2009/03/15

เซ็งสัตว์...มีปีก

ไม่ได้ดู

...แต่ห้าทุ่มกว่ารับทราบผลแข่ง...

...
...
...

นี่ มั น เ ห้ อ า ร า ย กั น เ นี่ ย ! ! !

Britain Soccer Premier League

Siamsport: ไล่วิด้า!หงส์บุกเผาผีสุดโหด4-1
ไทยรัฐ: แดงเดือดหงส์ย้ำแค้นผี บุกถล่มเละ4-1ไล่'วีดิช'
ASTV ผู้จัดการ: "หงส์"เฉียบ! บุกถลุงผีหมดรูป 4-1 ศึกพรีเมียร์ลีก
มติชน: หงส์โชว์ฟอร์มสุดยอดถล่มผีดับคาถิ่น4-1ไล่จี้ห่าง4คะแนน

2009/03/14

ความจำสั้น แต่รักฉันยาว

ราวกับเป็นประเพณีไปแล้วที่ค่ายหนัง GTH จะต้องมีหนังรักแนวโรแมนติคคอเมดี้ออกมาปีละเรื่อง และปีนี้หนังเรื่องที่ว่าก็คือความจำสั้น แต่รักฉันยาว

หนังรักประจำปีคราวนี้ไม่ได้กำกับโดย "หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน" แต่เป็นผลงานของยงยุทธ ทองกองทุน หนึ่งในหัวเรือหลักของ GTH เอง เราเคยเห็นผลงานของเขามาหลายเรื่องอย่าง สตรีเหล็ก แจ๋ว แก๊งชะนีฯ สี่แพร่ง (เรื่องเหงา) ซึ่งที่ว่ามาไม่ใช่หนังรักเลย แต่ถึงอย่างนั้นหนังรักเรื่องนี้ก็อบอุ่นและดูสนุกอยู่ดี

Best Of Times - desktop wallpaper
Copyright GTH

ความจำสั้นฯ เล่าเรื่องของเก่งสัตวแพทย์ปากหมา (รับบทโดยเป้ อารักษ์ ที่พยายามเนิร์ดได้ดีทีเดียว) ผู้มีเหตุได้พบกับฝ้ายหญิงสาวที่เขาเคยแอบชอบสมัยมัธยม (รับบทโดยญารินดา บุนนาค ที่วันนี้ไม่หัวชมพูแล้ว) ซึ่งปัจจุบันฝ้ายได้หย่ากับเพื่อนของเก่งแล้วแล้ว ทั้งคู่ได้มารู้จักกันโดยผ่านสุนัขที่ได้ร่วมกันเข้าไปช่วยเหลือมา และฝ้ายก็ตั้งชื่อเก๋ๆว่าสะพานลอย (เจ้าหมาตัวนี้ กลายเป็นตัวขโมยซีนประจำเรื่องเลย) ระหว่างนั้นเก่งต้องไปสอนคอมพิวเตอร์ให้คนแก่ ทำให้เขาได้พบกับคู่รักสูงวัยอย่างลุงจำรัส และป้าสมพิศ (รับบทโดยศัณสนีย์ วัฒนานุกูล เจ้าของเสียงพากษ์โนบิตะ) สุดท้ายหนังพยายามนำเสนอประเด็นว่าเก่งจะสมหวังกับรักที่เคยไม่สมหวังมาก่อนอีกไหม และความรักของผู้สูงวัยคู่นี้จะลงเอยแบบไหน เมื่อเหตุผลมากมายผ่านเข้ามา มากกว่าแค่ความรักจะเป็นตัวตัดสิน

ส่วนที่ดีก็คือมุขตลกต่างๆที่ประเคนใส่ตลอดเรื่องล้วนได้ผล นอกจากนี้หนังยังมีส่วนผสมของการโหยหาอดีตตามแนวถนัดพอประมาณ (เดอะเบรน, บอดี้สแลมอัลบั้มแรก, ดราก้อนบอล) หนัง GTH เรื่องนี้ยังคงวางโครงสร้างตัวละครตามสูตร ก็คือพระเอกบุคลิกสับสน นางเอกสวยใสแน่วแน่ ตัวขโมยซีน และตัวเสริมอีก2-3คน แถมหนังยังไม่ลืมดารารับเชิญจากค่าย GTH อีกหนึ่งเข่ง (ซึ่งเพียงมีน้องแพ้ทตี้ ก็ได้ใจผมพอแล้ว หุๆ) ถ้าคุณไม่เบื่อสูตรเรื่องแนวนี้ และพอใจกับหนังโรแมนติกคอเมดี้เพลินๆ ที่ดูจบแล้วอมยิ้มฝันดีกลับบ้าน คุณก็จงเลือกหนังเรื่องไปดูได้เลย เพราะไม่ผิดหวังแน่ๆ

ส่วนเดียวที่หงุดหงิดได้ตลอดเรื่อง คือโฆษณาแฝงรถยนต์ค่ายหนึ่งที่อัดมาได้ตลอดเรื่อง ...ทราบแล้วละเพ่ ว่าขับไปกลับชุมพรก็ดี ขนของไปมาก็เยี่ยม รถรุ่นนี้น่ะ!

หลายคนที่ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วคงอยากไปนั่งเล่นใต้ต้มชมพู่กันมากขึ้นแน่เลย :)

2009/03/11

Slumdog Millionaire

{ พยายามไม่สปอยล์ }

น้องที่ทำงานก๊อปมาให้หลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้ดูจริงจัง อาศัยบอลยูฟ่าเมื่อคืนเลยดูต้นจนจบสลับกับบอลไป (นอกเรื่อง: ไม่น่าเชื่อเจงๆ 4-0 เนี่ย...)

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปีล่าสุด หนังเป็นงานสร้างร่วมทุนของอังกฤษและอินเดีย โดยวางโครงเรื่องทั้งหมดให้เกิดในประเทศอินเดีย และใช้บริการนักแสดงอินเดียจริงๆ นักแสดงจึงโนเนมทุกคน แต่สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้หนังดูสมจริงและสนุกขึ้นไปอีก

Slumdog Millionaire ดัดแปลงจากนวนิยาย Vikas Swarup ชื่อ Q & A (มีภาษาไทยขายด้วย ไม่รู้ยังเหลือไหมชื่อว่า เกมชีวิต พิชิต 1,000 ล้าน) เล่าถึงเรื่องของเด็กหนุ่มชื่อ Jamal Malik อดีตเด็กสลัมข้างถนนที่ปัจจุบันเป็นเด็กเสิร์ฟในคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้เข้าไปแข่งเกมโชว์ Who Wants to Be a Millionaire? และสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องอย่างเหลือเชื่อ จนดูเหมือนเขาน่าจะพิชิตเงินรางวัล 20 ล้านรูปีได้

จามาลถูกนำไปสอบสวนหลังเกมดำเนินไปก่อนถึงข้อสุดท้าย ทีมงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างสงสัยว่าเขารู้คำตอบได้อย่างไร ทั้งที่พื้นเพเขานั้นไม่น่าจะมีความรู้อะไรนัก จามาลจึงเริ่มเล่าเรื่องราวของชีวิตอันสุดแสนโลดโผนของเขา ชีวิตที่เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา ล้วนเป็นคำตอบของคำถามที่เขาต้องเล่นในรายการทั้งสิ้น ดูราวกับมันลิขิตให้เขาต้องเป็นแบบนั้น

หนังใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่าเรื่องชีวิตของจามาล ทั้งความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกับพี่ชาย Salim และการตามหา Latika เพื่อนหญิงในวัยเด็ก โดยรายล้อมด้วยเนื้อเรื่องที่เปิดเผยสภาพชีวิตด้านลบของอินเดีย ทั้งเด็กในสลัม ความขัดแย้งทางศาสนา มาเฟียขอทาน แก๊งต้มตุ๋นในทัชมาฮาล แหล่งงานเอาท์ซอร์ส ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งตื่นตาสำหรับหนังอินเดียเรื่องหนึ่ง ที่พูดถึงสภาพชนชั้นของอินเดียจริงๆ ไม่ใช่แบบโลกในฝันแบบในหนังอินเดียทั่วไป

ไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้จะแหกด่านและคว้าออสการ์สองสาขาหลักไปได้ คือภาพยนตร์ และผู้กำกับ รวมถึงกวาดไปมากที่สุด 8 รางวัล เพราะ Slumdog Millionaire ยังดำเนินในสูตรที่หนังออสการ์พึงมี นั่นคือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของคนตัวเล็ก มีการผจญภัยที่สนุก และพาผู้ชมไปพบเจอกับโลกที่พวกเขาไม่คุ้นเคยนัก

เป็นหนังอินเดีย ที่ไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าดูหนังอินเดียหรอก เชื่อสิ!

ปล.ชอบของแถมท้ายตอนจบจัง แอบยิ้มเลย :)

2009/03/07

Coffee, Tea are now "sin"

...the Excise Department can raise the tax rates on sales of coffee and tea products to a maximum of 20 per cent without having to get parliamentary approval...

เรียนคุณรัฐบาลที่เคารพ นอกจากคุณจะยังมีปัญหาทางการหาเงินเพื่อไปแจกประชาชน จนต้องมีแผนกู้นั่นนี่แหลกแล้ว หนึ่งเดือนผ่านไปท่านก็ยังไม่มีแนวโน้มจะสรุปการแจกเงินได้ด้วย ขณะที่ญี่ปุ่นเค้าตัดสินใจเร็ว แจกเร็ว คนเริ่มได้เงินกันไปแล้ว

ล่าสุดท่านก็แก้ปัญหาเงินไม่พอเข้าคงคลัง ด้วยการเก็บภาษีสรรพสามิต (หรือที่เรียกว่า sin tax) กับสารอาหารซึ่งเพิ่ม productivity ให้กับชาติมานานอย่างชาและกาแฟ

...บร๊ะๆๆ...คิดได้ไง...

ถ้าไม่บร๊ะพอ ท่านก็เสนอไอเดียต่อยอดว่าอะไรมีคาเฟอีนเก็บแง่งให้หมด ซึ่งอาจหมายถึงโค้กเป๊ปซี่ด้วย

ยังไม่พอ นักข่าวถามท่านๆ ว่าแล้วเรื่องการเก็บภาษีบาปจากบรรดาผับและที่เที่ยวกลางคืนละ คำตอบก็คือ "อยู่ในระหว่างการศึกษา"

ครับ ...ผลักภาระให้ประชาชนเดินดิน แล้วอ้างโน่นนี่ มันง่ายกว่าผลักภาระใส่บรรดาผู้มีหางอยู่แล้ว

ให้ตายสินะ ไป Starbucks ครั้งต่อไป ผมคงรู้สึกบาปพิกล

source: The Nation

2009/03/04

Giftza / Bikini / Sudsapda

ในวง Girly Berry ซึ่งเป็นวงที่นับวันจะพัฒนาคุณภาพการแต่งตัวให้หนักข้อขึ้น สวนทางกับคุณภาพเพลงที่ร้อง (เฮ้อ) สำหรับหลายคนๆอาจจะยกให้กิ๊บซี่ เป็นสาวสวยที่สุด แต่ผมกลับชอบ กิ๊ฟซ่ามากกว่า ไม่รู้ทำไม

ด้วยลุคของ Girly Berry จึงไม่แปลกใจมากถ้าสมาชิกแต่ละคนจะถ่ายแบบหวือหวา หรือชุดว่ายน้ำบนปกช่วงฤดูร้อน และปีนี้ก็เป็นคิวของกิ๊ฟซ่า บนหนังสือสุดสัปดาห์เล่มล่าสุด

สุดสัปดาห์ #626

set fashion ไม่หวือหวามากมาย ใครอยากดูอะไรแนวตูมตามแตกตื่นคงผิดหวัง กรณีแบบนั้นขอแนะนำให้ไปดูน้องปอย ตรีชฎาจะโอกว่าเยอะ (ถ้าไม่สนว่า she เป็นเพศไหน)

ปล. เรียนทีมงานสุดสัปดาห์ที่เคารพ หากผ่านมาอ่าน ขอบอกในฐานะคนอ่านหนังสือนี้ประจำ ว่าหน้าปกฉบับนี้ทำได้เห่ยแดกมาก ถ้านึกไม่ออกขอแนะนำให้ทีมบรรณาธิการเอาไปวางข้างๆทีวีพูลดู ...จะเข้าใจ

2009/03/03

24 ชั่วโมงกับ Nokia 5800

มาช้ายังดีกว่าไม่มา ขอต้อนรับลูกคนใหม่กะเค้ามั่ง...

Nokia 5800 paper bag
ถุงสีเจ็บมากมาย

Nokia 5800 XpressMusic ถือเป็นจอสัมผัสรุ่นแรกแบบจริงจังของค่าย Nokia หลังจากพี่แกปล่อยให้ยี่ห้ออื่นทำมาหากินกับจอสัมผัสมานาน จนคนพาลนึกว่า Nokia จะไม่ทำเสียแล้วด้วยซ้ำ

Nokia 5800 - blue color

จุดแข็งโป๊กของ 5800 ที่พอจะนึกออกเมื่อเทียบกับจอสัมผัสที่มีชื่อเสียง อย่าง iPhone หรือน้องออมของค่ายเกาหลี ก็คือราคา

...ใช่แล้วพี่น้อง ราคา... Nokia 5800 นี้มาพร้อมราคา 13520 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยัง up mem ได้สูงถึง16GBด้วย เป็นราคาที่ชนชั้นรากหญ้าในวงการอย่างข้าพเจ้าสามารถเอื้อมฟ้าคว้าดาวได้ถึง

ไม่รู้จะเขียนรีวิวทำไม เพราะเฉพาะคนไทยที่ blog เรื่องนี้ก็น่าจะมีให้อ่านกันจนเมื่อยแล้ว เอาว่ารวมๆแล้ว หลังการใช้งานไป 24ชั่วโมง ผมถือว่าชอบสิ่งที่ได้มา เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายออกไป หรือศัพท์แสงแบบนักการตลาดก็คือ value to money

ข้อแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะไปรับของ โดยเฉพาะคนที่ไม่เปลี่ยนมือถือบ่อยเช่นผม อันนี้เอาจากเจ้าหน้าที่ Nokia shop บวกกับการปรึกษาท่าน @nuuneoi

(0) ล็อตล่าสุดนี้ firmware ควรจะเป็น V 20.0.012 แล้ว ซึ่งแก้ปัญหาไปหลายอย่างเลย (กด *#0000# เพื่อดู)
(1) ช่วงแรกชาร์จแบตฯจนเต็มก็พอ แล้วใช้ให้จนหมดแล้วชาร์จใหม่ ไม่ใช่ชาร์จข้ามคืนแบบสมัยก่อน
(2) ตรวจ known defect คือฝาอ้าที่มุมบนขวาของเครื่อง ยากมากที่จะไม่เจอแสงลอดออกมา แต่ให้เอาแบบเส้นนิดพอ ถ้าแผลเปิดมากให้ขอเปลี่ยน

Nokia 5800 - the right top corner

(3) ให้ทดลองสนทนาแล้วเอานิ้วปิดบริเวณ sensor มุมบนขวา ดูว่าเครื่องจะดับไหม

enjoy!