สิ่งไม่น่าเชื่ออย่างหนึ่งสำหรับ Got Talent เวอร์ชั่นไทยนี้ คือเสียงชมในเน็ทมีน้อยกว่าเสียงด่าอย่างมาก ผู้เขียนส่วนตัวนิยมรายการซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศด้วยเหตุผลว่ารายการต่างประเทศมี "ไบเบิ้ล" ซึ่งเจ้าไบเบิ้ลทำให้รายการมี concept และยืนในรูปแบบได้ดี ผู้ชมจะได้ดูในสิ่งที่รายการคัดกรองมาแล้วว่าจะทำให้รายการสนุก (เฟกไม่เฟกอีกเรื่อง) อย่างไรก็ตามรายการไทยหลายรายการเดี๋ยวนี้ก็เริ่มทำรายการแบบมีไบเบิ้ลของตัวเองพอสมควร
ปัญหาก็คือ Thailand's Got Talent ใช้ไบเบิ้ลได้ขัดเขินกับคนไทยอย่างมาก ถึงแม้โปรดิวเซอร์จะพยายามย้ำว่าได้ปรับแทบตายให้เข้ากับคนไทยแล้ว ผมยอมรับว่า TGT ดูสนุกในระดับหนึ่งเท่านั้น การนำเสนอที่พยายามทำบางอย่างบางสิ่งมากไปทำให้รายการไม่สนุกเท่าที่ควร เรื่องนี้มีคนพูดถึงเยอะแล้ว ผมจะพูดถึงอีกสองประเด็นที่อยากจะบอก...
(1) Work Point ทำรายการสดไม่เป็น
ถ้าความจำผมไม่ผิด Work Point เคยทำรายการสดแค่เพียงรายการเดียวคือร้อยแวงตะแคงสิบห้า (วิลลี่-หม่ำ) รายการนี้อวสานคาช่อง 5 ในเวลาอันสั้นจนต้องถอยไปทำเกมโชว์ตามที่ตัวเองถนัดแทน อันที่จริงรายการสดจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะการควบคุมเวลาทุกอย่างให้พอดีกับการออกอากาศ แต่ขณะเดียวกันปัญหาของรายการประกวดสมัยนี้คือมันต้องมีจังหวะดราม่าใส่คนดู แล้วไอ้จังหวะดราม่านี่มันก็ควบคุมเวลาได้ยากมาก จะเห็นว่า AF กับ The Star ซึ่งทำมาหลายปีสอบผ่านไปแล้วในการสร้างดราม่ากันกลางรายการสด ฉะนั้นความโหดก็คือแค่ Got Talent ทำให้มีดราม่ามันยังแค่เสมอตัวด้วยซ้ำ แต่ปัญหาการตัดจบห้วนๆ สามเทปต่อกันน่าจะสะท้อนแล้วว่า Work Point ยังคงไม่เข้ากับการทำรายการสด
จริงๆ รายการบันทึกเทปที่สามารถ setup ใหม่ได้ กรณีสถานการณ์ไม่เป็นอย่างใจคงเข้าท่ากว่า !?!
(2) ผู้สนับสนุนหลักมีอิทธิพลสูงเกินไป
เรื่องนี้หนักหนาสากรรจ์ในความเห็นผม และทำให้คำว่า Talent เป็นแค่คำหรูๆไปเลย
คุณคงรำคาญโฆษณา Sunsilk และ Rexona ที่โผล่มาเป็นระยะในรายการบ้าง แต่ผมจะพูดให้น่ากลัวยิ่งกว่าว่าการที่สองสินค้านี้เป็นผู้สนับสนุนรายการ กำลังจะส่งผลรุนแรงต่อเกมการแข่งขันได้อย่างมาก
ขอให้สังเกตผลการตัดสิน 3 ครั้งที่ผ่านมาของรอบ Semi Final ผู้ที่เข้ารอบด้วยคะแนนโหวตอันดับ 1 คือ สรวิชญ์ (เต้นตัวอ่อน), ทีมเต้น Swan และ สมศักดิ์ กีต้าร์มือเดียว เหล่านี้ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือการคัดอันดับ 2-3 มาให้กรรมการตัดสิน ผมพบว่าผลออกไปในทางเดียวกันทั้งสิ้น
![]() |
| 10 เม.ย. The Zoo และ เกณิกา |
![]() |
| 17 เม.ย. ก้องเกียรติ และ ปาจารีย์ |
![]() |
| 24 เม.ย. วุ้นเส้น และ Perfect Design |
ผลการตัดสินรอบน็อกเอาท์โดยกรรมการทั้งสามครั้ง ผู้ผ่านเข้ารอบคือผู้หญิง ที่มาคนเดียวทั้งสิ้น !?!
ผมไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าเราย้อนไปดูคนที่ชนะด้วยคะแนนโหวตสามทีมข้างต้น จะเห็นว่าไม่มีทีมไหนที่คาแรกเตอร์ "แข็งแรง" เพียงพอกับสินค้าที่เป็นแชมพูและโรลออน !!
แน่นอนว่าสินค้าทั้งสองจะเหมาะสมมากกว่าถ้าหากถูกสวมใส่ในผู้ชนะรายการที่เป็นผู้หญิง "มั่นใจ" ดังนั้นสามคนที่กรรมการก็ไม่มีทางออกนอกจากถวายตำแหน่งเข้ารอบชิงให้ผู้ที่มีคาแรกเตอร์เหมาะสมตามสินค้า ข้อกล่าวหานี้อาจจะเว่อร์ไปหน่อย แต่เนื่องจากการแข่งขันรอบรองยังมีอีกสามครั้ง ผมก็จะเปิดประเด็นนี้ทิ้งไว้นับแต่ตอนนี้ แล้วมารอดูกันว่าอีกสามเทปผลจะเป็นไง มันจะยังเป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้หรือไม่
เห็นหรือยังว่าการตลาดนำทุกสิ่งอย่าง แม้กระทั่งการบอกว่าใคร Talent !



2 comments:
คือพี่จะบอกว่าเอาผู้หญิงเข้าไปเยอะ ๆ เผื่อสักคนจะหลุดโหวตเข้าไปติด 1 ใน 3 แล้วจับมาเป็นพรีเซนเตอร์ไรงี้ปะ?
เพื่อสนับสนุนประเด็นนี้ น้องเบลควรจะได้ไปต่อ
Post a Comment