2009/01/31

Google warned every sites as malware

This is absolutely crazy issue from Google !!

Google Malware issue
oops! google also warned itself

After you search for any keyword, any languages in google, all results have flagged that "This site may harm your computer." even though it's Google !!

This case was reported through many sites in few minutes (especially twitter), for examples, Slashdot, TechCrunch or BlogNone

Update: Google has officially announced in this case that there was an human error in warned sites updating list that checked root mistakenly, so site warning was applied to ALL sites. [Google Blog]

2009/01/27

พิพิธภัณฑ์ Fujiko F. Fujio

แผนเลื่อนไปจากเดิมที่จะเปิดภายในปีหน้า ตอนนี้ข่าวล่าสุดคือพิพิธภัณฑ์ Fujiko F. Fujio เจ้าของการ์ตูนโดราเอม่อน จะเปิดให้เข้าชมภายในกันยายนปี 2011

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเมืองคาวาซากิ ทางตอนใต้ของโตเกียวซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Hiroshi Fujimoto เจ้าของนามปากกาดังกล่าว โดยคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าชมวันละหนึ่งพันคน และตลอดปีไม่ต่ำกว่าห้าแสนคน

Doraemon Museum

จากพิมพ์เขียวล่าสุด พิพิธภัณฑ์จะประกอบด้วยห้องแสดงผลงาน มากกว่า 50,000ชิ้นในรูปแบบห้องเรียน นอกจากนี้ยังมีลานโล่งแสดงผลงาน และลูกเล่นอื่นๆอีกมาก บนพื้น 2,800ตารางเมตร

ข้อมูลจาก Anime News Network

2009/01/25

อย่ามากมาย

Doraemon Gold stamps

ตอนนี้เก็บได้ 173บาท ซึ่งก็สามารถแลกนาฬิกาได้แล้ว ชั่งใจอยู่ว่าจะแลกดีไหม หรือไปแลกอย่างอื่น

สำหรับคนที่อยากแลกเก้าอี้ลุกยาก (330บาท) ถ้าผ่านมาอ่านเจอ อยากบอกว่ามันไม่ดีหรอก เพราะลุกยากจริงๆ -"-

แคมเปญนี้มีถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ใครใคร่เก็บสะสมยังมีเวลา ใครใคร่ไม่สะสม ก็รีบเอาไปใช้ลดราคาซื้อของซะ มันเป็นเงินนะนั่น

2009/01/18

Dream Destinations

Dream & Destinations

บ.หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย (KAsset) ออกหนังสือประจำปีให้ลูกค้าชื่อ Dream Destinations เป็นการรวบรวมสถานที่เที่ยว 10 แห่งทั่วโลกที่น่าสนใจ น่าเดินทางไป อยู่ในฐานะ "เมืองในฝัน"

ชั่วโมงนี้คงไม่มีปัญญาไปซักกะที่ แต่เห็นว่า 10 เมืองที่ลิสท์มาก็น่าสนใจดี บางเมืองผมก็ไม่เคยได้ยินในบรรดา list มาก่อน (เชยแหะ) เลยขอจดเอาไว้สักหน่อย

(1) Santorini, Greece

เกาะสวยในประเทศกรีซ เป็นฉากหลังของภาพยนตร์และละครเวทีเรื่อง Mama Mia ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมของการฮันนีมูน

(2) New York, USA

หนึ่งในมหานครชื่อดังของโลก ฉากหลังของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดจำนวนมาก และสวรรค์ของนักช้อปปิ้ง

(3) Queenstown, New Zealand

เกาะอันสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ สุดขอบสำหรับนักผจญภัยทั่วโลก ทั้งบันจี้จัมป์ เจ็ทโบ้ท โดดสะพาน หรือชมธารน้ำแข็ง

(4) Prague, Czech

เมืองที่อุดมด้วยอดีตให้ค้นหา โบสถ์และปราสาทโบราณที่มีเรื่องราวมากมาย และบรรยากาศที่ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุด

(5) Seoul, South Korea

ถ้าโตเกียว ซิดนีย์ หลวงพระบาง เคยเป็นเมืองในกระแสสำหรับนักเที่ยวมือใหม่ ชั่วโมงนี้ก็คงไม่มีเมืองไหนเหมาะไปกว่าโซล ที่ๆคุณจะไปตามรอยซีรี่ส์เรื่องโปรด ทานกิมจิ และอินเทรนด์กับกระแสแฟชั่นสไตล์โคเรียน

(6) Machu Picchu, Peru

ชมความอลังการของอาณาจักรอินคา ที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานจำนวนมากรายล้อมให้ไปสัมผัส

(7) Marrakech, Morocco

อดีตเมืองหลวงของโมร็อกโค รายล้อมด้วยอาคารสถานที่เก่าๆสีส้มอมแดง และชมสีสันและชีวิตของผู้คนรอบบริเวณจตุรัสเจมา เอลฟ์นา

(8) Florence, Italy

นี่คือเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกศิลปะ ชมวิหารดูโอโมที่รายล้อมด้วยศิลปะอันตื่นตา รูปปั้นเดวิดอันลือลั่น ด้วยบรรยากาศ art art ในเมืองนี้ คนที่ไม่ชอบศิลป์ก็อาจจะรู้สึกดื่มด่ำศิลปะได้ก็คราวนี้

(9) Hokkaidō, Japan

ในช่วงกลางปี นี่คือเมืองสวรรค์สำหรับคนต้องการชมทุ่งดอกไม้ และนานาไร่สวนการเกษตร ที่นี่ยังเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของคนญี่ปุ่น ชิมทั้งปูและสเต็คเนื้อ

(10) Maldives

สุดยอดเกาะในฝัน สวรรค์แห่งการพักผ่อน ที่นี่ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีตึกระฟ้า ไม่มีการจราจรแออัด ทุกคนมาเพื่อพักผ่อน นั่งชมวิวชิลๆ ออกไปแล่นเรือ ดำน้ำ ดูพระอาทิตย์ตก สมกับเป็นที่ๆใครก็อยากไปสักครั้งหนึ่ง

....

เนื้อหามีอะไรให้อ่านพอเหมาะพอควร ไม่มากไม่น้อยไปครับ ลองไปหามาอ่านกันดูได้

ปกติพูดถึงหนังสือแจกช่วงปีใหม่ ผมมักนึกถึงร้าน MK ที่มักมีสาระเป็นเล่มๆแจกลูกค้าทุกปี แต่ดูเหมือนระยะหลัง MK เริ่มไม่แจกแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่างบทำหนังสือ กลายเป็นงบแต่งเพลงเต้นในร้านหรืออย่างไร :P

ถ้าคุณแน่อย่าแพ้เด็กม.ต้น

ได้ไปศึกษาเปรียบเทียบหลักสูตรเลขของระดับม.ต้นมาครับ

แต่เดิมที่จำได้สมัยตนเองเรียนอยู่ เลขม.ต้นจะเป็นการแบ่งเนื้อหาแบบ ม.1 ง่าย ม.2 ปานกลาง ม.3 ยากและโคตรยาก

สาเหตุมาจากการออกแบบหลักสูตรเก่านั้น เลขม.1-2 เป็นวิชาบังคับ แต่ม.3 ให้มีสถานะเป็นวิชาเลือก (แต่บังคับกับนักเรียนแทบทั้งหมด) เนื้อหาจึง "พิเศษ" กว่าเลขบังคับเดิม ส่งผลให้ในปีการศึกษาเดียว เนื้อหาจึงยัดอัดตั้งแต่ ถอดราก ยกกำลัง สมการสองตัวแปร สมการกำลังสอง ปิทาโกรัส ตรีโกณ ความน่าจะเป็น และสถิติ

...กระอักเลือดได้ทีเดียวถ้าไม่ทันตั้งตัวมาก่อน...

เมื่อสัก 5-6ปีที่แล้ว หลักสูตรคณิตศาสตร์ม.ต้นได้มีการปรับแก้ไข โดยให้สสวท.เข้ามาวางหลักสูตร และเขียนตำราใหม่ (ซึ่งอันนี้ ส่งผลให้ตำราแลดูอ่านง่าย และน่าสนใจขึ้นสามสิบเท่าตัว) ทำให้เกิดการเกลี่ยเนื้อหาที่ยากๆออกไปยัง ม.1-2 บ้าง โดยม.1 มีเรื่องยกกำลัง ม.2 ต้องเรียนพีทาโกรัส จำนวนจริง สมการกำลังสอง

ไม่รู้เหมือนกันว่าการแบ่งแบบนี้ช่วยได้แค่ไหน แต่ในมุมคนที่เรียนแบบหลักสูตรเดิม ก็คิดว่าน่าจะผ่อนหนักตอนม.3 ให้เบาลง แต่ยังไม่ลดทอนเนื้อหาในภาพรวมของม.ต้น

ว่าแล้วก็มาลองดูว่าเดี๋ยวนี้ เด็กม.ต้นสอบเลขกันด้วยคำถามแนวไหน ตัวอย่างเลือกมาจากข้อสอบแข่งขันม.ต้น ที่เพิ่งสอบๆกันมาในช่วงไม่กี่เดือน มาดูว่าความทรงจำยังฟื้นการทำงานได้ไหม?

ข้อแรก มาจากข้อสอบประกายกุหลาบที่เอามาร้อนๆเลย ซึ่งเป็นการจัดสอบแข่งของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อ :P

1+11+111+1,111+11,111+...+111..11 (2551 ตัว) หารด้วย 8 เหลือเศษเท่าไหร่

จริงๆข้อนี้จัดว่าเป็นคำถามที่ไปสอบเด็กป.4ก็ได้ เพราะสามารถแถว่าอยู่ในเนื้อหาได้ ส่วนเด็กมันจะคิดออกมั้ยก็อีกเรื่อง

ตอบ 7

ข้อถัดมา สมาคมคณิตศาสตร์ฯรอบล่าสุดเลย

กำหนดให้ a, b, c เป็นจำนวนเต็มบวก 3 จำนวน เรียงกันจากน้อยไปหามาก ถ้าผลคูณของจำนวนทั้งสามเท่ากับห้าเท่าของผลบวกของจำนวนทั้งสามแล้ว a,b,c คือจำนวนใด

โจทย์ธรรมดา แค่ดักได้นิดหน่อยว่าอย่าเผลอตอบ -5,-4,-3 หรือ -1,0,1 ก็พอแล้ว

ตอบ 3,4,5

อันนี้ก็สมาคมฯ

กำหนดให้ m,n เป็นจำนวนเต็มบวก โดย m > n และสอดคล้องกับสมการ

(m^2 + n^2)^2 - (m^2 - n^2)^2 > 204

ค่าน้อยที่สุดของ m เท่ากับเท่าใด

ก็ใช้ pattern แตกลูกแตกหลานตัวประกอบออกมาเหมือนเคย

ตอบ 4

...ไม่ได้เจอนานๆเข้า สนิมเกาะได้ที่เหมือนกันนะเนี่ย...

2009/01/04

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

ไปเที่ยวมาหลายวันแล้ว ก็เอามาบันทึกสักหน่อยเผื่ออ้างอิงในอนาคตได้

Jim Thompson Farm เป็นไร่เกษตร เดิมเน้นการเลี้ยงไหม แต่ตอนนี้มีมากอย่างขึ้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 600 ไร่ที่อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา ตัวไร่เปิดให้เข้าชมปีละ 16 วัน (3 weekends) โดยปีนี้กำหนดเปิดให้เข้าชม 20 ธันวาคม - 4 มกราคม ค่าเข้าชมนั้นไม่แพงครับ อยู่ที่ 50บาท การเดินทางนั้นใช้วิธีขับรถเอาจะดีที่สุด (แต่เห็นว่ามีทัวร์ด้วย) จากเขาใหญ่ให้เลี้ยวเข้าที่อำเภอสีคิ้ว ผ่านร้านตอไม้ ถ้าจากวังน้ำเขียวให้วิ่งมาปักธงชัย แล้วเลี้ยวซ้ายที่ปั๊มน้ำมันเพียว ส่วนถ้ามาจากตัวเมืองโคราช อย่ารีบเลี้ยวไปถนนเลียบคลองชลประทานครับ แต่ให้มาเลี้ยวที่สี่แยกปั๊มน้ำมันเพียวเหมือนกัน (เรียกว่าสี่แยกเข้าบ้านตะขบ) เพราะถนนเลียบคลองนั่น off road มากครับ โดนมาแล้ว T.T

P1000867

ถ้าไปวันเสาร์อาทิตย์ คนจะเยอะมากครับ เพื่อไม่ให้หงุดหงิดขอแนะนำให้ไปก่อนเวลาเปิดทำการ จะได้ซื้อตั๋วที่มีคิวเบอร์ต้นๆ เพราะทางไร่จะมีรถรับเข้าไปเป็นชุดๆครับ มาช้า ยืนรอเมื่อยเลย ถ้ามาบ่ายๆคุณอาจต้องยืนรอถึงสองชั่วโมง กว่าจะถูกเรียกเข้า บริเวณด้านหน้าไม่มีอะไรให้พักรอมากนัก นอกจากร้านขายของฝาก ร้านอาหาร ที่ถ่ายรูปนิดหน่อย และน้ำสมุนไพรกินฟรี

P1000881

อันนี้เป็นตัวอย่างรถให้บริการเที่ยวชมไร่ครับ ก็จะหน้าตาบ้านๆแบบนี้แหละ รถรับส่งจะวิ่งเข้าไปและหยุดส่งเป็นจุดๆ ข้างในไร่จะมีจุดชม 5 จุดครับ พอถึงจุดแรกเขาจะไล่ลงเลย เพื่อรับคนจากจุดนั้นขึ้นมาแทนที่กันไป

P1000908

P1000979

จุดแรกเป็นฟาร์มเห็ด กับดอกไม้เมืองหนาว ดอกไม้ที่นี่ ขายทั้งหมดครับ มีป้ายราคา มีที่จ่ายเงินถ้าคุณต้องการซื้อมัน มีพื้นที่ถ่ายรูปสวยๆพอสมควร

P1010015

P1010031

จากจุดแรก คุณสามารถเลือกเดินเอา หรือนั่งรถรับส่งเพื่อไปจุดถัดไป หมู่บ้านอีสานโคราช ซึ่งจะมีการจำลองบรรยากาศหมู่บ้านชนบท มีการแสดงพื้นเมือง สาธิตการสาวไหม ขี่ควาย สีข้าว กองฟาง ฯลฯ นอกจากนี้ก็มีขายอาหารในบริเวณนี้ด้วย ในพื้นที่นี้ร้านอาหารจะเยอะกว่าข้างนอกครับ

P1010082

P1010137

จากจุดนี้ก็ขึ้นรถเพื่อไปจุดถัดไป (เดินก็ได้นะ แต่ทางไกลมากขึ้น) ซึ่งเป็นไฮไลท์ของไร่นี้ นั่นคือฟักทองยักษ์ คุณจะได้พบฟักทองหลายพันธุ์ ทั้งเล็กจิ๋ว จนถึงหนึ่งคนโอบไม่อยู่ นอกจากนี้ก็มีฟักทองแต่ละพันธุ์ต้มสุกให้ลองชิมด้วย และเหมือนกับสวนดอกไม้เมืองหนาวครับ ทุกอย่าง ขาย

P1010105P1010113

เอ้า! ขายจริงๆ

P1010158

จากฟักทอง เดินก็ได้แต่ไกลและท้าแสงแดดทีเดียว รถรับส่งก็มีนะครับ จุดถัดไปคือจุดชมวิว ซึ่งจะสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำลำสำลายได้ ตามปกติที่จุดนี้จะมีทุ่งดอกทานตะวันให้ชมกัน แต่ทางไร่แจ้งว่าเกิดการผิดพลาดทำให้ทานตะวันไม่ขึ้นอย่างที่ต้องการ

P1010165

ถึงกระนั้นก็ยังมีขึ้นดอกสองดอก ให้ถ่ายรูปมาพอเป็นพิธี ^^'

จากจุดชมวิว จุดถัดมาเป็นแปลงผักไร้สาร ไม่ได้ลงไปแวะชมเลยไม่มีรูปประกอบครับ

คำแนะนำคือ จุดชมวิว กับแปลงผักไร้สาร ไม่ค่อยมีอะไรให้ชมหรือตื่นตามากนักเมื่อเทียบกับจุดก่อนๆหน้า ผู้เข้าชมส่วนใหญ่จะเลือกไม่ชม (หรือเพราะล้าก็ไม่รู้) ทำให้รถรับส่งเกิดการเต็ม และไม่ว่างเสียที ถ้าคุณเลือกหยุดชมที่จุดชมวิวกับแปลงผัก จะเกิดปัญหาว่าไม่สามารถขึ้นรถได้สักที วันที่ผมไปมีป้าคนหนึ่งหัวเสียกับเรื่องมาก ถึงกับโทรไปด่ากองอำนวยการเลย แล้วระยะทางของสองจุดที่เหลือนี้ก็ไกลมาก ไกลจนไร่ไม่แนะนำให้เดิน

P1010169
อันนี้เป็นไร่ปอ พืชบำรุงดินที่ปลูกเพื่อไถกลบ

ภาพรวมๆครับ ผมใช้เวลาเดินชมทั้งไร่ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปครับ เนื่องจากเป็นไร่ พื้นที่เปิดโล่ง จึงท้าแสงแดดเอาเรื่อง คนห่วงผิวกรุณาติด option ไปให้ครบ ใครที่ต้องการสถานที่ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันหนึ่ง ทางไร่ตกแต่งพื้นที่เพื่อไว้ถ่ายรูปเยอะพอสมควร ผมเห็นบางคู่ก็มาเพื่อถ่ายรูป portrait กันจริงจังมากทีเดียว

มาแนะนำตอนนี้คงช้าไปแล้วถ้าอยากไปเที่ยวบ้าง ปีหน้าก็รอหาโอกาสไปกันดูครับ รายละเอียดเพิ่มเติมไปดูในที่เว็บของเขา www.jimthompson.com ส่วนรูปที่ถ่ายมาเองเพิ่มเติมดูที่ Flickr เอาครับ

2009/01/03

เปลี่ยนท่าเต้น

มีความเชื่อลึกๆว่า คุณๆน่าจะเคยกินร้านสุกี้เอ็มเคอย่างน้อยปีละครั้ง ถึงต่อให้คุณบอกว่า แพง ผงชูรสเยอะ กินไปก็งั้นๆ แต่คุณต้องได้กินปีละหนน่า

เอ็มเคดูราวกับเป็นผู้ผูกขาดในการทำร้านสุกี้ไปซะอย่างนั้น แม้ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นคนพยายามต่อกรกับเอ็มเค ทั้งหน้าเก่าอย่างโคคา หรือคู่ชกที่ดูมีลุ้นอย่าง Hot Pot แต่สุดท้ายทั้งสองก็ดูไม่อาจจะเป็นผู้ที่รบชนะเอ็มเคได้เลย

...นี่ผมพูดถึงเฉพาะมุมของธุรกิจนะ ไม่พูดถึงอร่อยไม่อร่อย...

ว่ากันว่าเหตุผลที่เอ็มเคอยู่ได้ในธุรกิจนี้แบบมั่นคงคือการลดต้นทุนได้ต่อเนื่อง เอ็มเคมีจำนวนสาขาเยอะมาก (เกือบ 300สาขาแล้ว) โดยอาศัยความความสามารถที่ได้ขยายสาขาตาม โลตัส คาร์ฟูร์ และบิ๊กซี ไปแบบเกาะติดกัน เป็นการเกาะไปครบ Big 3 ของร้านกลุ่ม Hyper Market ซึ่งการขยายสาขาของห้างพวกนี้ก็เป็นการโตที่ต่อเนื่อง พอสาขาเยอะ ต้นทุนการจัดการก็สามารถลดลงได้

ช่วงสองปีที่ผ่านมาเอ็มเคได้ทำสิ่งหนึ่ง ซึ่งสร้างกระแสปากต่อปากได้ดี คือการเต้นในร้าน (เอาอีกแล้ว...เขียนซ้ำกับตอนเก่าอีกแล้ว) ดูเหมือนว่าผ่านมาสองปีก็ไม่เลิกเต้น เต้นเพลงเดิม เต้นท่าเดิม เต้นจนท่าเต้นกลายเป็นมุขให้คนไปล้อเลียนได้ซะงั้นด้วย

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุให้ได้ไปกินสองรอบครับ ครั้งแรกปลายปี ไม่มีเต้น เพราะพนักงานวุ่นยุ่งกันมาก แต่ล่าสุด...ต้นปีครับ

"ติ๊งติ่ง..."

สัญญาณเรียกพนักงานให้มาเข้าแถวเริ่มแล้ว...

...
...
...

"เพลงใหม่" (แล้วมีเสียงร้องด้วย ช่วงเวลาอบอุ่น อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ)

ยังๆ ยังไม่พอ

"ท่าเต้นใหม่"

อะไรไม่เท่ากับสิ่งที่ผมเห็นในร้าน ลูกค้าทุกคนตั้งใจดู จดจ้องไปที่พนักงานกับของใหม่นี้ครับ

เพลงบีทลดลง ท่าเต้นคล้ายๆของเดิม พอเพลงจบ ก็มีเสียงปรบมือตามมาเช่นเดิม

"เพิ่งเปลี่ยนเพลงมาสองวัน จำท่าไม่ได้เลย ลอกคนข้างๆเอาเนี่ย" พนักงานคนหนึ่งพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงตอนเติมน้ำชาให้ผม

ยังไม่มีคลิปใน youtube และเผอิญไม่ได้ถ่ายไว้ด้วย ถ้าไม่อยากไปดูด้วยตาตัวเอง ก็รอคลิปได้ คงไม่นานเกิน...