2011/09/04

แย่งกันซื้อมือถือ - แปลกตรงไหนที่เกิดเรื่อง ?


วันนี้ข่าวที่สาดกันเต็มสื่อออนไลน์ในไทยคงหนีไม่พ้นเรื่องโปรโมชั่นงาน dtac 3G Expo ที่สยามพารากอน ซึ่งให้สิทธิ์ 100 คนแรกซื้อ smartphone ในราคาลด 50% ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์รุ่นที่มีคนนิยมอย่าง iPhone 4, Galaxy S ฯลฯ รายละเอียดของข่าวแบบสรุปก็คือ dtac ให้สิทธิ์นี้กับ 100 คนแรกต่อวัน ซึ่งก็มีคนไปต่อคิวกันล่วงหน้าเป็นวันๆ แล้วเมื่อใกล้เวลานัดหมายของการเริ่มงาน คนก็กรูกันมามหาศาลระดับพันคนเป็นความวุ่นวายจน dtac และหน่วยรักษาความปลอดภัยห้างคุมไม่อยู่ ข้อเสนอ dtac เพื่อลดความตึงเครียดในบรรดาผู้ต่อคิวไม่เป็นผล จนสุดท้ายต้องยอมให้ส่วนลด 50% กับคนมาต่อคิวถึง 1,100 คน (ข่าวเต็มก็ช่วยๆ ไปอ่านที่เขียนไว้ที่ Blognone นะ)

ได้ยิน ได้ฟัง อ่านข่าว ภาพข่าวก็ออกทีวีหลายช่อง รู้สึกยังไงครับ หดหู่ สิ้นหวังกับประเทศนี้ คนในประเทศนี้ อยากด่า dtac อยากด่า Steve Jobs อยากด่า ฯลฯ ....  ???  ที่จริงผมกลับคิดว่าเรื่องนี้เป็นธรรมชาติที่มันต้องเกิดขึ้นมากเลย


ทำไมไม่หัดเข้าคิวกัน

โน้สอุดมมีวลีเด็ดที่ใช้ในการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนครั้งหนึ่งว่า Thailand Only ... วลีนี้กลายเป็นคำเสียดสีอะไรก็ได้ที่เป็นพฤติกรรมแบบคนไทยในภาพมายามาโดยตลอด เหตุการณ์นี้ก็ไม่พ้นที่ถูกเรียกว่า Thailand Only ซึ่งผมว่ามันโหดร้ายไปหน่อยที่จะตีเหมาว่าอะไรแบบนี้พบได้แค่ในเมืองไทย


คนไม่น้อยมีความรู้สึกดีและอิจฉาคนญี่ปุ่นในภาพข้างต้นมาก อารมณ์ว่าวุ่นวายแค่ไหนคนก็ยังมีวินัย พร้อมสำทับว่าประเทศไทยคงไม่มีทางเกิด แท้จริงแล้วปรากฏการณ์ดังกล่าวคนทั้งโลกเขาก็ทึ่งเช่นกันว่าเป็น Japan Only เพราะในภาวะที่ทุกคนต้องการเอาตัวรอด สัญชาตญาณดิบในมนุษย์จะขับออกมาให้คนทำอะไรที่ผิดแผนจากเดิม เชื่อได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้หากเกิดในประเทศใดในโลกก็จะไม่เห็นการเข้าคิวเช่นกัน แม้เป็นประเทศอารยะแค่ไหนเพราะคนไม่ได้โตมาแบบปลูกฝังวินัยเข้มข้นแบบญี่ปุ่น เช่นนั้นแล้วการคาดหวังว่าคนไทยจะมีวินัยได้แบบญี่ปุ่นในปีสองปี เป็นเรื่องที่เพ้อฝันลมแล้งมากทีเดียว

ในสภาวะปกติ อารยะประเทศไหนในโลกก็สามารถเข้าคิวได้ มีระเบียบได้ คนไทยก็สามารถเข้าคิวได้ มีกรณีตั้งเยอะแยะที่ทำให้เห็นว่าคนไทยก็เข้าคิวกันเป็น ปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงว่าคิวจะเกิดเป็นระบบได้หรือไม่ก็คือเหตุผลที่มาเข้าคิวมากกว่า

ส่วนต่างและค่าเสียเวลา

การเข้าคิวเพื่อทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ซักอย่างที่ต้องรอคอยนานๆ แบบกรณีการเข้าคิวซื้อโทรศัพท์นี้มีต้นทุนทั้งสิ้น ต้นทุนที่ว่าคือค่าเสียเวลาและมันต้องตอบแทนด้วยสิ่งที่ผู้ต่อคิวพึงพอใจเขาถึงมารอ กรณีแบบนี้อาจใช้อธิบายแบบเป็นตัวเลขไม่ได้เสมอไป เช่น บัตรคอนเสิร์ต X-Japan มีคนต่อคิวเป็นพันก็เพราะเขาอยากดูสิ่งที่เขารอคอยมานาน และเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะได้ดูในที่ๆ พอใจ การต่อแถวซื้อโดนัท Krispy Kreme ก็เช่นกัน การยืนรอเพื่อซื้อโดนัทกล่องราคาไม่ถึง 1,000 บาท เหตุผลที่จูงใจหลักก็คือความอยากลอง ไม่ใช่เพราะมันคุ้มราคา จึงเลือกยอมมาเสียเวลารอ แต่หลายครั้งเหตุผลที่คนเข้าคิวก็อธิบายได้ด้วยตัวเลขแบบมีเงิน

การต่อคิวแบบกรณีซื้อมือถือ dtac ตอบสนองได้ด้วยส่วนต่าง 1 หมื่นบาทโดยประมาณที่เป็นส่วนลด iPhone ซึ่งมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำทั้งเดือนของคนส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ถ้าหากสามารถเป็นผู้ที่ได้สิทธิ์นี้ก็เท่ากับผลประโยชน์ระดับหลายพันบาทมากองตรงหน้า เช่นนั้นจึงไม่แปลกที่นอกจากคนทั่วไปที่อยากได้ ก็ยังมีพ่อค้ามือถือที่หวังเก็งกำไร ตลอดจนใครก็ไม่รู้ที่เห็นประโยชน์แบบนี้เช่นกัน เขาก็แห่กันมาทั้งนั้น internet ไม่ทำให้สังคมเกิดเหตุการณ์ "ข้ารู้คนเดียว" อีกต่อไป เมื่อการซื้อไปสามารถขายต่อทำกำไรได้เห็นๆ มันก็ไม่ต่างกับการต่อคิวเอาใบจองคอนโดฯ บางโครงการ หรือล่าสุดก็คือการซื้อบัตรเดี่ยวไมโครโฟน 9.5 ที่เชียงใหม่ของโน้สอุดม คนที่ไหนไม่รู้ก็จะแห่กันมา โดยเห็นประโชน์เป็นตัวเงินตรงหน้าในการขายต่อ เพื่อนผมบางคนบอกว่าถ้าต้องไปแบบนี้ขอจ่ายเต็มก็ได้วะ ... นั่นคือเพราะส่วนต่างที่เกิดขึ้น แม้ในระดับนั้นคุณรู้สึกคุ้มที่จะจ่ายเพื่อไม่ต้องเบียดเสียด แต่คนอีกไม่น้อยก็ดันบอกว่าเบียดได้ ฉันยอม เรื่องพวกนี้บางทีไม่เป็นเขาเราก็ไม่เข้าใจหรอกครับ

ทีนี้เมื่อมีเงินในระดับหนึ่งเป็นตัวตั้ง จะแปลกอะไรที่คนจำนวนมากขอใช้กฎหมู่มารุม เพราะดีลนี้เดิมพันกันด้วยราคาสูงยิ่งนัก คุณอาจคิดว่านี่มันบ้านเมืองไร้อารยะชัดๆ มันก็จริงส่วนหนึ่ง แต่การลดราคาแบบถล่มทลายนี้ก็สามารถทำให้คนเห็นส่วนต่างแห่กันมา ดังที่คุณมักเห็นข่าวเหยียบล้มกันบาดเจ็บ เวลาห้างในเมืองนอกเซลล์แรงๆ กันสักทีหนึ่ง

บางทีผมก็รู้สึกว่าการที่คนไปต่อคิวคาดหวังว่าจะได้เห็นการจัดการอันสุดแสนมีระเบียบเรียบร้อย มีอารยะ ผู้คนมีน้ำใจ ยิ้มแย้ม ไม่แซงคิว มันเป็นอะไรที่สุดโต่งเกินไป โลกสวยเกินไป มันน่าจะรู้สึกได้ตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่เริ่มไปต่อคิวแล้วว่า "เหตุการณ์จะดำเนินไปทิศทางใด" ภาพความโกลาหลไม่ผิดไปจากที่น่าจะเกิดหรอกครับ เพราะอย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้าว่า มันมีผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เรื่องของเรารักเราชอบสิ่งเดียวกันจึงมารวมกัน ผมเคยไปต่อคิวซื้อของช่วยการกุศลงานหนึ่ง ของมีน้อยกว่าคนที่ไปต่อคิว แต่เจ้าหน้าที่ใช้คำพูดที่ว่า "พวกเราทุกคนก็มาเพื่อทำบุญช่วยเหลือคนอื่น อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ ทุกคนมาด้วยจิตใจที่ดีอยู่แล้ว" ... คุณว่าสถานการณ์ต่อคิวซื้อ iPhone มันพูดอะไรเพื่อเรียกสติคนแบบนี้ได้เหรอ "คนไทยรักกันนะคะ อย่าเบียดแย่งกันสิคะ ส่วนลดแค่หมื่นบาทเองอะไรนักหนา" ... เว้อออ

dtac ได้หรือเสีย

ในแง่เงิน dtac เสียแน่นอนเพราะสุดท้ายต้องเพิ่มโปรโมชั่นสนองคนที่มาโวยวาย ซึ่งคาดกันไว้ที่ 10 กว่าล้านบาท ส่วนที่บางคนคิดว่าเงินก้อนนี้จะวางแผนไว้อยู่แล้วว่ามีจ่ายแน่ๆ หรือไม่นั้นคงไม่สามารถไปล่วงรู้เขาได้ เอาว่านี่อาจเป็นเสียอันเดียวที่ผมนึกออก บางคนอาจงงว่า เสียอย่างอื่นก็มีอีกนินา ... ผมว่าที่คิดๆกันน่ะไม่เสียหรอก ได้ทั้งนั้น

ในแง่การรับรู้ ข่าวนี้ทำให้คนเห็นว่า dtac มีงาน มี 3G และร้ายยิ่งกว่าเพราะในพารากอนเอง True Move ก็จัดงานเช่นกัน แต่กลับไม่มีข่าวระดับนี้ หรือคิดให้แย่ยิ่งกว่าคือ การขายโทรศัพท์ผูกสัญญาของ dtac ทำให้คนอยากเป็นเจ้าของได้มากกว่า True Move มากแค่ไหนก็คิดดูเอา กรณีนี้คนคิดบวกควรมองว่า dtac ได้พิสูจน์แล้วว่า ถึงเวลาให้เลือก คนเขาเลือกใคร

ส่วนประเด็นที่ว่าคนจะเซ็งเคือง เลิกใช้ เปลี่ยนเบอร์ ผมมีข้อสรุปสำหรับกองแช่งที่หวังเห็นความฉิบหายว่า (1) คนไทยลืมง่าย (2) เราเคยมีกรณีเลิกใช้ AIS ด้วยเหตุผลทางการเมืองซึ่งร้ายแรงและควรได้ผลกว่านั้นเยอะ แต่เวลาผ่านไปคุณก็เห็นว่า AIS ไม่ได้เป็นอะไรเลย เติบโตขึ้นด้วยซ้ำ ตลาดให้บริการมือถือเป็นแบบกึ่งผูกขาด คุณหนีไปได้ไม่ไกลมาก สุดท้าย dtac ก็ต้องกลับมาเป็น choice ให้คุณอยู่ดี การโวยวายจะเลิกใช้ให้ได้นั้นยากที่จะทำให้สะเทือนได้ง่ายๆ เพราะจริงๆ คนที่ไปไม่น้อยไม่ได้ไปเพราะรัก dtac อยู่แล้ว แต่รักส่วนลดมากกว่า ผมมองว่าเหตุผลลึกๆ ที่ dtac ต้องยอมกฎหมู่นั้นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงความรุนแรงมากกว่า ใครจะรู้ เผาเอย พังกระจกเอยก็เคยมีมาแล้วนิหว่า ฉะนั้นใครที่คิดว่า dtac เสียหายภาพลักษณ์อย่างแรง จบแล้วจบกัน เจ๊งแน่เมอง อะไรแบบนี้ ... เสียใจด้วยนะ ....

บทเรียนสำคัญหลังจบงานนี้ คือการจัดงานเซลล์สินค้าที่คนมีความต้องการสูงในราคาที่เป็นส่วนลดแรงๆ คงต้องถูกทบทวนกันอย่างหนักเลยทีเดียว เพราะขึ้นชื่อว่าผลประโยชน์แล้ว อะไรก็ห้ามกันไม่ได้

6 comments:

Anonymous said...

มองทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ ทำไมไม่เขียนตั้งแต่วันศุกร์?

arjin said...

เรื่องพวกนี้มันเกินคาดเดาว่าจะเป็นอย่างไรครับ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แต่เมื่อมันเกิดมันก็ไม่ได้มีอะไรน่าแปลกใจว่าทำไมถึงเกิด เพราะมันมีกลไกพอที่จะอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้น

ถ้าคิดว่าบทความนี้เก่งหลังหวยออก ก็คงใช่ครับ

Anonymous said...

เห็นด้วยอย่างยิ่ง อะไรๆไร้อารยธรรมก็เอาไปเทียบกับประเทศอื่น ทั้งๆที่มันต่างสถานการณ์กัน เชื่อเลยว่า ถ้าที่ญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นที่มีการลดราคาขนาดนี้ เขาก็แย่งซื้อเหมือนกันล่ะน่า ลองไปถามเขาดูดิ่ น่าเบื่อมากที่ชอบเอาไทยไปเทียบกับญี่ปุ่น ปล.เราไม่ได้เป็นคนที่ไปต่อแถวรอซื้อไอโฟน แต่เบื่อกับการพูดเสียดสี เหอะ..

Teeraphab Laomettachit said...

วิเคราะห์ได้สุดยอดมาก

Dittaya said...
This comment has been removed by the author.
เกมสืมือถือ said...

เห็นด้วยค่ะ วิเคราะห์ได้สุดยอดมาก