2009/08/10

Telecomm Business

ค่อนจะง่วงนิดๆ แต่วิชาบรรยายพิเศษรอบค่ำของคุณวิเชียร เมฆตระการ ซีอีโอแห่ง AIS ก็เป็นกันเองและมีประเด็นเยอะแยะมาก และขายของเยอะมากเช่นกัน เนื้อหาปนๆสลับกันไป ช่วงถามตอบก็ได้เกร็ดสนุกๆเยอะ

BlackBerry vs. iPhone
- สัญญาที่ AIS ทำกับ Apple เป็นสัญญาทางเดียว คือ Apple บอกเลิกได้ทุกเมื่อ แต่ AIS ไม่มีสิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ทำให้ AIS เลือกไม่มีความคืบหน้าต่อ เพราะสัญญานี้ "กร่าง" เกินไป (แต่เนื่องจากเปิดรายละเอียดสัญญาคุยกันแล้ว จึงเล่าไม่ได้เป็นเวลา5ปี)
- ปัจจุบันมี iPhone active ในเครือข่าย AIS ราว 8หมื่นเครื่อง ที่ทราบเพราะว่า iPhone มีรายละเอียดที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายแปลกไปจากโทรศัพท์อื่น
- มีช่วงหนึ่งสนามบินสหรัฐฯต้องตรวจสอบแอร์การบินไทย ว่าหิ้ว iPhone กลับมาหรือไม่
- BlackBerry ที่ขายใน MBK ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแถมจากโปรแกรม 1แถม1
- AIS ทราบดี แต่ไม่สามารถขาย BB ให้ถูกกว่านี้ได้เพราะตอนนี้ margin ก็ต่ำมาก
- อัตราส่วนผู้ใช้ iPhone ต่อ BB ในไทยอยู่ที่ 3:1
- ฐานลูกค้าใหญ่กลุ่มหนึ่งของ BB คือนักศึกษา ABAC ชั้นปีที่สี่
- ส่วนตัวคุณวิเชียรมองว่า BB ทำให้ชีวิตส่วนตัวเสียไปมาก เพราะสามารถถูกตามงานได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งการใช้ BB มักถูกคาดหวังให้ตอบสนองเร็วเป็นพิเศษ
- Data BB จากไทยจะวิ่งไปที่สิงคโปร ก่อนส่งไปที่ RIM server ที่แคนาดา
- คุณวิเชียรยืนยันว่าไม่มีนโยบายแจก BB ให้ดาราและคนดัง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าอาจมีการเอาไปแจกจริง

เรื่องสัมปทาน
- ระเบียบสัมปทานทุกเจ้าจะระบุไว้ว่า ทุกอย่างที่ลงทุนไปต้องส่งคืนรัฐหลังหมดสัญญา (BTO)
- ปัจจุบันค่าต๋งที่ AIS ต้องส่งให้ TOT อยู่ที่ 30% ขณะที่ไลเซนส์ใหม่กับกทช.อยู่ที่ราว 6-7% ดังนั้นการลงทุนใหม่ๆรวมทั้ง 3G ทุกค่ายจึง "รอ" จนกว่าไลเซนส์ใหม่จะออกมา
- ปีที่ผ่านมาค่าสัมปทานกินเปล่าที่ AIS นำส่ง TOT อยู่ที่สองหมื่นล้าน นอกจากนี้ก็ยังมีรายรับกินเปล่าจาก True และ TT&T อีก
- แต่ว่า TOT มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6พันล้านในปีที่ผ่านมา !?!
- เกี่ยวกับข้อบังคับเปลี่ยนค่ายเบอร์ไม่เปลี่ยน บอกว่าสามค่ายเห็นตรงกันว่าไม่สามารถทำได้ในสามเดือน แต่น่าจะได้ในเก้าเดือน เพราะการเก็บข้อมูลปัจจุบันไม่ได้ละเอียดมาก เช่นอัลกอริทึมที่ AIS ใช้ define ว่าเป็นเบอร์ในเครือข่าย AIS หรือไม่เวลาคิดค่าโทรตามโปรฯ คือดูแค่ prefix number ไม่ถึงกับดู attribute by number
- สามค่ายอาจจะใช้ฐานข้อมูลร่วมกันเวลาดูว่าเบอร์ไหนอยู่เครือข่ายใดตอนนี้ ซึ่งน่าจะเป็นฐานข้อมูลยักษ์ตัวหนึ่ง

Trend
- มือถือติด RFID เพื่อใช้จ่ายเงินเป็นเทรนด์ที่ไทยน่าจะทำได้นานแล้ว แต่ไม่ได้เสียทีเพราะไม่ยอมเลือก standard ที่ตรงกัน
- การโอนเงินข้ามประเทศผ่านมือถือ นิยมทำกันมากในอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ราว1% ซึ่งถูกกว่า Western Union มาก
- ลูกค้า 1-2-Call จำนวนไม่น้อยเป็นคนพม่า ในพื้นที่บางแห่งเช่นสะพานปลา จึงต้องมีโฆษณาภาษาพม่าไว้เลย
- แต่ call center ยังไม่มีล่ามภาษาพม่าตอนนี้
- พอถึงเวลาหนึ่งที่ระบบเครือข่ายแข็งแรง content จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะแพ้ชนะ
- Shin Corp. ไม่ถือกิจการ IBC ไว้และขายให้ TA (ขณะนั้น) เพราะมองว่าการทำเคเบิ้ลในไทยเอากำไรได้ยาก
- ยิ่งมีระบบเคเบิ้ลท้องถิ่น การละเมิดลิขสิทธิ์ยิ่งสูงมากขึ้น
- แนวทาง Convergence ของ True คือไม่เน้นกำไรตอนแรก แต่เน้นให้ลูกค้าไปใช้บริการต่อเรื่อยๆจนครบวงจรก่อน
- cost ในการย้ายสำนักงาน DTAC อยู่ที่ 70ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเช่าเดือนละ 24ล้าน

ช่วงท้ายๆคุณวิเชียรบอกว่า 3G ขอให้รอไปก่อนอีกซักพัก อาจจะ 1-2ปี ซึ่งไม่นานหรอก เพราะเขาก็รอมาแล้วตั้ง5ปี :P

4 comments:

Bluevy Bear said...

+1

ข้อมูลน่าสนใจดีครับ เชียร์ให้เอามาเขียนเยอะๆ

eYacht said...

แถมให้
AIS มีธุรกิจ ADSL แต่ยังไม่อยากลงทุนด้านบริการ high-speed internet ในวันนี้เพราะโครงสร้างพื้นฐานเสียเปรียบเบอร์ 3 มาก (หากจะทำต้องลากสายโทรศัพท์ใหม่หมด) ดังนั้นเก็บบริษัทนี้ไว้เพื่อรอ Wi-Max ให้เกมพลิกเป็น Wireless ก่อน

AIS อาจจะมีโครงการเกี่ยวกับ TV หรือ Cable TV เร็ว ๆ นี้ แต่บอกไม่ได้ เดี๋ยวความลับรั่ว

arjin said...

เย้ย...ลูกพี่ยอร์ชอ่าน blog ผมด้วย...สวัสดีครับพี่

Anonymous said...
This comment has been removed by a blog administrator.