2011/02/01

Klang Villa - คลังวิลล่า chic chic

โคราชมีห้างเปิดใหม่แล้วครับ เพิ่งเปิดเมื่อ 29 มกราคมที่ผ่านมานี่เองชื่อห้างว่า Klang Villa (คลังวิลล่า)

สำหรับคนโคราชชื่อคลังคงคุ้นเคยกันดีเพราะเป็นห้างท้องถิ่นเก่าแก่ประจำจังหวัดของตระกูลมานะศิลป์ มีสองห้างก่อนหน้านี้คือ คลังพลาซ่า ถนนอัษฎางค์ เรียกกันในโคราชว่าคลังเก่าและคลังพลาซ่า ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ เรียกว่าคลังใหม่ ถ้าวัดอายุของคลังใหม่ก็ 19 ปีเข้าไปแล้ว ส่วนคลังเก่าก็เกิน 30 ปี ฉะนั้นแบรนด์คลังพลาซ่าก็ถือว่ามีอายุเอาเรื่องในมุมของคนรุ่นใหม่ในโคราช เมื่อคลังพลาซ่าอยากจะทำอะไรใหม่ๆซักอย่างก็ต้อง Refresh แบรนด์เสียหน่อยจึงออกมาเป็น Klang Villa ซึ่งเป็นฝีมือของคุณบู้ ไพจิตร มานะศิลป์ ลูกชายของคุณไพศาลผู้ก่อตั้งคลังพลาซ่า

Klang Villa ตั้งอยู่บนถนนสุรนารายณ์ ก่อนถึงโรงแรมดุสิตปริ๊นเซสนิดเดียว (พิกัดใน 4sq) รูปแบบออกมาตามประสาห้างแนวใหม่ในเมืองหลวงที่เรียกกันว่า Community Mall อาคารทรงเปิด ที่จอดรถกลางแจ้ง จัดแสงตั้งแอร์แบบลดโลกร้อน เท่าที่ทราบมาห้างพยายามเร่งงานให้เปิดตามกำหนดที่โฆษณาไว้ ถ้าไปเดินในช่วงนี้ก็จะดูยังไม่ค่อยเรียบร้อยมากนะ มีงานก่อสร้างอยู่ในแทบทุกจุดของห้าง ตอนนี้เปิดเฉพาะส่วนของอาคาร A ที่อยู่ด้านใน ส่วนอาคาร B ที่อยู่ติดถนนสุรนารายณ์ยังไม่เปิด ส่วนจากนี้คือบริเวณในห้างที่เดินดูมา

เริ่มด้วยป้ายโดดเด่นบนถนนสุรนารายณ์ดักก่อนถึงโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส จะเห็นว่ายังมีที่ว่างๆของร้านยังไม่เปิดอยู่



พื้นที่ด้านหน้าเป็นลานจอดรถ จุได้ราว 80-90 คัน ส่วนลึกเข้าไปด้านหลังห้างเป็นที่จอดรถมอไซด์



อาคารด้านหน้าเป็นอาคาร B ยังไม่เสร็จ ต้องเดินเข้ามาข้างในคืออาคาร A เข้ามาจะเจอร้านไอติมชื่อดังดักไว้เลย คนเยอะด้วยนะ


เกมเผาขน - เล่าเรื่องให้คนตลกใน 3 นาที

ถ้าคุณต้องออกไปยืนต่อหน้าคนจำนวนมาก และเงื่อนไขคือให้คุณเล่าเรื่องอะไรก็ได้ให้คนเหล่านั้นรู้สึกตลกให้ได้ภายในเวลา 3 นาที คุณว่ามันง่ายหรือยาก???

นี่คือกติกาของช่วงหนึ่งในรายการเกมโชว์ใหม่ของ Work Point ที่ชื่อแปลกๆว่า เกมเผาขน โดยช่วงดังกล่าวชื่อว่าฮารูฟรึ่บ ผู้แข่งขันจากทางบ้าน 4 คนจะออกมายืนเล่าเรื่องให้คนดูในห้องส่งและกรรมการฟังภายใน 3 นาที โดยถ้ากรรมการสองในสามคนรู้สึกเหนื่อยหน่ายหรือไม่ขำมุขที่คนๆนั้นเล่าก็จะกดปุ่มไล่ให้ผู้แข่งขันตกลงไปในหลุมบนเวทีตกรอบไป คนที่ชนะคือคนที่เล่าได้จนจบและไม่ถูกกดปุ่มตกหลุมนั่นเอง

ผมว่ายากนะที่คุณจะเล่าให้คนขำได้ในเวลาเท่านั้น เหตุผลคือเซนส์คนไทยไม่ได้นิยมโจ๊กแบบเล่าเรื่องสั้นๆอยู่แล้ว คุณอาจจะแย้งว่าโน้ส อุดมนั่นไงที่เป็นตลกแนวเล่าเรื่อง แต่ความจริงถ้าดูกระบวนการเล่นมุขของโน้สนั้นจะอาศัยการปูพรมเป็นระยะเวลาสั้นๆ (ที่เกิน 3 นาที) เพื่อให้คนดูเข้าใจพื้นฐานของเรื่องที่จะเล่าก่อน จากนั้นก็จะทยอยกระหน่ำมุขโดยอาศัยความรับรู้พื้นเรื่องที่ปูไว้ก่อนแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ทำไม่ได้ในเวลาแค่ 3 นาทีแน่ๆ

และผลลัพธ์ในรายการก็คือคนเล่นมุขที่ขำด้วยโครงเรื่องหรือเทคนิคหักมุมก็จะถูกจับตกหลุม เพราะมุขเหล่านี้หากเล่าในเวลาเร่งรัดจะทำได้มากที่สุดแค่ หึ หึ เท่านั้น ขณะที่คนที่เล่าเรื่องผ่านจะกลายเป็นคนที่เล่าด้วยน้ำเสียง ท่าทาง กิริยาประกอบที่เสริมให้เรื่องสนุกสนาน มากกว่าจะสนุกที่ตัวเรื่องเองไปเสียนี่

ผมคิดว่ามันชี้ให้เห็นเซนส์ในการขำของคนไทยได้พอสมควรนะว่าเราก็ยังไม่เหมาะกับแนวตลกเล่าเรื่องเป็นแก๊กๆอยู่ดี หากจะเหมาะก็ต้องใช้นักเล่าเรื่องที่มีวาทศิลป์และปูเรื่องก่อน แบบนั้นจะเหมาะกว่า

อดีตเคยมีรายการทางช่อง 9 ชื่อว่าโจ๊กกิ้งแจม วิธีการก็ประมาณนี้แหละ คือให้ผู้แข่งขันออกมายืนเล่าเรื่องให้คนดูขำในเวลาจำกัด พบว่าแม้กระทั่งดาราตลกเองก็ยังทำให้ขำได้ยากเหมือนกัน เพราะวิธีการทำให้ตลกแบบนี้ไม่ได้ถูกจริตคนดูในกลุ่มใหญ่เท่าใดนัก

แต่ใครทำได้จริงผมนับถือเลยนะ ^^

ปิดท้ายด้วยคลิปของรายการนี้ ก็ไปลองดูกันว่าเล่าแบบไหนถึงแป้ก แบบไหนถึงฮา รายการออกอากาศห้าโมงเย็น วันอาทิตย์ช่อง 5 ครับ