุลของโลก)
ยังคงสไตล์หนังสืออ.นรินทร์เช่นเคย คือใช้เวลาอ่านไม่นานก็จบครับ แต่ถ้าอ่านเอาเรื่องจริงๆ ก็ไล่รายบรรทัดกันได้นานอยู่

ปล. ถ้าอ.นรินทร์ผ่านมาอ่านเจอ (จะเจอมั้ย?) อยากทราบครับว่าหน้าสุดท้าย หน้า๑๓๗ เหมือนมันตกหล่น คือยังไม่จบใช่ไหม?

Using FREE Wi-fi in Korat

I plan to blog about this many times but the services are often changed and also I do not often use it.

Generally, there are 2-3 Wi-fi hotspot providers in Korat which are True, TT&T and TOT. For the last one, because it's so xxx and yyy so I would not write about it :P

Firstly, TRUEWi-fi, the hotspots cover widely in town including The Mall and Klang Plaza. The service is normally charged BUT you can use it for free ! ....like Bangkokian, you know they have free wifi service with limited speed called "Green Bangkok Wi-Fi". All you need to do is registering like you are Bangkok people then you'll receive an account for using in Korat. (so we now know that TRUE does not seperate authenticated server between Bangkok and others :P)

Read conditions and register here

Moreover, TT&T also provides free wifi around Tao Suranaree Monument (free for just 20 minutes). All you need to do is search for signal of TT&T then browsing and registering with your name and 13-digit from ID Card. The 29 hotspots are now provided in the city.

Others, you can use Wifi for free in many coffee shops around Korat. My favorite one is Teddy Coffee (near Klang Plaza). There are also other places but you may need to ask for authenticated password.

Enjoy wifi life in Korat...

ps. i also blog this entry using free truewifi, thanks !

2009/05/08

รู้เช่นเห็นชาติ การตลาดยุคใหม่

รู้เช่นเห็นชาติการตลาดยุคใหม่

ใช้เวลาอ่านแป๊บเดียวก็จบแล้ว หนังสือเล่มนี้รวมๆพูดถึงทฤษฎีใหม่ๆ(และเก่าๆ)ทางการตลาด เพื่อให้เห็นว่าแนวทางที่สินค้าใช้กันวันนี้เป็นแบบไหน พร้อมทั้งยกกรณีศึกษาประกอบหัวเรื่องนั้นๆ ออกทำนองเอาทฤษฏีแล้วหา case มาไม่ใช่เอา case มาแล้วดันหาทฤษฎีประกอบ

ตัวอย่างกรณีศึกษาเด่นๆ
  • TR Adventure ประสบปัญหายอดขายอย่างหนัก หลังจากคู่ค้ากันมานานนมอย่างอิซูซุเลือกทำ Mu7 ซึ่งเป็นรถกะบะดัดแปลงขายเอง (ทฤษฎีคลาสสิก Five Forces)

  • นมแพะศิริชัย เลือกทำสินค้าในตลาดที่มีขนาดพอสมควร แต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งกินมาร์เก็ตแชร์ได้99% (Niche Market)

  • นมแคลเซี่ยม ปัญหาด้านภาพลักษณ์ที่แอนลีนดูเป็นนมคนแก่แม้ว่าจะใช้บริการมาช่า ขณะที่โฟรโมสต์มีภาพลักษณ์คนหนุ่มสาวกว่า (Brand Positioning)

  • Fino ค้นพบตลาดใหม่ในการขายมอเตอร์ไซด์ โดยสร้างอารมณ์ Retro และผสานกับแฟชั่น ทำให้ได้ partner มามากมาย (Blue Ocean)

  • True Coffee การทำธุรกิจโดยสร้าง community และก้าวไปยังธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่สามารถ convergence กับสินค้าเดิมได้ทางความรู้สึก (Sensory Marketing)
การตลาดเล่มนี้อ่านสนุกดีเพราะมี failed cases ให้อ่านอยู่เป็นระยะ ไม่เยินยอหรือชี้ไม้เป็นนกเกินเหตุ

2009/05/06

5800, ShoZu and Facebook

ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เอามาจดไว้เสียหน่อย

เรื่องเริ่มจากจะไปงานแต่งงานกอล์ฟ ปัญหาก็คือเพื่อนๆกอล์ฟหลายคนอยู่เมืองนอกไม่สามารถมาร่วมงานได้ จากนั้นก็มีการขอร้องกึ่งบังคับว่า จะดีมากถ้าสามารถมีรูปสดๆขึ้นเว็บให้ดูได้จากในงานเลย

ก็คิดทื่อๆว่าเครื่องมือที่เหมาะสมคงจะเป็น Facebook + กล้องมือถือผมเอง

ผมใช้ Nokia 5800 ซึ่งเรื่องคุณภาพของภาพที่ได้ยังเป็นปัญหาอยู่ แต่นั่นยังไม่เท่ากับมันยังไม่มี application สำหรับจัดการภาพถ่ายขึ้น facebook โดยเฉพาะ ซึ่งหลายๆยี่ห้อนั้นมี (ประเด็นนี้เป็นที่ด่ากันพอควร เพราะโฆษณา 5800 ในต่างประเทศตัวแรก มีการระบุชัดเลยว่าจะมี application ของ facebook แต่สุดท้ายกับมีแค่ link ให้มา)

ไม่มีก็ไม่มี ก็ต้องไปหา 3rd party มาช่วยในการนี้แล้ว ก็พบว่า ShoZu น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะบริการนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวกลางในส่งข้อมูลไปยัง web ที่ต้องการผ่านมือถือรวมถึง facebook ด้วย การติดตั้งมีสองส่วนคือที่เว็บ กับที่มือถือ

ShoZu

ส่วนของเว็บก็ไม่มีอะไรมาก เลือก add facebook ใน account ของเรา จากนั้นก็ไล่ทำ 4 steps เพื่ออนุญาติให้ ShoZu access account facebook ของเรา ข้อ1-2 นั่นจำเป็นในการนี้ ส่วน 3-4 ก็แล้วแต่เราเลย

สำคัญมากคือการต้องเลือก album ที่จะให้รูปที่ส่งผ่าน ShoZu ไปเก็บไว้ เลยต้องเป็นอัลบั้มที่ created ขึ้นมาก่อนแล้ว ซึ่งถ้าจะทำอัลบั้มเฉพาะการณ์นี้ก็ต้อง create blank ขึ้นมาก่อน

Scr000001

ที่ส่วนมือถือ ShoZu จะเริ่มต้นด้วยการดึงข้อมูลจาก account เราก่อนว่ามี application ไหนที่ add ไปแล้วบ้าง ซึ่งขั้นถัดมาก็ต้องไปไล่ config รายละเอียดของ application ทีละตัวเอา ในที่นี้มีแต่ facebook

Scr000002

อาจจะซุกตัวนิดนึง แต่การ setting ค่าจำเป็นอยู่ที่ Select -> Go To -> Settings

Scr000003

tab บนซ้ายเป็นเรื่อง account ของ facebook ใส่อีเมล password ไป ส่วน tab ขวา เป็นเรื่องรายละเอียดจัดการส่งภาพ (จะบอกทำไมเนี่ย คนอ่าน blog นี้ก็น่าจะมีความสามารถเข้าใจเองได้นิหว่า งุงิๆ)

ส่วนที่สำคัญมากคือตอนออกไปถ่ายภาพจริงๆ ให้ไปที่ Settings -> Advanced และเลือก Run In Background เปิดไว้ เพื่อว่าเวลาเราถ่ายรูปเสร็จ ShoZu จะขึ้นคำถามเลยว่าให้ส่งรูปหรือไม่ ซึ่งเมื่อจัดการเลือกส่งแล้ว โปรแกรมจะจัดการภาพๆนั้นเอง เราก็ทำการถ่ายรูปต่อไปได้เลย

รวมๆแล้วในแง่ใช้งานก็เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้ดีทีเดียว ถ้าไม่ถือสาการส่ง data ผ่าน 3rd party ที่เหลือเราก็รอ app ทางการจาก Nokia ....จะมีไหมเนี่ย!?!

2009/05/03

มีอะไรใน Makro

เวลาข่าวพูดถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ก็มักจะเอ่ยถึงสามยักษ์นั่นคือ โลตัส คาร์ฟูร์ และบิ๊กซี แต่น่าจะมีชื่อหนึ่งซึ่งเคยเป็นที่อ้างถึงบ่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เงียบไปแล้วนั่นคือ Makro

แล้ว Makro ทำอะไร หายไปไหน? ถ้าเป็นคนเล่นหุ้นก็คงรู้ว่า Makro ยังอยู่และก็อยู่สบายดีด้วย เพราะ Makro เลือกไปเล่นกับตลาดอีกกลุ่มที่ไม่ใช่ตลาดค้าปลีกทั่วไป แต่เป็นตลาดร้านโชห่วยที่ต้องการซื้อของไปขายต่อ การขายของ Makro จึงใช้ระบบยกหีบยกลังจริงๆ ซึ่งคนทั่วไปคงไม่รู้จะซื้อไปทำไมนักหนา กับอีกกลุ่มที่ Makro ทำเงินได้อย่างมากโดยเรียกรวมว่า HoReCa คือการขายสินค้าสำหรับประกอบกิจการอาหารทั้ง Hotel Restaurant และ Catering

ว่ากันว่าร้านอาหารและโรงแรมแทบจะทั้งนั้น ต่างก็ใช้วัตถุดิบจากการสั่งจำนวนมากๆผ่าน Makro นี่แหละ ได้ไปเห็นราคาสินค้าในใบปลิวมาก็เลยมานึกคิดว่าต้นทุนที่จริงของร้านอาหารนั้นก็ถูกได้ถูกดีจริงๆ

11042009318

กับแกล้มมาตรฐานโลกอย่างเอ็นข้อไก่ทอด จานนึงๆก็หลายบาท แต่ดูราคาทุนที่ Makro จะเห็นว่ากิโลละ 89 เท่านั้นเอง ทำได้ร่วมๆสิบจาน

11042009319

หรือต่อให้ทำร้านหมูกะทะ ก็จะเห็นว่าหมูสไลซ์พร้อมขาย กิโลนึงๆก็ไม่ถึงร้อยบาทด้วยซ้ำ

11042009317

กุ้งตัวเล็ก ราคาก็ไม่สูงจนอย่าแปลกใจที่ทำไมกุ้งกะทะถึงได้แพร่หลายนัก

11042009324

Makro มีขายทุกอย่างจริงๆ กระทั่งผลไม้แช่แข็งสำหรับร้านน้ำปั่นยังมีเลย

ที่จริงถ้าใครไม่เคยเดิน Makro ต่อให้ไม่มีบัตรสมาชิกก็อยากแนะนำให้ไปเดินดู จะเห็นไอเดียใหม่ๆเยอะมากที่เขาใช้ในการทำธุรกิจร้านอาหาร

2009/04/13

MouseHunt

Mouse-Hunt

MouseHunt เป็นภาพยนตร์ปี 1997 ซึ่งออกมาเป็นหนังเรื่องแรกๆเลยของสตูดิโอ Dreamworks ซึ่งเป็นสตูดิโอน้องใหม่ที่ถูกจับตามองมากในตอนนั้น (ก่อนหน้านั้น Dreamworks มีภาพยนตร์แค่สองเรื่องคือ The Peacemaker กับ Amistad)

MouseHunt เล่าถึงชะตากรรมของสองศรีพี่น้องตระกูลสมันซ์ ผู้สิ้นหวังในทุกอย่าง แถมหลังการจากไปของพ่อ พวกเขายังได้บ้านซอมซ่อหนึ่งหลังกับโรงงานผลิตด้ายม้วนที่ดูไม่มีราคาเสียเลย เคราะห์ดีที่เขาพบว่าบ้านซอมซ่อหลังนั้นมีผู้ยอมเสนอในราคาที่สูงมาก แต่พวกเขาหวังมากกว่านั้น แผนการณ์ของสองพี่น้องคือการปรับปรุงบ้านและเปิดให้เศรษฐีมาแย่งกันประมูลในราคาที่สูงขึ้นไปอีก

เจ้ากรรมทั้งคู่กลับพบว่าในบ้านมีเจ้าหนูตัวหนึ่ง ทั้งสองไม่รีรอหาทางกำจัดหนูตัวนี้ออกไปให้พ้นๆจากบ้าน เพื่อหวังว่าบ้านจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนยิ่งทำร้ายและจัดการเจ้าหนูเท่าไหร่ เจ้าหนูที่ดูไร้พิษสงก็กลับฉายแววโหดร้ายตอบสนองมากขึ้น ทั้งสองทำทุกวิถีทางแต่ดูเหมือนเจ้าหนูก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์เสียที

ล่วงเลยมาถึงวันเปิดประมูลบ้าน เศรษฐีต่างปั่นราคาจนสูงลิบลิ่ว แต่ด้วยโมหะโทสะที่เห็นหนูยังอุตส่าห์โผล่ในการประมูล พวกเขาเปิดฉากไล่ล่าหนูอีกรอบอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายน้ำที่ท่วมทะลักผนังในบ้านซึ่งก็เป็นฝีมือของเจ้าหนู ก็ระเบิดออกมา บ้านทั้งหลังพังพินาศลง สองพี่น้องก็กลับมาสิ้นหวังกันอีกรอบ

บทสรุปของหนังเป็นการให้เจ้าหนูชี้ทางสว่างให้สองพี่น้อง บนความสิ้นหวังยังมีทางออกด้วยการปรับปรุงโรงงานปั่นด้าย ออกมาเป็นสินค้าตัวใหม่ซึ่งก็ทำท่าจะขายดี สุดท้ายหนังเน้นคำพูดพ่อตระกูลสมันซ์อีกครั้งที่ว่า A world without string is chaos หรือโลกที่ไม่มีเส้นด้ายก็คือหายนะ

ใครได้ดูหนังเรื่องนี้ก็คงรู้สึกว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นก็ถึงตัว เพราะเริ่มต้นเจ้าหนูยังไม่ทันคิดร้ายอะไร คนก็ดันไปคิดเหมาเอาก่อน สุดท้ายพอกระทำกับเขามากเท่าไหร่ ก็โดนย้อนศรคืนมากกว่าเท่านั้น

เป็นหนังขำโหดๆสไตล์ Home Alone ที่น่าจะยังหามาดูกันได้

2009/04/10

เครียดเหรอคะ?

ดูภาพข่าวเสื้อแดงใน โพสต์ทูเดย์ แล้วเห็น link ข้างล่างนี้ครับ...

postToday

ถือเป็นไอเดียใหม่ได้นะสำหรับ Adword ทั้งหลาย ไม่จำเป็นต้องใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกันก็ได้ แต่ถ้าประเมินว่าเรื่องนั้นๆ เครียด ก็แทรก link ที่ "ผ่อนคลาย" มาแทนซะเลย

น่าจะเวิร์คซะด้วย!

2009/04/08

เทมปุระจิ้มแจ่ว

วันก่อนไปทานร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆแถวบ้าน อาหารรวมๆรสชาติใช้ได้ครับ รู้สึกจะมีคนเคยรีวิวใน pantip ด้วย เขาก็ปรับสูตรไปเรื่อยจนเข้าที่เข้าทาง แต่จุดเด่นหนึ่งคือเมนูหลายๆอย่างจะแถมน้ำจิ้มแจ่วให้ด้วย

เป็นสเต็คหมู สเต็คปลาก็พอว่า แต่นี่แถมมากับ "ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ"

Tempura with jaew !?!

นาทีแรกนั่งคิด "แล้วจะกินยังไงวะเนี่ย" นาทีสองก็ลองมั่วๆดู มันก็แปลกดีจริง แต่ก็โอนะ...

สมควรรับรางวัลฟิวชั่นฟู้ดยอดเยี่ยมไปครอง :D

2009/04/02

Confessions of BOOKS Shopaholic

เห็นคนเขียนกันเยอะ เลยขอมั่ง สำหรับผม ปีนี้งานหนังสือกลายเป็นงาน shopaholic ไปซะงั้น หลายเล่มซื้อมาทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มอ่านเมื่อไหร่ (จึงไม่ต้องถามว่าจะจบเมื่อไหร่) บางเล่มซื้อมาทั้งที่เล่มก่อนหน้าของคนเขียนยังไม่ทันอ่านด้วยซ้ำ! นี่ไม่รวมถึง list ฝากซื้ออีกทำให้ปีนี้เป็นอีกหนที่ใช้บริการส่งไปรษณีย์คุ้มเหลือหลาย

books in a box

ข้อดีของการส่งปณ.สำหรับคนอยู่ต่างจังหวัด ก็คือคุณไม่ต้องแบกหนังสือเป็นสิบกิโลกลับ ต่อให้บวกลบราคาค่าส่ง ก็ยังคุ้ม ผมรอสามวันทำการตามที่เขาแจ้งไว้พอดีเป๊ะก็ได้รับพัสดุเลย สภาพหนังสือปกติสุขดี

from Book Fair 2009/1

อันนี้คือ "บางส่วน" ของที่ซื้อมา

โดลาเอมอน (โดราเอม่อน ภาษาลาว) - ราคาปกเขียนว่า 15,000 กีบ ในงานขาย 52 บาท ซื้อแค่เล่ม1มาเป็นที่ระทึก
ปอกกล้วยในมหาสมุทร - อุดหนุนหนังสือนิ้วกลมตามวาระ แต่ปัญหาผมคือยังไม่ได้เริ่มอ่านลอนดอนไดอารี่เลย...ห๊วย!
Think Smart Act Smart - ชอบซื้อ HowTo มารกห้องเล่น แล้วก็ไม่ทำตาม...
CalcuDoku - ถ้าเบื่อๆซูโดคุ และเกิดอยากเล่น puzzle สไตล์ KenKen อีก เล่มนี้เลยครับ
ฮิกาซีน2 - หน้าปก "บารัคซอย 9" เห็นแล้วตกใจว่ายังอยู่เหรอเนี่ย ก็ซื้อซะ
จุดหมายที่ปลายเท้า - เล่มล่าสุดของหนุ่มเมืองจันท์
โคตรวิกฤติ หายนะฟองสบู่ซับไพรมสู่วิกฤติโลก - ปีนี้หลายสำนักพิมพ์ทำหนังสือเพื่อสรุปปัญหาศก.โลก หนา บาง มากน้อยต่างกันไป แต่เท่าที่ดูแล้วของค่ายมติชน(หรือประชาชาติ) น่าจะรวมความได้ดี เดาเอา
ลับลวงพราง ๒ - อันนี้ซื้อฝากที่บ้าน
ความมั่งคั่งปฏิวัติ - ซื้อทำไม จะได้อ่านไหม ปีไหนจะอ่านจบ ...อันนี้บ่น!!
DigiMarketing - ซื้อทำไม จะได้อ่านไหม ปีไหนจะอ่านจบ ...บ่นอีกรอบ!!
เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต - ก่อนอ่านเล่มนี้ สิ่งที่ผมต้องทำคือไปอ่านนักสืบเศรษฐศาสตร์ ที่เหลืออีก1/3ให้จบก่อน
เส้นรอบวงของหนึ่งวัน - เป็นความชมชอบส่วนตัวที่จะสนับสนุนงานของคุณวินทร์ต่อไป แม้พักหลังจะอ่านจบมั่ง ไม่จบมั่งก็ตาม

...อ้อ อีกเล่มตรงด้านหลัง...

In Special: Pancake - แพนเค้ก ชีวิตส่วนตัว แฟชั่นเซ็ทในเกาหลี ถ่ายภาพโดยธาดา วาริช ...80บาทเอง...คุ้ม!

...แค่นี้ก็สามารถอ่านได้จนงานหนังสือเดือนตุลาคมไม่ต้องไปเดินแล้ว...

2009/04/01

ปราถนาจากใจ

ขอให้ใครก็ตามที่ผ่านมาอ่าน blog entry นี้..

ถ้าเป็นผู้ชาย ก็ขอให้หล่อ หน้าตาดี มีทรัพย์มีสิน หาใครเปรียบมิได้

แต่หากเป็นสตรี ก็ให้งามงด ทั้งกาย วาจา และใจ รูปสวยรวยทรัพย์ ได้พบชายในฝัน ชนิดที่ใครก็ต้องอิจฉา

และแม้นเป็นผู้ฉิง ก็ขอให้นิ้ง กิ๊ง วิ้ง เริ่ด และสมหวังทุกปราถนา

......
......
......
......
......
...... จริงใจ จริงจัง แม้วันนี้เค้าไม่ค่อยพูดจริงกัน :P

ปล. ไอ้แบงค์ ปีนี้มุขประกาศแต่งงานมึงได้ผลมาก!

2009/03/14

ความจำสั้น แต่รักฉันยาว

ราวกับเป็นประเพณีไปแล้วที่ค่ายหนัง GTH จะต้องมีหนังรักแนวโรแมนติคคอเมดี้ออกมาปีละเรื่อง และปีนี้หนังเรื่องที่ว่าก็คือความจำสั้น แต่รักฉันยาว

หนังรักประจำปีคราวนี้ไม่ได้กำกับโดย "หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน" แต่เป็นผลงานของยงยุทธ ทองกองทุน หนึ่งในหัวเรือหลักของ GTH เอง เราเคยเห็นผลงานของเขามาหลายเรื่องอย่าง สตรีเหล็ก แจ๋ว แก๊งชะนีฯ สี่แพร่ง (เรื่องเหงา) ซึ่งที่ว่ามาไม่ใช่หนังรักเลย แต่ถึงอย่างนั้นหนังรักเรื่องนี้ก็อบอุ่นและดูสนุกอยู่ดี

Best Of Times - desktop wallpaper
Copyright GTH

ความจำสั้นฯ เล่าเรื่องของเก่งสัตวแพทย์ปากหมา (รับบทโดยเป้ อารักษ์ ที่พยายามเนิร์ดได้ดีทีเดียว) ผู้มีเหตุได้พบกับฝ้ายหญิงสาวที่เขาเคยแอบชอบสมัยมัธยม (รับบทโดยญารินดา บุนนาค ที่วันนี้ไม่หัวชมพูแล้ว) ซึ่งปัจจุบันฝ้ายได้หย่ากับเพื่อนของเก่งแล้วแล้ว ทั้งคู่ได้มารู้จักกันโดยผ่านสุนัขที่ได้ร่วมกันเข้าไปช่วยเหลือมา และฝ้ายก็ตั้งชื่อเก๋ๆว่าสะพานลอย (เจ้าหมาตัวนี้ กลายเป็นตัวขโมยซีนประจำเรื่องเลย) ระหว่างนั้นเก่งต้องไปสอนคอมพิวเตอร์ให้คนแก่ ทำให้เขาได้พบกับคู่รักสูงวัยอย่างลุงจำรัส และป้าสมพิศ (รับบทโดยศัณสนีย์ วัฒนานุกูล เจ้าของเสียงพากษ์โนบิตะ) สุดท้ายหนังพยายามนำเสนอประเด็นว่าเก่งจะสมหวังกับรักที่เคยไม่สมหวังมาก่อนอีกไหม และความรักของผู้สูงวัยคู่นี้จะลงเอยแบบไหน เมื่อเหตุผลมากมายผ่านเข้ามา มากกว่าแค่ความรักจะเป็นตัวตัดสิน

ส่วนที่ดีก็คือมุขตลกต่างๆที่ประเคนใส่ตลอดเรื่องล้วนได้ผล นอกจากนี้หนังยังมีส่วนผสมของการโหยหาอดีตตามแนวถนัดพอประมาณ (เดอะเบรน, บอดี้สแลมอัลบั้มแรก, ดราก้อนบอล) หนัง GTH เรื่องนี้ยังคงวางโครงสร้างตัวละครตามสูตร ก็คือพระเอกบุคลิกสับสน นางเอกสวยใสแน่วแน่ ตัวขโมยซีน และตัวเสริมอีก2-3คน แถมหนังยังไม่ลืมดารารับเชิญจากค่าย GTH อีกหนึ่งเข่ง (ซึ่งเพียงมีน้องแพ้ทตี้ ก็ได้ใจผมพอแล้ว หุๆ) ถ้าคุณไม่เบื่อสูตรเรื่องแนวนี้ และพอใจกับหนังโรแมนติกคอเมดี้เพลินๆ ที่ดูจบแล้วอมยิ้มฝันดีกลับบ้าน คุณก็จงเลือกหนังเรื่องไปดูได้เลย เพราะไม่ผิดหวังแน่ๆ

ส่วนเดียวที่หงุดหงิดได้ตลอดเรื่อง คือโฆษณาแฝงรถยนต์ค่ายหนึ่งที่อัดมาได้ตลอดเรื่อง ...ทราบแล้วละเพ่ ว่าขับไปกลับชุมพรก็ดี ขนของไปมาก็เยี่ยม รถรุ่นนี้น่ะ!

หลายคนที่ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วคงอยากไปนั่งเล่นใต้ต้มชมพู่กันมากขึ้นแน่เลย :)

2009/03/11

Slumdog Millionaire

{ พยายามไม่สปอยล์ }

น้องที่ทำงานก๊อปมาให้หลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้ดูจริงจัง อาศัยบอลยูฟ่าเมื่อคืนเลยดูต้นจนจบสลับกับบอลไป (นอกเรื่อง: ไม่น่าเชื่อเจงๆ 4-0 เนี่ย...)

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปีล่าสุด หนังเป็นงานสร้างร่วมทุนของอังกฤษและอินเดีย โดยวางโครงเรื่องทั้งหมดให้เกิดในประเทศอินเดีย และใช้บริการนักแสดงอินเดียจริงๆ นักแสดงจึงโนเนมทุกคน แต่สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้หนังดูสมจริงและสนุกขึ้นไปอีก

Slumdog Millionaire ดัดแปลงจากนวนิยาย Vikas Swarup ชื่อ Q & A (มีภาษาไทยขายด้วย ไม่รู้ยังเหลือไหมชื่อว่า เกมชีวิต พิชิต 1,000 ล้าน) เล่าถึงเรื่องของเด็กหนุ่มชื่อ Jamal Malik อดีตเด็กสลัมข้างถนนที่ปัจจุบันเป็นเด็กเสิร์ฟในคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้เข้าไปแข่งเกมโชว์ Who Wants to Be a Millionaire? และสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องอย่างเหลือเชื่อ จนดูเหมือนเขาน่าจะพิชิตเงินรางวัล 20 ล้านรูปีได้

จามาลถูกนำไปสอบสวนหลังเกมดำเนินไปก่อนถึงข้อสุดท้าย ทีมงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างสงสัยว่าเขารู้คำตอบได้อย่างไร ทั้งที่พื้นเพเขานั้นไม่น่าจะมีความรู้อะไรนัก จามาลจึงเริ่มเล่าเรื่องราวของชีวิตอันสุดแสนโลดโผนของเขา ชีวิตที่เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา ล้วนเป็นคำตอบของคำถามที่เขาต้องเล่นในรายการทั้งสิ้น ดูราวกับมันลิขิตให้เขาต้องเป็นแบบนั้น

หนังใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่าเรื่องชีวิตของจามาล ทั้งความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกับพี่ชาย Salim และการตามหา Latika เพื่อนหญิงในวัยเด็ก โดยรายล้อมด้วยเนื้อเรื่องที่เปิดเผยสภาพชีวิตด้านลบของอินเดีย ทั้งเด็กในสลัม ความขัดแย้งทางศาสนา มาเฟียขอทาน แก๊งต้มตุ๋นในทัชมาฮาล แหล่งงานเอาท์ซอร์ส ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งตื่นตาสำหรับหนังอินเดียเรื่องหนึ่ง ที่พูดถึงสภาพชนชั้นของอินเดียจริงๆ ไม่ใช่แบบโลกในฝันแบบในหนังอินเดียทั่วไป

ไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้จะแหกด่านและคว้าออสการ์สองสาขาหลักไปได้ คือภาพยนตร์ และผู้กำกับ รวมถึงกวาดไปมากที่สุด 8 รางวัล เพราะ Slumdog Millionaire ยังดำเนินในสูตรที่หนังออสการ์พึงมี นั่นคือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของคนตัวเล็ก มีการผจญภัยที่สนุก และพาผู้ชมไปพบเจอกับโลกที่พวกเขาไม่คุ้นเคยนัก

เป็นหนังอินเดีย ที่ไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าดูหนังอินเดียหรอก เชื่อสิ!

ปล.ชอบของแถมท้ายตอนจบจัง แอบยิ้มเลย :)

2009/03/07

Coffee, Tea are now "sin"

...the Excise Department can raise the tax rates on sales of coffee and tea products to a maximum of 20 per cent without having to get parliamentary approval...

เรียนคุณรัฐบาลที่เคารพ นอกจากคุณจะยังมีปัญหาทางการหาเงินเพื่อไปแจกประชาชน จนต้องมีแผนกู้นั่นนี่แหลกแล้ว หนึ่งเดือนผ่านไปท่านก็ยังไม่มีแนวโน้มจะสรุปการแจกเงินได้ด้วย ขณะที่ญี่ปุ่นเค้าตัดสินใจเร็ว แจกเร็ว คนเริ่มได้เงินกันไปแล้ว

ล่าสุดท่านก็แก้ปัญหาเงินไม่พอเข้าคงคลัง ด้วยการเก็บภาษีสรรพสามิต (หรือที่เรียกว่า sin tax) กับสารอาหารซึ่งเพิ่ม productivity ให้กับชาติมานานอย่างชาและกาแฟ

...บร๊ะๆๆ...คิดได้ไง...

ถ้าไม่บร๊ะพอ ท่านก็เสนอไอเดียต่อยอดว่าอะไรมีคาเฟอีนเก็บแง่งให้หมด ซึ่งอาจหมายถึงโค้กเป๊ปซี่ด้วย

ยังไม่พอ นักข่าวถามท่านๆ ว่าแล้วเรื่องการเก็บภาษีบาปจากบรรดาผับและที่เที่ยวกลางคืนละ คำตอบก็คือ "อยู่ในระหว่างการศึกษา"

ครับ ...ผลักภาระให้ประชาชนเดินดิน แล้วอ้างโน่นนี่ มันง่ายกว่าผลักภาระใส่บรรดาผู้มีหางอยู่แล้ว

ให้ตายสินะ ไป Starbucks ครั้งต่อไป ผมคงรู้สึกบาปพิกล

source: The Nation

2009/03/04

Giftza / Bikini / Sudsapda

ในวง Girly Berry ซึ่งเป็นวงที่นับวันจะพัฒนาคุณภาพการแต่งตัวให้หนักข้อขึ้น สวนทางกับคุณภาพเพลงที่ร้อง (เฮ้อ) สำหรับหลายคนๆอาจจะยกให้กิ๊บซี่ เป็นสาวสวยที่สุด แต่ผมกลับชอบ กิ๊ฟซ่ามากกว่า ไม่รู้ทำไม

ด้วยลุคของ Girly Berry จึงไม่แปลกใจมากถ้าสมาชิกแต่ละคนจะถ่ายแบบหวือหวา หรือชุดว่ายน้ำบนปกช่วงฤดูร้อน และปีนี้ก็เป็นคิวของกิ๊ฟซ่า บนหนังสือสุดสัปดาห์เล่มล่าสุด

สุดสัปดาห์ #626

set fashion ไม่หวือหวามากมาย ใครอยากดูอะไรแนวตูมตามแตกตื่นคงผิดหวัง กรณีแบบนั้นขอแนะนำให้ไปดูน้องปอย ตรีชฎาจะโอกว่าเยอะ (ถ้าไม่สนว่า she เป็นเพศไหน)

ปล. เรียนทีมงานสุดสัปดาห์ที่เคารพ หากผ่านมาอ่าน ขอบอกในฐานะคนอ่านหนังสือนี้ประจำ ว่าหน้าปกฉบับนี้ทำได้เห่ยแดกมาก ถ้านึกไม่ออกขอแนะนำให้ทีมบรรณาธิการเอาไปวางข้างๆทีวีพูลดู ...จะเข้าใจ

2009/03/03

24 ชั่วโมงกับ Nokia 5800

มาช้ายังดีกว่าไม่มา ขอต้อนรับลูกคนใหม่กะเค้ามั่ง...

Nokia 5800 paper bag
ถุงสีเจ็บมากมาย

Nokia 5800 XpressMusic ถือเป็นจอสัมผัสรุ่นแรกแบบจริงจังของค่าย Nokia หลังจากพี่แกปล่อยให้ยี่ห้ออื่นทำมาหากินกับจอสัมผัสมานาน จนคนพาลนึกว่า Nokia จะไม่ทำเสียแล้วด้วยซ้ำ

Nokia 5800 - blue color

จุดแข็งโป๊กของ 5800 ที่พอจะนึกออกเมื่อเทียบกับจอสัมผัสที่มีชื่อเสียง อย่าง iPhone หรือน้องออมของค่ายเกาหลี ก็คือราคา

...ใช่แล้วพี่น้อง ราคา... Nokia 5800 นี้มาพร้อมราคา 13520 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยัง up mem ได้สูงถึง16GBด้วย เป็นราคาที่ชนชั้นรากหญ้าในวงการอย่างข้าพเจ้าสามารถเอื้อมฟ้าคว้าดาวได้ถึง

ไม่รู้จะเขียนรีวิวทำไม เพราะเฉพาะคนไทยที่ blog เรื่องนี้ก็น่าจะมีให้อ่านกันจนเมื่อยแล้ว เอาว่ารวมๆแล้ว หลังการใช้งานไป 24ชั่วโมง ผมถือว่าชอบสิ่งที่ได้มา เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายออกไป หรือศัพท์แสงแบบนักการตลาดก็คือ value to money

ข้อแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะไปรับของ โดยเฉพาะคนที่ไม่เปลี่ยนมือถือบ่อยเช่นผม อันนี้เอาจากเจ้าหน้าที่ Nokia shop บวกกับการปรึกษาท่าน @nuuneoi

(0) ล็อตล่าสุดนี้ firmware ควรจะเป็น V 20.0.012 แล้ว ซึ่งแก้ปัญหาไปหลายอย่างเลย (กด *#0000# เพื่อดู)
(1) ช่วงแรกชาร์จแบตฯจนเต็มก็พอ แล้วใช้ให้จนหมดแล้วชาร์จใหม่ ไม่ใช่ชาร์จข้ามคืนแบบสมัยก่อน
(2) ตรวจ known defect คือฝาอ้าที่มุมบนขวาของเครื่อง ยากมากที่จะไม่เจอแสงลอดออกมา แต่ให้เอาแบบเส้นนิดพอ ถ้าแผลเปิดมากให้ขอเปลี่ยน

Nokia 5800 - the right top corner

(3) ให้ทดลองสนทนาแล้วเอานิ้วปิดบริเวณ sensor มุมบนขวา ดูว่าเครื่องจะดับไหม

enjoy!