2011/12/01

ไดโดมอนยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน

สืบเนื่องจากวันนี้ข่าวเก่าอายุสองเดือนว่าด้วยบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคเทคโอเวอร์ไดโดมอนก็เกิดมาส่งต่อกันเต็ม timeline สาเหตุเพราะข่าวนี้ถูกเอามาเขียนในหนังสือ Positioning โดยมีพาดหัวว่า "ไดโดม่อนเลิกทำปิ้ง-ย่าง" แน่นอนว่าอ่านแค่พาดหัวก็คงตกใจ อารมณ์ประหนึ่งตอนอวสานของร้านอาหารในวัยเด็กของใครหลายคนแถวนี้ แรกสุด ต้องบอกว่าข่าวเรื่อง PF เทกโอเวอร์ DAIDO นั้นไม่ใหม่เลย เป็นข่าวเก่าตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนแล้ว (กรุงเทพธุรกิจ) เพื่อให้เข้าใจสิ่งเกิดขึ้นก็ต้องมาลำดับเรื่องราวก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เรื่องนี้เริ่มจากเมื่อต้นเดือนกันยายน "บริษัท ไดโดมอน กรุ๊ป (มหาชน)" ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าที่ประชุมบริษัทมีมติให้จำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารของบริษัททั้งหมด ให้กับ "บริษัท ฮอท พอท จำกัด" ซึ่งสินทรัพย์ร้านอาหารนั้นประกอบด้วยร้านไดโดมอน อูมามิ ยาสุกิ และมิทาเกะ รวม 29 สาขา ซึ่งในรายละเอียดนั้นเป็นการขาย "ทุกอย่าง" ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ ครัวกลาง สำนักงาน คู่มือการทำงาน สูตรอาหารและซอส (แฮ่ ... ทีเด็ดเลยอันนี้) เรียกว่าขายหมดไม่มีเหลือไว้สักอย่าง โดยเจ้าของคนใหม่คือบริษัท ฮอทพอท ซึ่งมีตัวย่อที่คาดว่าจะใช้ในตลาดหลักทรัพย์คือ HOTPOT ที่เป็นบริษัทซึ่งดำเนินกิจการร้านบุฟเฟต์ชาบู Hot Pot นั่นเอง (อ่านข่าวเก่าจาก SIU)



ถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่า "บริษัท ไดโดมอน" ขาย "ร้านอาหารไดโดมอน" ออกไป แล้วบริษัทจะเหลืออะไรในมือ ซึ่งนั่นคือเรื่องที่ถัดมาว่าเมื่อไม่มีอะไรในมือแล้วบริษัทก็ได้เปิดโอกาสให้พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟคเข้ามาซื้อหุ้นครอบงำกิจการบริษัทไป โดยหลังจากนี้บริษัทไดโดมอนก็จะเปลี่ยนมาทำธุรกิจห้างคอมมูนิตี้มอลล์แทนตามที่บริษัทได้ประกาศไว้ นั่นคือการเปลี่ยนหมวดธุรกิจนั่นเอง ซึ่งเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ไดโดมอนก็คงยื่นเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนชื่อบริษัทต่อไป ถ้าถามว่าทำไมไดโดมอนไม่ออกไปตั้งบริษัทใหม่เอา ทำไมต้องเคลื่อนย้ายทุนแบบนี้ นั่นเพราะตัวไดโดมอนเองเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้วชื่อ DAIDO ถ้าหากไปตั้งบริษัทอสังหาฯตัวใหม่ก็ต้องมาทำเรื่องขอจดทะเบียนในตลาดหุ้นอีกครั้ง การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเปลี่ยนกิจการเอาแบบนี้สามารถทำให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อมได้เลย วิธีการแบบนี้เรียกว่า Backdoor Listing

กรณีศึกษา Backdoor Listing ในตลาดหุ้นไทยนั้นมีหลายกรณีมาก แต่ถ้ายกตัวอย่างที่ geek นิดๆ ก็คือบริษัทสยามทูยู (S2Y) ได้ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นแล้วเปลี่ยนจากธุรกิจเว็บไซต์มาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แทนในชื่อบริษัทว่าเอฟโวลูชั่นแคปปิตอล (E) (ข่าวเก่า [1] และ [2])

กลับมาพูดเรื่องร้านอาหารต่อ ทีนี้อนาคตของร้านปิ้งย่างแบรนด์ไดโดมอน ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของใหม่อย่าง Hot Pot ว่าจะเอาอย่างไร ถ้าอ้างจากเอกสารไฟลิ่งล่าสุดที่ฮอทพอทส่งให้กลต. สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ครับ
  • การซื้อไดโดมอนทำให้บริษัทมีไลน์สินค้าปิ้งย่าง นอกเหนือจากเดิมที่มีแต่ชาบูสุกี้
  • ร้านสาขาไดโดมอนที่ได้มานั้นจะทำไดโดมอนต่อไป 16 สาขา เปลี่ยนเป็นฮอทพอท 5 สาขา ที่เหลือไม่ต่อสัญญา
อย่างไรก็ตามเอกสารไม่ได้อธิบายว่าร้านไดโดมอนจะมีแผนขยายกิจการหรือปรับปรุงอะไรแต่อย่างใด รวมทั้งฮอทพอทก็ได้รับรู้ความเสี่ยงด้วยว่าที่ผ่านมาไดโดมอนนั้นเป็นธุรกิจที่ขาดทุน จึงต้องพิจารณาแผนการดำเนินงานต่อไปอย่างรอบคอบด้วย ถึงตรงนี้คงพอสรุปคร่าวๆ ได้ในตอนนี้ว่าร้านปิ้งย่างในตำนานของใครหลายคนก็ยังไม่ได้ปิดตัวลงแต่อย่างใดนะครับ ที่จริงรายละเอียดใน Positioning ก็อธิบายเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าไม่ได้ตามเรื่องนี้แต่ต้นก็อาจงงและเข้าได้ว่าไดโดมอนจะไม่มีอีกแล้ว งานนี้จึงต้องบอกว่าการอ่านข่าวแค่พาดหัวแล้วไปสรุปเอาเองนั้นก็ต้องระมัดระวังเช่นกันครับ

2 comments:

kohsija said...

ไม่ได้กินไดโดมอนนานมากๆแล้ว ไม่รู้บุฟเฟต์เดี๋ยวนี้เท่าไหร่ แต่ก่อนกิน 99 ซัดกันไม่จำกัดเวลา ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเจ๊ง -_-"

Chaimongkon Sinpaksa said...

เดี๋ยวนี้ประมาณ 219 บาทครับ แต่ปัญหาคือ look ของร้านมันสู้ร้านอื่นๆในระดับราคาเดียวกันไม่ได้
ประมาณว่าเข้าไปกินแล้วคนกินไม่ได้รู้สึกว่า เสริมสร้างภาพพจน์เท่าไหร่ ร้านเลยไปไม่ค่อยรอด

อีกอย่างคือ ในภาพของผู้บริโภคจะคิดว่า การต้มลวก มันดีต่อสุขภาพกว่าการย่าง เลยทำให้ภาพในใจลูกค้าเวลาเลือกกินจะยากกว่าพวกชาบู หรือ MK สุกี้