2010/11/10

วิธีซื้อ LTF ปี 2553

คำถามที่ hot คำถามหนึ่งในยามนี้ของมนุษย์เงินเดือนคือ LTF น่าซื้อหรือไม่เพราะตลาดหุ้นช่างร้อนแรงเหลือเกิน ราคาหน่วย NAV ก็แพงลิบลิ่ว แถมคนก็ยังหวั่นใจว่าฟองสบู่ตลาดหุ้นน่าจะใกล้แตกแล้ว ยิ่งพอไปถึงปีปฏิทินที่5 LTF ที่ซื้อในปี 2553 นี้คงขาดทุนเละเทะแน่ๆเลย อารมณ์กังวลนี้น่าจะรุนแรงมาก เพราะได้ข่าวมาว่ายอดขาย LTF ปีนี้ต่ำมากทั้งที่อีกไม่ถึง 2 เดือนจะสิ้นปีแล้ว

คิดไปโน่นไปนี่ เลยไปถามผู้รู้หลายท่าน อ่านโน่นนี่นั่น รวมทั้งดูผลทดลองของตัวเอง จึงได้ข้อสรุปเป็นแนวทางการลงทุน LTF สำหรับปี 2553 ดังนี้

(0) ไม่มีใครรู้หรอกว่าอีก 5 ปีปฏิทินข้างหน้าตลาดหุ้นจะดีหรือไม่ดีกว่าปีนี้แค่ไหน ถ้าใครมันรู้จริงๆแม่นๆพาตัวมาหน่อยจะเอาขึ้นหิ้งบูชา ถวายน้ำแดงทุกเช้า

(1) ควรซื้อด้วยปริมาณตามที่เคยซื้อมาก่อนหน้า เพื่อไม่ให้เสียระบบการหมุนเงินเพราะ LTF พอครบ cycle ปีขายเราก็สามารถขายเพื่อซื้อต่อได้เลย

(2) ขอให้คิดเสมอว่าการซื้อ LTF จะได้กำไรทันทีตอนนั้น 10%-37% ซึ่งก็คือเงินคืนภาษีตามแต่เรทเสียภาษีของคนๆนั้น ฉะนั้นจะบอกว่าเล่นแล้วขาดทุนก็คงไม่ถูกซะเสียทีเดียว

(3) เพื่อปิดความเสี่ยงกรณีหุ้นขาลงหนักๆ (ในทีนี้ก็คือ LTF ขาดทุนเกินกว่าเรทเสียภาษี) ควรซื้อหน่วย LTF กับสถาบันการเงินที่มีบริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนข้ามกอง และกองทุนแต่ละตัวมีการบริหาร portfolio ที่แตกต่างกันพอสมควร

ยกตัวอย่าง LTF ของค่ายหนึ่งจะมีกอง LTF อยู่ 5-6 กองทุนให้เลือก บางกองจะลงทุนให้หุ้น Blue-chip เยอะ ทำให้ตลาดหุ้นขาขึ้นกองทุนนี้ผลตอบแทนก็เยอะมากๆตาม แต่เขาจะมีอีกกองทุนหนึ่งซึ่งเล่นหุ้น Defensive ที่ราคาไม่ค่อยขยับตามสภาพตลาดเยอะๆ กองทุนนี้ตลาดหุ้นขึ้นแรงๆ ผลตอบแทนก็จะไม่ค่อยแรงตาม แต่ตลาดหุ้นขาลงกองทุนนี้ก็ไม่ค่อยสะเทือนเช่นกัน เช่นนี้เราก็อาจจะเข้าถือกองทุน Blue-chip ไปก่อนในสภาพตลาดนี้ พอเริ่มเห็นหุ้นขาลงก็ค่อยสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปลงกอง Defensive เอาก็ได้

เนื่องจาก LTF เป็นการลงทุนในหุ้นที่เป็นตราสารซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ฉะนั้นการซื้อแล้วทับสมุดหน่วยลงทุนไปรอขายในอีก 5 ปีจึงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ วิธีการดังกล่าวช่วยให้เราสามารถลดหย่อนภาษีและ take profit ได้ไปพร้อมๆกันอย่างปลอดภัยขึ้น

enjoy!

1 comment:

Anonymous said...
This comment has been removed by a blog administrator.