2013/01/08

ช่อง 7 กับแผนสร้างรายการฮิตบน Social Network

ยุทธศาสตร์หนึ่งของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ปีนี้ที่น่าสนใจคือ การพยายามปรับภาพลักษณ์ให้เป็นสถานีของคนเมืองมากขึ้น (แน่นอนว่าภาพลักษณ์นี้ปัจจุบันเป็นของช่อง 3) ซึ่งประชาชาติธุรกิจสรุปแนวทางที่ช่อง 7 จะทำเอาไว้ดังนี้
  • คงนโยบายถ่ายละครไปฉายไป เพื่อให้เนื้อทันสถานการณ์
  • ย้ายสถานที่จัด 7 สีคอนเสิร์ตมาเป็น The Nine พระราม 9 (เดิมเซ็นทรัลพระราม 2)
  • เตรียมงบ 1,000 ล้านซื้อถ่ายทอดสดกีฬา
  • เพิ่มรายการเรียลลิตี้เป็นซีซั่น


วอลเล่ย์บอลหญิง โปรแกรมถ่ายทอดสดคนดูเยอะที่ช่อง 7 ถืออยู่ (ภาพ Facebook ทีวี 3 แฟนคลับ)

ที่มองว่าน่าสนใจเพราะโดยพื้นฐานแล้ว ช่อง 7 ยังมีเรทติ้งในภาพรวมสูงกว่าช่อง 3 อยู่มาก (แรงเงามีเรทติ้งแบบคิดทั่วประเทศน้อยกว่าป่านางเสือ แม้แต่ในตอนอวสาน) แต่เห็นได้ว่าช่อง 7 กำลังสนใจจะแก้ไขบางส่วนที่ช่องสู้ช่อง 3 ไม่ได้ ตรงนี้ค่อนข้างจำเป็นเพราะในอนาคตที่จะเป็นแพลตฟอร์มทีวีดิจิตอล ช่อง 3 และ 7 จะไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องสัญญาณออกอากาศ อีกทั้งสภาพสังคมที่มีการขยายความเป็นเมืองมากขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อเรทติ้งช่อง 7 ได้ ทีนี้ต้องมาดูกันแต่ละจุดที่ช่อง 7 อยากทำว่าเป็นอย่างไรบ้าง

อย่างแรกคือเรื่องละคร ผมเชื่อว่านโยบายถ่ายละครไปฉายไป ไม่น่าจะช่วยช่อง 7 ให้มีละครที่เอาใจคนเมืองได้กว่าเดิม หากแต่เป็นการรักษาจุดแข็งของช่องมากกว่า แต่เรื่องที่น่ากังวลของช่อง 7 ในซีกละครคือการเสียคุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ซึ่งตอนนี้ทำละครให้ช่อง 3 และ 5 ตลอดจนแนวโน้มว่าดาราตัวแม่เหล็กจะหนีออกจากช่องมากขึ้น

ประเด็นต่อมาคือการย้าย 7 สีคอนเสิร์ตมาอยู่ในเมืองมากขึ้น ก็น่าสนใจว่าเอาเข้าจริงแล้วรายการเพลงจะยังมีพลังอยู่หรือไม่ จะเห็นว่าช่องอื่นนั้นเลิกทำรายการคอนเสิร์ตถ่ายทอดสดกันหมดแล้ว เพราะตลาดเพลงเองก็เปลี่ยนรูปแบบไปมากด้วยเช่นกัน

ส่วนที่น่าสนใจคือสองกลยุทธ์หลังครับ กล่าวคือช่อง 7 เองประเมินว่าปีที่ผ่านมานั้นช่องเองไม่ค่อยมีรายการที่เป็นที่พูดถึงใน Social Network นัก (นึกถึงแรงเงากับ The Voice) แผนช่อง 7 ปีนี้จึงต้องการทำให้สถานีมีรายการที่คนในโลกออนไลน์พูดถึงมากขึ้น

ถามว่าการทำรายการที่เป็น viral ออนไลน์ถึงจำเป็น? ปัจจุบันในต่างประเทศตัดวัดผลความนิยมของรายการโทรทัศน์ตัวหนึ่งที่นิยมกันมากคือ เรทติ้งในโลกออนไลน์ เพราะมันช่วยสะท้อนปริมาณผู้ชมที่มี engagement กับเนื้อหารายการได้ชัดเจนเป็นตัวเลขมากกว่าระบบเรทติ้ง (ข่าว - Nielsen กำลังพัฒนาระบบวัดเรทติ้งทีวีร่วมกับ Twitter) ซึ่งเรื่องแบบนี้น่าจะเป็นประโยชน์ถูกใจสปอนเซอร์มากกว่า

ในส่วนของรายการกีฬานั้น ช่อง 7 ค่อนข้างถือไพ่เหนือกว่าช่องอื่นอยู่แล้ว เพราะมีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดวอลเล่ย์บอล และฟุตบอลที่ทีมชาติไทยลงแข่งอยู่ในมือ ก็เหลือเพียงใส่ยากระตุ้นให้โลกออนไลน์พูดถึงมากยิ่งขึ้นไปอีก


Dancing with the Stars Thailand เรียลลิตี้ซื้อลิขสิทธิ์ที่ช่อง 7 เลือกมาทำ

พอพูดถึงรายการประกวดเรียลลิตี้ น่าสนใจว่าช่วงที่ผ่านมาช่อง 7 นั้นไม่มีรายการแนวนี้ที่จัดว่าฮิตถล่มทลาย แบบที่ช่อง 3 มี Got Talent, The Voice หรือช่อง 9 มี The Star, AF โดยในช่วงครึ่งปีแรก ช่อง 7 เตรียมไว้สองรายการคือ
  • Dancing With the Star Thailand - รายการประกวดเต้นรำ ซื้อลิขสิทธิ์ต่างประเทศมาทำ ฉายทุกวันอังคาร 22:30
  • The Comedian Thailand - เรียลลิตี้หานักแสดงตลกหน้าใหม่ของเป็ด-โน้ต เชิญยิ้ม ทุกวันอาทิตย์ 16:30
ส่วนตัวรู้สึกว่าสองรายการนี้ไม่น่าจะฮิตมาก เหตุผลคือ Dancing มาดึกเกินไป รวมจริตคนไทยไม่นิยมรายการแนวแข่งด้านการเต้นถ้าดูจากอดีต (แต่ก็ไม่แน่ เพราะเชฟกระทะเหล็กฉายดึกก็ฮิต) ขณะที่ The Comedian นั้น ปัจจุบันมีการฉายเทปออดิชั่นในช่องของทรูวิชั่นส์ ถ้าใครได้ดูก็คงเข้าใจว่ามันไม่สนุก แต่เรื่องนี้ต้องรอดูกันไปครับ

ในซีกช่อง 3 นั้นหลังปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จกับรายการ viral มาก ปีนี้เลยเตรียมทั้ง The Voice Kids และ Masterchef Kids เพิ่มมาอีกสองรายการ ส่วนช่อง 9 ก็คงพึ่งบารมีเดอะดาวและเอเอฟต่อไปนั่นเอง

กระบวนการวัดผลรายการทีวีในโลกออนไลน์น่าจะรุนแรงขึ้นจากนี้ครับ

อ้างอิง - ประชาชาตธุรกิจ

1 comment:

Life of Ply said...

ถ้าให้ workpoint มาทำรายการล่ะครับ?