2010/07/26

ขายตรง

ออกตัวก่อน - entry นี้ไม่มีการขายของ และจะไม่ต่อว่าสินค้าใดแบบเจาะจงด้วย

วันก่อนได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากกูรูผู้เบื่อสินค้าขายตรงอย่างแรง และมีประสบการณ์ตรงมหาศาลทำให้ผมได้รู้อะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นในระบบขายตรง โดยพอสรุปได้ดังนี้

1. ขายตรงที่ยั่งยืนคือขายตรงที่ขายสินค้ามากกว่าหา down-line

ในบรรดาขายตรงจำนวนมหาศาลในสารบบประเทศนี้ ถ้าคุณลองลงไปลุยจะพบว่าส่วนใหญ่น่ะกิจกรรมหลักของนักธุรกิจ สมาชิก partner หรือศัพท์แสงอะไรที่เขาใช้เรียกน่ะ คือการหาสมาชิกลูกข่าย หรือ downline การขายสินค้ากลับไม่ใช่เรื่องสำคัญ ซึ่งแบบนั้นแหละคือโมเดลอันตราย เพราะต่อให้คุณไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ แต่การพยายามชักจูงคนเข้ามาในระบบด้วยการไล่ downline แทนที่จะเน้นขายสินค้าสุดท้ายวันหนึ่งเกมก็จะถึงทางตัน บริษัทไม่สามารถดำเนินไปต่อได้ตามปกติและปิดหนีในที่สุด

เวลาเราพูดถึงขายตรงที่อยู่มานานในไทย เชื่อว่าแอมเวย์ กิฟฟารีนจะเป็นชื่อต้นๆที่ถูกนึกถึง จะเห็นว่ากระบวนการของสองเจ้านี้ก็มีการเล่น downline เช่นกัน หากแต่กิจกรรมขายสินค้าได้เข้ามายืนเป็นกิจกรรมหลัก เน้นกินส่วนแบ่งผลกำไรที่สูงกว่าปกติ โดยหลักการของสินค้าขายตรง คือไม่ขายของถูกกว่าสินค้าแนวเดียวกันในท้องตลาด แต่ความที่สินค้าท้องตลาดทั่วไปได้รวมค่าการตลาดเป็นสัดส่วนที่สูงในราคาขาย ก็แค่เปลี่ยนค่าการตลาดนั้นเป็นกำไรคืนให้สมาชิกนั่นเอง

พอเน้นการขายสินค้าเป็นหลัก สินค้านั้นก็จำเป็นต้องมีลักษณะ everyday use มากกว่าสินค้าผิดปกติ นั่นเป็นเหตุผลว่าขายตรงที่อยู่ได้นานในไทย ส่วนมากจะเน้นการขายเครื่องสำอางเป็นหลัก (เพราะผู้หญิงอย่าหยุดสวย) เมื่อพูดถึงสินค้าแอมเวย์ที่นึกออกกันไวๆ ถ้าไม่ใช่ Artistry ก็จะเป็นยาสีฟัน กาแฟ น้ำยาล้างรถ เครื่องกรองน้ำ จะเห็นว่ามันคือของปกติที่สามารถเอามาแทนที่สินค้าทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ ก็เท่านั้นเองจริงๆ ขายตรงรายไหนที่ขายสินค้าที่มีลักษณะผิดปกติ สรรพคุณโอเว่อร์ และดูฟุ่มเฟือยมากกว่าจำเป็น (ไม่กล้ายกตัวอย่าง กลัวหาว่าด่าเจาะจงยี่ห้อ) พวกนั้นต่อให้พร่ำบอกว่าไม่เน้น downline ก็ยังน่ากังขาอยู่ดี

2. ยืนยาวแต่ไม่หยุด

จุดแข็งของธุรกิจขายตรงนั่นคือการส่งต่อให้คนในตระกูลได้แบบปลอดภัย ดูเหมือนหลายต่อหลายค่ายก็มักจะนำเสนอว่าหากินกันได้ชั่วลูกชั่วหลานอะไรแบบนั้น

ฟังดูสบายและมีแนวโน้มจะจริงถ้าหากว่าไม่เกิดเหตุการณ์แนว "หักขา" ความเสี่ยงมหาศาลของขายตรงก็คือการที่ downline ของคุณชิ่งหนีไปอยู่กับธุรกิจอื่น การกระทำทำนองนี้จะส่งผลให้ผลประโยชน์ที่ลอยมานิ่มๆทุกเดือนของคุณก็ต้องหายไป

อันที่จริงแล้วคนที่แม้อยู่ในระดับสูงๆของขายตรง ก็ไม่สามารถหยุดพักนอนเล่นกินเงินสดไปเรื่อยๆได้ขนาดนั้น กิจกรรมประชุมสายยังเป็นเรื่องต้องทำต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรายการชิ่งหนี อันที่จริงแล้วผมพบว่ายอดนักขายระดับสูงส่วนใหญ่ก็มีความสุขที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ถ้านั่นไม่เรียกว่างาน ไม่เรียกว่าเหนื่อย ผมก็ถือว่าเขาได้บรรลุจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ในมุมมองหนึ่ง นั่นไม่ใช่คำว่าสบายนานๆแน่

มันจึงย้อนกลับไปที่หัวข้อแรกว่าการที่คุณจะทำให้ downline มั่นใจและอยู่กับคุณไปตลอด ตัวธุรกิจนั้นเองก็ควรมีความปกติมากพอ ไม่ใช่พอเวลาผ่านไปแล้วเกิดความระแวงหนักขึ้นเรื่อยๆจนชิ่งหนีพังพาบไปในที่สุด

3. มาก่อนได้เปรียบ

ถึงแม้โมเดลแอมเวย์ กิฟฟารีนจะประสบผลสำเร็จดี แต่คุณก็จะเห็นว่าขายตรงที่เข้ามาติดต่อกับคุณนั้นจะไม่ค่อยเป็นสองยี่ห้อนี้ นั่นเพราะว่าเมื่อธุรกิจขึ้นมาถึงจุดสูงระดับหนึ่งแล้ว ผลตอบแทนที่เครือข่ายได้รับจะเริ่ม "เรื่อยๆ" มากกว่า "หวือหวา"

คนที่อยากกินก้อนใหญ่ๆจากการทำขายตรงจึงควรมองหาธุรกิจตัวเล่นใหม่ๆในตลาด มากกว่าธุรกิจที่ติดลมไปแล้ว หรือแม้แต่ตัวที่กำลังร้อนแรงก็ควรหลีกห่างแล้ว

ผมเชื่อในคำโฆษณาประเภทสามแสนต่อเดือน ได้รถยนต์ ฯลฯ นะครับ แต่คนเหล่านั้นคงไม่ได้เพิ่งมาเข้าร่วมไม่นานแน่ๆ พวกเขาเหล่านั้นมักอยู่ตั้งแต่ต้นของการดำเนินธุรกิจ ทำให้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้สูง ซึ่งนั่นถือว่าเป็นรางวัลของการเลือกที่จะเสี่ยง!

ก็เหมือนกับคนทำธุรกิจใหม่ๆ ยังไม่รู้หัวก้อย ยังไม่รู้คนจะสนใจแค่ไหน ยังไม่รู้จะยืนยาวเท่าใด คนที่เลือกเสียเงินเสียเวลาไปกับมันแล้วเลือกได้ถูก ผลตอบแทนมันก็สมควรจะสูงถือเป็นเรื่องที่แฟร์พอกับเขา

แต่การมาทีหลังยังสามารถให้ผลประโยชน์สูงๆได้ไหม? คำตอบคือได้แน่ๆถ้าจิตวิญญาณนักขายคุณสูงและทุ่มสุดแรง แต่โอกาสมันก็น้อยลงไปเช่นกัน การเข้าร่วมขายตรงกับสินค้าที่ติดแล้วระดับหนึ่ง ไม่ง่ายที่จะให้ผลตอบแทนก้อนโตแบบอดีตหรอกครับ

....
....

ผมเกิดฉุกคิดเรื่องนี้จากการที่ดร.สุวรรณ วลัยเสถียรเขียนหนังสือใหม่ ทำนองว่าคุณสามารถรวยได้จากธุรกิจขายตรง ผมค้นพบว่าเรื่องนี้จริง แต่คนที่จะเล่นกับมันต้องเข้าใจในธรรมชาติสามข้อข้างต้นก่อน จะทำให้คุณอยู่กับกิจกรรมขายตรงได้อย่างรู้เท่าทันมากขึ้น

ขอให้รวยๆถ้วนหน้ากัน :)

2010/07/11

Pepsi - Paul

ในช่วงบอลโลกมีสินค้าใช้หลักการ ทำเนียน ด้วยการโฆษณาแฝงให้อารมณ์ฟุตบอลโลก แต่ตัวสินค้าเองไม่ได้เป็น official sponsor ของ Fifa World Cup แต่อย่างใด

สินค้าที่เด่นที่สุดเห็นจะไม่พ้น Pepsi โดยอาศัยเพลง Oh! Africa ของ Akon เป็นแนวนำ แถมด้วยดารานักเตะในตัวโฆษณาอีกหลายคน

ดูไปดูมาคนไม่รู้ก็นึกว่า Pepsi = บอลโลกไปซะอย่างนั้น

ล่าสุดมี Printed Ad จาก Pepsi อีกแล้ว....โหนกระแสกันแบบมึนๆ เนียนๆเช่นเคย...



จริงๆลักษณะดังกล่าวก็เหมือนเมืองไทยสินค้าหลายตัวก็ใช้หมีแพนด้าเป็นพรีเซนเตอร์ แต่ไม่เชื่อมโยงใดๆกับหลินปิงนั่นแหละ

เอามาจาก Ads of the world