ค่อนจะง่วงนิดๆ แต่วิชาบรรยายพิเศษรอบค่ำของคุณวิเชียร เมฆตระการ ซีอีโอแห่ง AIS ก็เป็นกันเองและมีประเด็นเยอะแยะมาก และขายของเยอะมากเช่นกัน เนื้อหาปนๆสลับกันไป ช่วงถามตอบก็ได้เกร็ดสนุกๆเยอะ
BlackBerry vs. iPhone
- สัญญาที่ AIS ทำกับ Apple เป็นสัญญาทางเดียว คือ Apple บอกเลิกได้ทุกเมื่อ แต่ AIS ไม่มีสิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ทำให้ AIS เลือกไม่มีความคืบหน้าต่อ เพราะสัญญานี้ "กร่าง" เกินไป (แต่เนื่องจากเปิดรายละเอียดสัญญาคุยกันแล้ว จึงเล่าไม่ได้เป็นเวลา5ปี)
- ปัจจุบันมี iPhone active ในเครือข่าย AIS ราว 8หมื่นเครื่อง ที่ทราบเพราะว่า iPhone มีรายละเอียดที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายแปลกไปจากโทรศัพท์อื่น
- มีช่วงหนึ่งสนามบินสหรัฐฯต้องตรวจสอบแอร์การบินไทย ว่าหิ้ว iPhone กลับมาหรือไม่
- BlackBerry ที่ขายใน MBK ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแถมจากโปรแกรม 1แถม1
- AIS ทราบดี แต่ไม่สามารถขาย BB ให้ถูกกว่านี้ได้เพราะตอนนี้ margin ก็ต่ำมาก
- อัตราส่วนผู้ใช้ iPhone ต่อ BB ในไทยอยู่ที่ 3:1
- ฐานลูกค้าใหญ่กลุ่มหนึ่งของ BB คือนักศึกษา ABAC ชั้นปีที่สี่
- ส่วนตัวคุณวิเชียรมองว่า BB ทำให้ชีวิตส่วนตัวเสียไปมาก เพราะสามารถถูกตามงานได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งการใช้ BB มักถูกคาดหวังให้ตอบสนองเร็วเป็นพิเศษ
- Data BB จากไทยจะวิ่งไปที่สิงคโปร ก่อนส่งไปที่ RIM server ที่แคนาดา
- คุณวิเชียรยืนยันว่าไม่มีนโยบายแจก BB ให้ดาราและคนดัง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าอาจมีการเอาไปแจกจริง
เรื่องสัมปทาน
- ระเบียบสัมปทานทุกเจ้าจะระบุไว้ว่า ทุกอย่างที่ลงทุนไปต้องส่งคืนรัฐหลังหมดสัญญา (BTO)
- ปัจจุบันค่าต๋งที่ AIS ต้องส่งให้ TOT อยู่ที่ 30% ขณะที่ไลเซนส์ใหม่กับกทช.อยู่ที่ราว 6-7% ดังนั้นการลงทุนใหม่ๆรวมทั้ง 3G ทุกค่ายจึง "รอ" จนกว่าไลเซนส์ใหม่จะออกมา
- ปีที่ผ่านมาค่าสัมปทานกินเปล่าที่ AIS นำส่ง TOT อยู่ที่สองหมื่นล้าน นอกจากนี้ก็ยังมีรายรับกินเปล่าจาก True และ TT&T อีก
- แต่ว่า TOT มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6พันล้านในปีที่ผ่านมา !?!
- เกี่ยวกับข้อบังคับเปลี่ยนค่ายเบอร์ไม่เปลี่ยน บอกว่าสามค่ายเห็นตรงกันว่าไม่สามารถทำได้ในสามเดือน แต่น่าจะได้ในเก้าเดือน เพราะการเก็บข้อมูลปัจจุบันไม่ได้ละเอียดมาก เช่นอัลกอริทึมที่ AIS ใช้ define ว่าเป็นเบอร์ในเครือข่าย AIS หรือไม่เวลาคิดค่าโทรตามโปรฯ คือดูแค่ prefix number ไม่ถึงกับดู attribute by number
- สามค่ายอาจจะใช้ฐานข้อมูลร่วมกันเวลาดูว่าเบอร์ไหนอยู่เครือข่ายใดตอนนี้ ซึ่งน่าจะเป็นฐานข้อมูลยักษ์ตัวหนึ่ง
Trend
- มือถือติด RFID เพื่อใช้จ่ายเงินเป็นเทรนด์ที่ไทยน่าจะทำได้นานแล้ว แต่ไม่ได้เสียทีเพราะไม่ยอมเลือก standard ที่ตรงกัน
- การโอนเงินข้ามประเทศผ่านมือถือ นิยมทำกันมากในอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ราว1% ซึ่งถูกกว่า Western Union มาก
- ลูกค้า 1-2-Call จำนวนไม่น้อยเป็นคนพม่า ในพื้นที่บางแห่งเช่นสะพานปลา จึงต้องมีโฆษณาภาษาพม่าไว้เลย
- แต่ call center ยังไม่มีล่ามภาษาพม่าตอนนี้
- พอถึงเวลาหนึ่งที่ระบบเครือข่ายแข็งแรง content จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะแพ้ชนะ
- Shin Corp. ไม่ถือกิจการ IBC ไว้และขายให้ TA (ขณะนั้น) เพราะมองว่าการทำเคเบิ้ลในไทยเอากำไรได้ยาก
- ยิ่งมีระบบเคเบิ้ลท้องถิ่น การละเมิดลิขสิทธิ์ยิ่งสูงมากขึ้น
- แนวทาง Convergence ของ True คือไม่เน้นกำไรตอนแรก แต่เน้นให้ลูกค้าไปใช้บริการต่อเรื่อยๆจนครบวงจรก่อน
- cost ในการย้ายสำนักงาน DTAC อยู่ที่ 70ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเช่าเดือนละ 24ล้าน
ช่วงท้ายๆคุณวิเชียรบอกว่า 3G ขอให้รอไปก่อนอีกซักพัก อาจจะ 1-2ปี ซึ่งไม่นานหรอก เพราะเขาก็รอมาแล้วตั้ง5ปี :P
5 comments:
+1
ข้อมูลน่าสนใจดีครับ เชียร์ให้เอามาเขียนเยอะๆ
แถมให้
AIS มีธุรกิจ ADSL แต่ยังไม่อยากลงทุนด้านบริการ high-speed internet ในวันนี้เพราะโครงสร้างพื้นฐานเสียเปรียบเบอร์ 3 มาก (หากจะทำต้องลากสายโทรศัพท์ใหม่หมด) ดังนั้นเก็บบริษัทนี้ไว้เพื่อรอ Wi-Max ให้เกมพลิกเป็น Wireless ก่อน
AIS อาจจะมีโครงการเกี่ยวกับ TV หรือ Cable TV เร็ว ๆ นี้ แต่บอกไม่ได้ เดี๋ยวความลับรั่ว
เย้ย...ลูกพี่ยอร์ชอ่าน blog ผมด้วย...สวัสดีครับพี่
What you tweet about canceling phone contact in the US wasn't quite right. It doesn't effect credit much. What cell phone providers get customers is termination fee. Usually $200+ per line.
Post a Comment