เข้าสู่โค้งสุดท้ายของมนุษย์เงินเดือนสำหรับการซื้ออะไรต่อมิอะไรเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งในปีนี้ก็จะว่าด้วย LTF ล้วนๆ ต่อไป ปีนี้ผมยังมีมุมมองสำหรับคนที่ไม่ชอบติดตามตลาดหุ้นตลาดทุนแบบเดิม แบบเดียวกับที่เขียนไว้ปีที่แล้ว
[วิธีซื้อ LTF ปี 2553] นั่นคือ ซื้อให้ได้ปริมาณไม่น้อยกว่าปีก่อนหน้า, ถ้าเชื่อว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาสูงมากแล้วและไปต่อไม่ไหว ให้ซื้อกองทุนที่มีการทำ hedging ซึ่งในที่นี้พูดชื่อได้เลยสองกองทุน คือกองทุน KSDLTF ของกสิกรไทย และ SCBLTS ของไทยพาณิชย์จะช่วยปกป้องเงินต้นได้ แต่ถ้าเชื่อว่ายังไปต่อได้อีก แนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้น Blue Chip เป็นหลักที่มีมากมายเต็มไปหมดเพื่อโอกาสทำกำไรเวลาตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น (ที่จริงกองทุน LTF แทบทั้งหมดมันก็ลง blue chip เป็นหลักแหละ น้อยกองมากที่ไม่เน้น blue chip)
SET ปีนี้กับปีที่แล้วมีดัชนีอยู่ในระดับเกินพันจุดและคนรู้สึกว่ามันแพงเหมือนกัน ซึ่งอนาคตก็ยังตอบไม่ได้เช่นเคยจึงแล้วแต่มุมมองของคุณๆ ปีนี้เลยขอนำเสนอ fact บางอย่างของกองทุน LTF ครับ เนื้อหาส่วนใหญ่ได้มาจากการตั้งข้อสังเกตของพี่
@TawinL ขอให้เครดิตมาในที่นี้
เม็ดเงินที่อยู่ใน LTF ทั้งระบบสิ้นสุดวันที่ 25 พฤศจิกายนมีมูลค่าถึง 127,000 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาดจากทั้งหมด 21 บริษัทจัดการกองทุนเป็นดังนี้ (ข้อมูลจาก
AIMC)