2012/09/11

Mega Trend กับการเลือกหุ้น โดยดร.นิเวศน์

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการสรุปจากบันทึกของ @helloneung ในงานบรรยายที่จัดโดยกิมเอ็งให้กับผู้จัดการกองทุนอีกทีนะครับ ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับผม

แค่เจอ Trend ไม่พอ ต้องเจอ Winner ด้วย
  • Mega Trend คือแนวโน้มใหญ่ที่ต้องดูกันระยะยาว อาจนานถึง 10 ปี ระหว่างทางอาจมีความผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจได้ แต่สุดท้ายจะกลับมาเติบโตได้รวดเร็วเพราะมีความแข็งแกร่งในตัวมัน
  • การลงทุนตาม Mega Trend ต้องเลือกธุรกิจที่เป็น The Winner เท่านั้น
  • ถ้าเทรนด์นั้นไม่มี Winner แท้จริง จะเกิดการแข่งขันไม่สิ้นสุด และอาจจบด้วยการเจ๊งกันหมด
  • ถ้าแข่งกันแล้วเหลือผู้ชนะไม่กี่ราย ผู้ชนะเหล่านั้นจะยึดครองตลาดไปและแข็งแกร่งจนรายใหม่ไม่สามารถเข้ามาได้อีกเลย คนที่ใหญ่ก็มีแต่ใหญ่ขึ้น กินรายเล็กไปเรื่อยๆ
  • ตัวอย่างที่ชัดเจนมากคือธุรกิจร้านหนังสือที่เหลือแค่รายใหญ่อย่าง ซีเอ็ด, นายอินทร์
  • เทรนด์ใหญ่หนึ่งที่ส่งเสริมตลาดทุนคือผู้สูงอายุมากขึ้น คนกลุ่มนี้จะมีเงินออมอยู่มาก ใช้เงินมากขึ้นและเลือกของแพงขึ้น
  • การเคลื่อนของโลกาภิวัฒน์ที่เร็วขึ้น ประเทศไหนประชากรเยอะจะได้ประโยชน์เพราะแรงงาน, เครื่องจักรจะวิ่งเข้าไปหา ประเทศเหล่านั้นก็ได้ know-how
  • ยุคนี้เป็นช่วงทองของ Asia อย่างแท้จริง ขนาดเพลงฮิตยังต้องกัมนัมสไตล์เลย
หุ้นค้าปลีก
  • สงครามกลุ่มค้าปลีก Modern Trade จบลงตั้งแต่ Big C เทคคาร์ฟูร์ไป ทำให้เหลือแค่สองรายใหญ่ในตลาด Big C กับ Tesco
  • วิธีโตของสองรายนี้จากนี้คือการกินแชร์จาก Traditional Trade แทน ไม่แข่งกันเอง
  • กลุ่มค้าปลีกเป็นหุ้นที่ถูกประเมินว่าแพง ก็ควรดูว่าการแพงนี้จะเป็นไปอีกยาวนานหรือแค่ชั่วคราว
  • กลุ่มค้าปลีกเป็นเรื่องของการบริโภคระดับทั่วไปในคนทุกกลุ่ม แต่ Market Cap. กลับต่ำกว่ากลุ่มพลังงาน
  • ต่อให้ใครได้ Family Mart มาทำต่อก็จะสู้เซเว่นฯ ไม่ได้ เพราะผู้นำนั้นแข็งแกร่งมากและรู้ปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จหมดแล้ว
กลุ่มธนาคาร
  • กลุ่มธนาคารเป็นเทรนด์ใหญ่ที่ดี เพราะคนออมเงินมากขึ้น ลงทุนมากขึ้น
  • ปัญหาใหญ่คือกลุ่มธนาคารนั้นไม่มี The Winner แท้จริง
กลุ่มท่องเที่ยว
  • เป็นเทรนด์ใหญ่ แต่คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมจะแข่งขันไม่สิ้นสุด
  • ยกตัวอย่างธุรกิจท่องเที่ยว การบิน ล้วนไม่มี Economy of Scale แบบค้าปลีกทำให้เกิดการแข่งขันสมบูรณ์ ยากที่จะเกิดผู้ชนะ
กลุ่มโรงพยาบาล
  • ราคาหุ้นตอนนี้แพงมาก
  • ธุรกิจนี้เป็นเทรนด์ดีแต่มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่าง สถานที่ จำนวนแพทย์ นโยบายรัฐบาล ซึ่งทำให้เกิด Economy of Scale ยาก
  • ความนิยมของคนไข้มักติดที่ชื่อหมอคนนั้นๆ มากกว่าชื่อโรงพยาบาล
อื่นๆ
  • ถ้าเล่นหุ้นเอาปันผล ให้เลือกตัวที่มีสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสดชัดเจนและเติบโตได้บ้าง (ยกตัวอย่าง MBK)
  • กลุ่มสื่อสารมีตัวขวางสำคัญคือจำนวนเลขหมายโทรศัพท์นั้นมากกว่าจำนวนประชากร โตต่ออีกได้ไม่มาก
  • Home Pro อาจจะโตช้ากว่าไทวัสดุ แต่ Home Pro เล่นตลาดบน มูลค่าเพิ่มสูง ส่วนไทวัสดุเล่นตลาดล่างที่การแข่งขันสูง
  • หุ้นดีและถูกหายากมากตอนนี้
  • ถ้า SET ไปถึง 1300 แบบไม่มีเหตุมีผลก็อยากขายเพื่อถือเงินสด
ก็ขอสรุปเพียงว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ฮี่ๆ

No comments: