2010/12/23

ย้ายค่าย ไม่เปลี่ยนเบอร์ (บ้างอะไรบ้าง)

ที่จริงมีคนเขียน blog เรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้ว (อาทิเช่นคุณกั้ง Siampod หรือท่าน lawender แต่ประสบการณ์ตัวเองต่างนิดหน่อยเลยบันทึกไว้ด้วย

ช่วงนี้ยังเป็นช่วงเปิดทดลองอยู่ในการย้ายค่ายแบบไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ (Mobile number portability - MNP) โดยเริ่มขยายพื้นที่ให้บริการมาแล้วถึงโคราช แต่เงื่อนไขก็ยังคงเป็นวันละ 20 เลขหมาย ของผมจะทำการย้ายจาก DTAC ไป AIS (ใครกองเชียร์ DTAC ผ่านมาไม่ต้องว่ากัน ที่บ้านยังเป็นลูกค้ากันหลายคน) ขั้นตอนก็ไม่ต้องไปที่ DTAC แล้ว แต่ไปที่ศูนย์บริการ AIS ได้เลย ถ้าในโคราชคุณต้องไปที่สำนักงานชั้น 3 เดอะมอลล์ที่เดียวตอนนี้

เริ่มต้นก็กรอกเอกสาร พร้อมกับเอาบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ทำสำเนา



สิ่งที่ระบบตรวจสอบไม่ได้แต่เจ้าหน้าที่ใช้ถามยืนยันเอาคือความถูกต้องของเลขหมายที่เราจะโอนย้ายมา โดยเงื่อนไขคือถ้าเป็นระบบรายเดือนต้องไม่มียอดค้างชำระ ถ้าเป็นระบบเติมเงินต้องมีการลงทะเบียนชื่อเราไว้กับเบอร์นั้นถูกต้องแล้ว ถ้าหากผิดจากนี้เอกสารที่เรายื่นไปก็จะถูกตีกลับและไม่อนุมัติการย้ายค่าย เมื่อยื่นเอกสารและกำหนดโปรโมชั่นเรียบร้อยก็จะได้ซิมของค่ายใหม่มา (ในที่นี้ก็คือ AIS) ตามปกติค่าธรรมเนียมคือ 99 บาท แต่ช่วงนี้ทดลองเราก็ได้ค่าเป็นหนูทดลองระบบไปโดยการไม่เก็บเงิน (เย้!)

ในตอนนี้ซิมใหม่ก็ยังไม่ต้องทำอะไรกับมัน เบอร์ก็ใช้กับที่เดิมไปก่อนจนกว่าจะได้รับข้อความซึ่งผมได้รับในอีกหนึ่งวันถัดมาเลย (เร็วมาก)



วันถัดมาการย้ายก็น่าจะจบสิ้น แต่ผมดันผิดพลาด จริงๆที่ต้องทำคือสลับซิมโดยเอาซิมที่ใหม่เสียบรอไว้ในเครื่องและเปิดเครื่องรอในช่วงเวลาดังกล่าว (04-07น.) และถอดซิมอันเก่าออกไปเลย แต่ผมดันไม่ได้ถอดออก ผลคือการโอนย้ายเลยทำไม่สำเร็จ ตอนสายผมจึงได้ข้อความซ้ำอีกรอบ



คราวนี้ผมสลับรอตั้งแต่ 11 นาฬิกาไปเลยแต่ผลคือการโอนย้ายก็สำเร็จเอาตอนบ่ายสามโมงครึ่ง (เกินกำหนดนะเนี่ย) ตอนนี้ผมก็กลายเป็นสมาชิกน้องอุ่นใจได้แต้มไปเรียบร้อย...

...แต่ยังไม่จบ...

ผมพบว่าเบอร์ที่ย้ายใหม่ของผมสามารถโทรออกได้ตามปกติดี แต่เมื่อใช้เบอร์ DTAC โทรหาระบบจะตอบว่า "เลขหมายยังไม่เปิดให้บริการ" ขณะที่ทดลองด้วยเครือข่ายอื่นรวมทั้งโทรศัพท์บ้านนั้นปกติดีหมด ผมเลยแจ้งเรื่องทั้งที่ AIS และ DTAC ไปเลย ที่น่าสนใจคือทั้งสองสายบอกเหมือนกันว่า "ไม่เคยเจอกรณีแบบนี้"

เนื่องจากผมเป็นลูกค้า Beta Version ผมก็ได้แต่ทำใจและหวังว่าจะใช้งานได้เป็นปกติเร็วๆ ปรากฏว่าห้าทุ่มผมลองดูอีกครั้งก็ใช้งานได้เป็นปกติ วันถัดมาทั้งสองค่ายก็โทรศัพท์มายืนยันกับผมอีกครั้งว่าระบบแก้ไขเรียบร้อยดีแล้ว

คำแนะนำผมสำหรับการทำ MNP เป็นดังนี้
  1. ถ้าไม่รีบ ยังไม่ต้องรีบมาทำก็ได้ แต่ได้ฟรี 99 บาทค่าธรรมเนียมก็น่าสนใจนะ
  2. Process การย้ายเร็วกว่าที่บอกว่า 3 วัน ของผมแค่ 2 วันเท่านั้น
  3. เมื่อย้ายเสร็จควรทดสอบให้ครบทุกทางโดยลองโทรเข้ารับสายจากทุกค่าย ...ถ้าหาเบอร์มาลองได้นะ...

2010/12/11

ความเจ็บไม่มีเสียง - ขนมจีน

ในบรรดานักร้องกลุ่ม Kamikaze ของค่าย RS ผมว่าขนมจีน (เออ ชื่อเล่นน้องเค้าจริงๆ) เป็นคนที่ร้องเพลง...ดีนะ คือแบบ Relative เมื่อเทียบกับนักร้องคนอื่นในค่าย อีกทั้งน้องเค้าจะเด่นในเพลงที่ต้องร้องแบบพ่นไฟเป็นส่วนใหญ่

บางทีพาลนึกว่า RS เอาน้องเค้ามาลงผิดค่ายหรือเปล่า

ผมเพิ่งได้ฟังเพลงล่าสุดของขนมจีนชื่อว่า ความเจ็บไม่มีเสียง ซึ่งดูๆไปเนี่ย ถ้าไม่นับการร้องแบบลิ้นอุดปากกับเธอ-เชอ เสียงขนมจีนดีเลยนะ



น้องเค้าออกมาหลายอัลบั้มแล้วด้วย คงต้องไปลองหาเพลงเก่าๆมาฟังดูบ้าง

...ของแถม...



ถ้าเกิดอยากหาข้อมูล ขนมจีน ไปทำรายงานสงสัยได้แต่รูปนักร้อง lol

หุ้น IPO

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีบริษัทหนึ่งที่โชว์พลังราคาขึ้นแรงๆไม่แคร์สื่อคือบริษัท บริษัท เออาร์ไอพี (ARIP) ซึ่งมีธุรกิจหลักตอนนี้คือการจัดงาน Commart !?!

หุ้น ARIP มีราคาเสนอขายเบื้องต้น (IPO) 0.90 บาทเท่านั้น ผลก็คือหุ้นใช้เวลาเพียง 3 วันราคาขึ้นไปสูงสุดถึง 3.00 บาท



แต่เมื่อลากราคากันสนุกสนาน เกมก็จบลงเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา 1.96 บาท คนซื้อไม้สุดท้ายจะขายทันวันเดียวมากกว่า 30%

บางคนบอกว่าพฤติกรรมเล่นหุ้นกันด้วยอารมณ์เหนือเหตุผลแบบนี้พบได้แต่ในตลาดไทยเท่านั้น

หารู้ไม่....

เมื่อวันพุธที่ 8 ธันวาคมหุ้นบริษัทหนึ่งเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กชื่อว่า Youku.com Inc (YOKU:US) ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการรายการทีวีทางอินเตอร์เน็ทสำหรับลูกค้าในประเทศจีน (มันก็คือ Hulu ของจีนนั่นแหละ) หุ้นมีราคา IPO $12.80 แต่ด้วยเวลาเพียง 2 วันเท่านั้นหุ้นวิ่งไปได้สูงสุด $50 !?!



และก็จบลงแบบสไตล์หุ้น IPO นั่นคือราคาหุ้นก็ลดลงมาอยู่ที่ $37.5 เมื่อคืนวันศุกร์ คนที่ซื้อตอนราคาสูงก็เจ็บตัวตามๆกันไป

อารมณ์เหนือเหตุผลทางด้านราคาแท้จริงยังคงพบเจอได้เสมอ

2010/12/07

การหาผลตอบแทนเฉลี่ย กับวิธีคิดของกรุงเทพธุรกิจ

เมื่อเช้านี้ข่าวกรอบเล็กๆบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่น่าจะสร้างข้อฮือฮาได้คือข่าว 10 ปีตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนปีละ 74.6%

แรกฟังก็รู้สึกโอเว่อร์ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการอคติก็ต้องอ่านเนื้อข่าวก่อน เนื้อหาระบุไว้ว่า
โดย ณ สิ้นเดือนพ.ย.2553 เทียบกับสิ้นปี 2543 หรือรวม 10 ปีที่ผ่านมา การลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงถึง 746% ทีเดียว ซึ่งหากเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียด้วยกันแล้ว จะเป็นรองก็เพียงตลาดหุ้นอินโดนีเซียเท่านั้น
เอาเป็นว่าผมก็ยังนึกไม่ออกว่าคำนวณยังไงถึงได้ผลออกมาในระยะเวลา 10 ปีเป็น 746% อาจจะมีการคิดรวมเงินปันผลเข้าไปด้วยก็ได้แต่สมมติว่าตัวเลขนี้จริง บรรทัดข่าวเจ้าปัญหามันคือตรงนี้
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนใน ตลาดหลักทรัพย์ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ให้ผลตอบแทนรวมสูงถึง 746% นั้น หากเฉลี่ยออกมาเป็นรายปี เท่ากับให้ผลตอบแทนสูงถึง 74.6% ต่อปีทีเดียว สะท้อนให้เห็นว่าถ้านักลงทุนไม่หวั่นไหวกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นระหว่างวันหรือระหว่างปี ที่อาจเคลื่อนไหวหวือหวา และสามารถถือเพื่อลงทุนระยะยาว จะเป็นการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนที่ดีทีเดียว
ถ้าคุณพอเข้าใจการเงินเบื้องต้น หรือแม่นในหลักคณิตศาสตร์ก็จะรู้ว่าการคำนวณแบบนี้ไม่น่าจะถูกต้องนัก หลักการหาผลตอบแทนในกรณีถือครองหุ้นยาวๆแล้วเฉลี่ยผลตอบแทนนั้น ไม่ใช่การเอาเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนมาหาร 10 กันโต้งๆแบบในข่าว (หรือที่เรียกว่าค่าเฉลี่ยเลขคณิต - Arithmetic average) วิธีการเฉลี่ยแบบนี้นิยมใช้การหา Yield ผลตอบแทนของพันธบัตรมากกว่า

การหาผลตอบแทนเฉลี่ยครองการถือครองหุ้นแบบระยะยาวนั้นควรคิดเหมือนกับการหาดอกเบี้ยทบต้น (Compound) ซึ่งถ้าเป็นการหาค่าเฉลี่ยก็คือหาแบบค่าเฉลี่ยเรขาคณิต หรือ Geometric average สมมติให้ X คืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี ถ้าคิดแบบทบต้นก็จะตั้งสมการได้ดังภาพ



ทำให้พบว่าด้วยการคิดเฉลี่ยแบบเรขาคณิต ผลตอบแทนเฉลี่ยรายปีของตลาดหุ้นไทยคือ 23.8% ต่างหาก ซึ่งเริ่มฟังดู "สมเหตุสมผล" ขึ้นมาบ้าง จะเห็นว่าบนเส้นระยะเวลา 10 ปี การคำนวณคนละวิธีนั้นทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญมาก

การคิดคำนวณของกรุงเทพธุรกิจนั้นอันตรายอย่างมาก ถ้าหากนักลงทุนเกิดไปมองการลงทุนเป็นรายปีๆไปแล้วสนแค่ตัวเลขค่าเฉลี่ยรายปี จะเห็นว่า 23% กับ 74% ย่อมสร้าง "แรงดึงดูด" ให้อยากเข้ามาในตลาดทุนไม่เท่ากัน...

...จนเมื่อนักลงทุนพบว่าการทำให้ได้เฉลี่ย 74% ต่อปีไม่ได้ง่ายขนาดนั้นและเหมือนถูกหลอก ก็อาจบอกได้ว่าเนื้อหาข่าวนี้อันตรายจริงๆ