2013/03/26

เซอร์ไพรส์ใน The Star 9 ที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับ AF

ผมไม่ค่อยได้ตามดูรายการเรียลลิตี้ประกวดร้องเพลงเท่าไหร่ช่วงหลัง แต่ The Star 9 สัปดาห์ล่าสุดกลับมาเป็นประเด็นอีกรอบ เมื่อมีการประกาศว่าเกิดปัญหาระบบเสียงขัดข้องในห้องส่งระหว่างการแสดงของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งคือ บูรณ์ ส่งผลให้ 100 เสียงในห้องส่งไม่ได้ยินเสียง และส่งผลต่อคะแนน 10% ส่วนร้อยเสียงในห้องส่งส่วนนี้ของบูรณ์ออกมาต่ำ ขณะที่คนดูทางบ้านได้ยินเสียงตามปกติ กรรมการจึงตัดสินใจให้การแข่งขันสัปดาห์นี้เป็นโมฆะ และเอาคะแนนทั้งหมดยกไปรวมในสัปดาห์ถัดไป แล้วให้มีผู้ตกรอบสองคน

กรรมการได้อธิบายว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องคะแนนตรง 10% แต่ปัญหาของระบบเสียงในห้องส่ง ทำให้ผู้ร้องมีปัญหาในการร้องเพลงให้ดีด้วย ฉะนั้นต่อให้คนดูทางบ้านได้ยินเสียงตามปกติ มันก็เป็นเสียงที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ การตัดสินดังกล่าวเลยทำให้คนดูคิดว่านี่ไม่ควรนับเป็นเซอร์ไพรส์ แต่น่าจะเรียกว่าเตี๊ยมมากกว่า


ประเด็นที่ผมอยากบอกคือ The Star ดำเนินมา 9 ภาค และเพิ่งจะมีเหตุการณ์แนวหักมุม ไม่เป็นไปตามระบบครั้งนี้ ครั้งแรก ขณะที่ถ้าคุณติดตามรายการคล้ายๆ กันอย่าง Academy Fantasia หรือ AF คุณจะรู้ว่า รายการนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้

Nick D'Aloisio เด็กอายุ 17 ผู้ขายแอพ Summly ให้ Yahoo! ไป 900 ล้านบาท

เขียนเรื่องนี้ไว้ที่ Blognone แต่เห็นว่าเป็นเรื่องราวดีๆ (สำนวนแพนเค้ก) ก็ขอตัดแปะใน blog ตัวเองด้วยแล้วกัน

รู้จักกับ Nick D'Aloisio เด็กอายุน้อยหลายร้อยล้าน ผู้ขายแอพ Summly ให้ยาฮู 


ชื่อของ Nick D'Aloisio นักเรียนอังกฤษวัย 17 ปี น่าจะเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นจากนี้ หลังเขาได้ขายแอพ Summly กับให้กับยาฮู ด้วยมูลค่าอย่างไม่เป็นทางการราว 30 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 900 ล้านบาท! ความน่าสนใจคือแอพ Summly นั้นเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเท่านั้น และสตาร์ทอัพของเขาก็มีพนักงานตอนนี้รวมถึง 5 คน นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

D'Aloisio ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่าไอเดียของ Summly เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ระหว่างที่เขาอ่านหนังสือสอบวิชาประวัติศาสตร์ และต้องกูเกิลหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงพบว่าข้อมูลนั้นอยู่กระจัดกระจายและไม่มีเนื้อหาสรุปรวบยอด จึงคิดว่าน่าจะมีแอพสักตัวที่สามารถสรุปใจความสำคัญ โดยขนาดเนื้อหานั้นพอดีกับหน้าจอสมาร์ทโฟนได้

2013/03/25

ร้านโคราช ปันกัน - CSR ดีๆ ของมูลนิธิชุมชนโคราช

ปันกันเป็น project ของมูลนิธิยุวพัฒน์โดยกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ซึ่งมีแนวคิดคือการขอรับบริจาคสินค้าที่ไม่ใช่แล้ว เอามาขายเพื่อนำกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายไปบริจาคเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชน ในโคราชก็เลยมีแนวคิดนำรูปแบบของร้านปันกันนี้มาทำด้วยเช่นกัน โดยเริ่มดำเนินการไปเมื่อเดือนก่อนที่เดอะมอลล์ นครราชสีมาในชื่อ โคราช ปันกัน ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกต่อครับ

2013/03/22

ก๋วยเตี๋ยวหมูป้าทุเรียน - ก๋วยเตี๋ยวคิวยาว สามสาขาในโคราช

วนไปวนมากับร้านอาหารในโคราชรอบนี้ ถ้าอยู่โคราชหลายคนก็คงรู้จักกันเพราะร้านเค้าฮิตจริง เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำที่ขายตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปแถมคนเยอะทุกที นั่นคือร้าน ก๋วยเตี๋ยวหมูป้าทุเรียน ครับ


ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูป้าทุเรียนมี 3 สาขาในตัวเมือง ซึ่งเป็นในวงญาติช่วยกันดูแล มีสาขาสี่แยกวัดม่วง สาขาถนนช้างเผือก และสาขาหน้าธนาคารกสิกรไทย ถนนมิตรภาพ ในทุกคืนที่ร้านตั้งแผงขายก็จะเห็นคนนั่งเรียง ทั้งกิน ทั้งรอ ยืนสั่งกลับบ้าน ถ้าเป็นสาขาสี่แยกตลาดแม่กิมเฮงก็แบบนี้


ภาพลักษณ์ของหุ้น กับโครงสร้างรายได้แท้จริง


วันก่อนมิตรสหายท่านหนึ่งแชร์ status คนๆ หนึ่งซึ่งเขาบอกว่าเขาเลือกซื้อหุ้นบ้านปูเพราะเขาบอกว่าพื้นฐานดี ส่วนตัวก็รู้สึกว่าการทำค้าขายอาหารทะเลปู กุ้ง ก็น่าจะพื้นฐานดีจริงเพราะคนต้องกินอาหารกันอยู่แล้วทุกวัน

...แต่ เฮ้ย เดี๋ยว ช้าก่อน... จริงๆ บริษัทบ้านปูทำเหมืองถ่านหิน !!

ผมยังคิดว่านี่น่าจะเป็นแค่มุขตลกมากกว่า แต่ถ้าจริงก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะในตลาดหุ้นมีเรื่องเข้าใจผิดแบบนี้อยู่เสมอ หลายครั้งตลาดเอาภาพรู้จำจากแบรนด์สินค้า หรือติดที่ตัวชื่อมาตัดสินว่าหุ้นนี้น่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าคุณเป็นคนพยายามเดากระแสตลาดนั่นก็เป็นวิธีของคุณ แต่ในแง่พื้นฐานแล้วคุณต้องระวังเรื่องพวกนี้ให้มาก เพราะหากเข้าใจผิดจะส่งผลต่อการประเมินอะไรหลายอย่างเลยทีเดียว

เหล่านี้เป็นตัวอย่างของหุ้นในตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่มักเกิดความเข้าใจผิดกับโครงสร้างรายได้แท้จริงครับ


TVO บ.น้ำมันพืชไทย



สินค้าตัวเด่นที่คนรู้จักของบริษัทนี้คือน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น แต่เอาเข้าจริง รายได้หลักของบริษัทเกือบ 60% มาจากการขายกากถั่วเหลือง หรือ Soybean Meal ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้หลังกระบวนการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง สินค้าตัวนี้ก็มียี่ห้อเช่นเดียวกันคือ ทีวีโอไฮโพรมิล แต่ลูกค้าเป็นกลุ่มฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TVO จึงถูกผูกกับราคา Soybean Meal ในตลาดโลกนั่นเอง

2013/03/15

หา RSS Reader แทน Google Reader

ผมก็เป็นอีกคนที่เดือดร้อนจากการปิดตัวของ Google Reader แต่ก็ต้องยอมรับว่าการอ่านข่าวแบบ RSS Feed ได้รับความนิยมน้อยลง เพราะเป็นอะไรที่ใช้แรงและรกสายตามาก เช่นวันนี้ Feed IT วันนี้เกิน 80% จะไม่มีอะไรมากไปกว่า Galaxy S4 ขณะที่ถ้าเราใช้ Reader แนว Social มันจะกรองและตัดเรื่องซ้ำๆ ออกไปให้ซึ่งดีกว่าเยอะ แต่อีกมิติหนึ่งผมก็ยังคิดว่า RSS ยังจำเป็นอยู่

ฉะนั้นต้องหา Reader ตัวอื่น

ผมเคยใช้ RSS Reader มาหลายแบบ และจากที่ลองมาได้ข้อสรุปว่าก็ต้องการแบบ Web-Based เท่านั้น ซึ่งที่เคยใช้ก็มีแค่ Bloglines (มันยังอยู่แต่เปลี่ยนไปเยอะ) กับ Google Reader จึงไม่มีทางเลือกนอกจากหาตัวอื่นมาลอง โชคดีที่ LifeHacker เขียนสรุปทางเลือกมาให้ ก็จดเอาไว้หน่อยแล้วกัน
  • netvibes - หน้าตาใกล้เคียง Reader เดิมที่สุด
  • NewsBlur - คนหนีมาใช้เยอะ ตอนนี้เก็บตังค์แล้ว (กำ)
  • Feedly - จริงๆ เป็นแอพสไตล์ Newspaper like แต่ล่าสุดเพิ่งประกาศเพิ่ม interface โหมด "คล้าย Google Reader" เพื่อเรียกลูกค้า ก็น่าสนใจดี
อีกตัวที่เพิ่มประกาศคือ Digg แต่คงต้องรอไปก่อน นาทีนี้ดูแล้วคงจบที่ Feedly


2013/03/12

Annyeong (อันยอง) ปิ้งย่างเกาหลี ร้านใหม่ที่โคราช

เทรนด์ร้านอาหารเปิดใหม่ในโคราชช่วงนี้ นอกเหนือจากร้านอาหารญี่ปุ่นไว้รองรับบรรดาโรงงานในนิคมฯ ตอนนี้ยังมีร้านอาหารเกาหลีมาเปิดด้วย เลยมีอีกร้านมาแนะนำซึ่งเพิ่งเปิดไม่กี่วันเลย ชื่อร้าน Annyeong (อ่านว่า อันยอง)


ร้านอันยองจะเน้นขายเนื้อย่าง ทำให้การออกแบบร้านเลยเน้นไปที่เตาย่างเป็นหลัก ถ้าใครคุ้นกับร้านอาหารเกาหลีในกรุงเทพฯ ก็คงไม่แปลกอะไร สำหรับร้านอื่นในโคราชที่มีเตาแบบหลุมตอนนี้ที่นึกออกก็มี ฮิดามาริ กับ บูตะแอนด์กิวครับ เนื่องจากวันที่ไปร้านเพิ่งเปิดใหม่กิ๊ก ฉะนั้นอะไรก็ยังไม่เรียบร้อยดีนัก เมนูยังไม่ได้พิมพ์ ทางร้านให้ดูเมนูผ่าน Samsung 500T ซึ่งเป็นแท็บเล็ต Windows 8 แบบถอดชิ้นส่วนได้ (นานๆ จะเจอร้านที่ใช้ Windows 8 แท็บเล็ตน่ะ)


อย่างที่บอกว่าร้านเขาเพิ่งเปิด เมนูที่แสดงก็ยังไม่มีทุกรายการ ว่าแล้วก็สั่งเท่าที่เขาจะมีดูครับ จุดเด่นของร้านนี้ที่ต่างจากร้านอื่นในโคราชคือมีผักยำให้ทาน 4-5 อย่างและเติมได้ไม่อั้นด้วย โอเคล่ะ ถ้าเป็นร้านที่กรุงเทพฯ มันก็เรื่องปกตินะ แต่ที่นี่ก็ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

2013/03/11

แก้ปัญหา Picasa Web redirect ไป Google+

ระยะหลังผมฝากรูปไว้ที่ Picasa Web เป็นตัวหลัก เนื่องจากการจัดการรูปภาพของมันทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Instant Upload ของ Google+ ได้ แต่เนื่องจากการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน Google เลยเริ่มปฏิบัติการหักดิบเตรียมปลด Picasa โดยผู้ใช้ Picasa ที่มีบัญชี Google+ เมื่อเข้า picasaweb.google.com จะถูก redirect ไปที่หน้า Photos ของ Google+ ทันที

ปัญหาของผมคือ UI Photos ใน Google+ ช่างแตกต่างจาก Picasa แบบฟ้าเหว โดยเฉพาะการจัดกลุ่มรูปภาพและการ embed ซึ่งก็มีคนเห็นว่าเป็นปัญหาเหมือนกันเลยหาทางออกไว้

โดยวิธีการสั่งให้ Picasa ไม่ redirect คือพิมพ์ url http://picasaweb.google.com/lh/myphotos?noredirect=1 ซึ่งคุกกี้จะฝังไว้ที่เครื่องสำหรับการเข้าครั้งต่อไปด้วย เพียงเท่านี้เราก็จะยังคงใช้ Picasa ได้เหมือนเดิม

ปัญหานี้จะไม่รวมถึงกลุ่ม user ที่บัญชี Picasa ไม่ได้ผูกกับ Google+ ครับ กรณีนั้นจะยังได้ Picasa เป็นตัวหลักต่อไป



สรุป Opp Day OFM Q4/2012


1. การเปลี่ยนแปลงในปี 2012 ที่ผ่านมา

  • กลุ่มจิราธิวัฒน์เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 75% (ตัวเลขล่าสุดเหลือ 65.9% หลังขายบิ๊กลอต) และตระกูลอุ่นใจของผู้ก่อตั้งถือหุ้น 15.81% (ตอนนี้เหลือ 11.86%)
  • โอน 2 กิจการของเซ็นทรัลค้าปลีกคือ ออฟฟิศดีโป้ และบีทูเอส เข้ามาเป็นบริษัทลูก
  • หน้าร้านออฟฟิศดีโป้ทั้งหมด จะทยอยเปลี่ยนเป็นร้านออฟฟิศเมท
  • ย้ายหมวดธุรกิจจาก MAI มาเป็น SET กลุ่มพาณิชย์
  • เนื่องจากบริษัทลูก 2 ตัว ออฟฟิศดีโป้ และบีทูเอส ขนาดธุรกิจใหญ่กว่าออฟฟิศเมทมาก งบการเงินปี 2555 จึงต้องรายงานรายได้บริษัทลูกเป็นตัวหลัก และบริษัทแม่เป็นตัวรอง

2. สิ่งที่จะเกิดหลังการควบรวม

  • โครงสร้างธุรกิจมี 3 ส่วนคือ ขายอุปกรณ์สำนักงาน (Office Supplies), ร้าน B2S และธุรกิจขายสินค้าออนไลน์
  • ร้านค้าออนไลน์เดิม TrendyDay.com จะเปลี่ยนชื่อเป็น Central อะไรสักอย่าง เพื่อสะท้อนความเป็นร้านออนไลน์ของเซ็นทรัลกรุ๊ป (CRC) มากขึ้นในเดือนพฤษภาคม
  • ทั้ง 3 ส่วนธุรกิจจะใช้ทรัพยากร Logistics, IT และ CRM ของกลุ่มเซ็นทรัล The 1 Card ร่วมกัน
  • ธุรกิจในเครือเซ็นทรัล เช่น Tops, Power Buy, Supersport จะใช้ช่องทางจำหน่ายออนไลน์ผ่านร้านออนไลน์ตัวใหม่ของออฟฟิศเมท
  • ขยายคลังสินค้า Office Supplies จากเดิม 7,200 ตร.ม. เป็น 15,000 ตร.ม.
  • คลังสินค้าออนไลน์ยังสรุปกับเซ็นทรัลไม่เสร็จ

จาก #Wyne ถึง #ChillChaam และราคาหุ้นแสนสิริ

เมื่อวันก่อนมีดราม่าขนาดย่อมใน Twitter ว่าด้วยเรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการคอนโดใหม่ของแสนสิริ ซึ่งก็เป็นเรื่องเดิมๆ คือวิธีการใช้ hashtag #ChillChaam ที่ทำให้หลายคนหงุดหงิดรกสายตาว่ากันไป

เนื่องจากประสบสภาวะนี้มาหลายรอบจนคิดว่า ไม่ชอบก็ mute ไม่ชอบก็ unfollow หรือทนไปก็คงเป็นแบบนั้น เพราะสุดท้ายวิธีการนี้จะให้คุณให้โทษ ก็เป็นเรื่องของแบรนด์กับทีมวางแผนเขาไปวัดกันหลังจากนั้น ถ้ามันดีได้ผล เขาก็ต้องเลือกทำต่อ ไม่ดีเขาก็ต้องหาวิธีอื่น ก็แค่นั้น

ถ้านึกย้อนไปหลายปีก่อน แสนสิริก็เคยใช้มุขแท็กแบบนี้ตอน #Wyne (อ่านย้อนหลังที่ mk เคยเขียน) และอีกหลายต่อหลายครั้ง มีคนเคยถามว่ามันได้ผลเหรอ มันไม่สิ้นเปลืองเงินเหรอ ตกลงได้อะไรจากแคมเปญนี้ แบรนด์จะมีผลทางลบไหม ผู้บริโภคจะเกลียดรึเปล่า ฯลฯ ในมิติของผลลัพธ์ระดับโครงการนั้นเราอาจจะวัดยาก แต่ถ้าแทนที่จะเอาเวลาบ่นอันนี้ไปซื้อหุ้นแสนสิริ (SIRI) เพื่อทำการทดสอบแทน นับตั้งแต่เรื่อง #Wyne มาจนถึง #ChillChaam นี่คือผลลัพธ์


เบ็ดเสร็จได้กำไรประมาณ 300% ในระยะเวลา 2 ปีครึ่งเท่านั้น อันนี้อาจไม่ตอบคำถามเรื่องผลลัพธ์แคมเปญออนไลน์โดยตรง แต่ช่วยตอบได้ว่า อย่างน้อยยุทธศาสตร์ที่บริษัทเลือกทำมันก็ส่งผล (มากน้อยอีกเรื่อง) ออกมาได้ที่ราคาหุ้น ซึ่งจุดนี้เราสามารถพลิกเรื่องที่ขัดใจให้เป็นโอกาสที่เราเข้ามามีส่วนร่วมแบบมีผลประโยชน์เป็นตัวเงินได้ด้วยครับ


2013/03/07

ผัดไทยรสทิพย์ - ร้านผัดไทยคิวยาวในโคราช

แนะนำร้านคิวยาวอีกร้านในโคราช ชื่อร้านผัดไทยรสทิพย์ ตัวร้านนั้นเรียบง่ายมาก คือเป็นเพิงอยู่ริมถนนครับ เปิดขายแทบทุกวันตอนเย็น และที่เห็นก็คือคนยืนรอ ... รอหาโต๊ะนั่ง!

อสังหาริมทรัพย์ฟองสบู่ จะรู้ได้อย่างไร

ช่วงนี้เราเห็นการเปิดตัวโครงการ บ้าน-คอนโด กันค่อนข้างมาก และใบจองหลายโครงการก็ต่อคิวกันข้ามวัน มีการนำไปขายต่อได้กำไรกันเป็นเท่าๆ ตัว อสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดก็คึกคัก ที่ดินราคาพุ่งหลายเท่า แม้แต่บริษัทพัฒนาแบรนด์ใหญ่ก็ปักธงลงต่างจังหวัดกัน พอร้อนแรงแบบนี้มันก็เลยเป็นปกติที่จะมีคนคิดว่านี่เราอยู่ในภาวะฟองสบู่รึเปล่า

เหตุผลหนึ่งที่จะมีคนคิด ก็น่าจะเพราะหลอนตอนวิกฤตเศรษฐกิจไทยปี 2540 ซึ่งตอนนั้นว่ากันว่าอสังหาริมทรัพย์ฟองสบู่ กล่าวคือไม่มีใครซื้ออยู่ ซื้อเพื่อการพาณิชย์เลย มีแต่คนสร้าง ขาย ซื้อ เก็งกำไร เต็มไปหมด

เนื่องจากไม่รู้เรื่องอะไรเลยตอน 2540 ก็ต้องอาศัยความเห็นของผู้มีประสบการณ์อธิบายลักษณะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ดู

2013/03/06

ปัญหา BusinessWeek ภาษาไทย กับสัญญาณแปลกๆ ในการสมัครสมาชิก

เห็นประเด็นเดือดเรื่อง BusinessWeek ฉบับภาษาไทย ประกาศปิดตัว แล้วจับมัดมือเปลี่ยนหัวนิตยสารที่ส่งให้ เท่านั้นยังไม่พอ มีประกาศยกเลิกสมาชิกภาพบางส่วนอีก มาเป็นคอมโบ) ก็เลยอยากออกความเห็นมุมมองตนเองหน่อย (เรื่องเริ่มต้นอ่านที่ blog @FordAntiTrust)

ต้องบอกว่าธุรกิจนิตยสารในไทยนั้นอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากมาก ฉบับพิมพ์เล่มเดี๋ยวนี้แม้กระทั่งหัวใหญ่ค่ายยักษ์ยังต้องลดจำนวนพิมพ์อยู่เรื่อยๆ แต่พูดดังไม่ได้เพราะไม่งั้นไม่มีตัวเลขหลอกไปใช้เวลาขายโฆษณา (ฮา) ที่แย่กว่าคือแม้มีทางออกคือไปขายในรูปอีบุ๊ค แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างรายได้ทดแทนได้ชัดเจนนัก และ BusinessWeek Thailand ก็ตกในชะตากรรมเดียวกันจนต้องประกาศปิดตัว

แต่เรื่องนี้มันมีอะไรๆ อยู่บ้าง

new head of BusinessWeek

2013/03/05

10 อันดับหุ้น "ราคา" แพง ของตลาดหุ้นไทย

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยถือว่าร้อนแรงมาก และมีการออกคำเตือนว่าหุ้นไทยหลายตัว "แพงเกินไป" โดยใช้สูตรคำนวณว่าเพราะมันมี P/E Ratio เกิน 40 เท่า ซึ่งตรงนี้อาจจะจริงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น เพราะ P/E Ratio ที่สูงไม่ได้แปลว่ามันจะแพงเสมอไป หากแต่อาจมีความคาดหวังในการเติบโตของกิจการที่สูงมาก ซึ่งถ้าบริษัทสามารถเติบโตได้จริงก็ทำให้ตัวหาร E เพิ่มสูงขึ้นมากและ P/E ก็ปรับลดลงกลายเป็นหุ้นไม่แพงตาม logic นั้นเอง

ที่น่าคิดกว่าคือหุ้นขาดทุนเรื้อรังซึ่งตัว E ติดลบ จึงไม่สามารถหา P/E ได้ ก็ต้องถามว่าราคาหุ้นที่ซื้อขายกันตอนนี้ที่ P/E ติดลบอยู่มีความคาดหวังคืออะไร แสดงว่าหวังให้มัน turnaround ใช่ไหม และมันจะเป็นจริงหรือเปล่า กลุ่มนี้สิที่ผมว่าน่ากลัวที่จะคาดเดามากกว่า

ตอนที่ผมเรียนอยู่คลาสหนึ่ง อาจารย์ท่านว่าแม้เราจะเข้าใจในทางทฤษฎีแล้วว่า หุ้นถูก-แพง มันอยู่ที่อัตราส่วนของราคาต่อหุ้นเทียบกับกำไรต่อหุ้น แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังยึดติดที่ "ตัวเลขราคา" ซึ่งเป็นเรื่องของจิตวิทยาเล็กๆ ที่ปรึกษาทางการเงินไม่น้อยก็เชื่อว่าราคาหุ้นที่ดึงดูดนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยควรอยู่ในราคาราว "3 หุ้น 10 บาท" ซึ่งดูดี ไม่ถูกไม่แพงเกินไป ถ้าราคาต่อหุ้นแพงขึ้นกว่านั้นเยอะก็ใช้วิธีลดพาร์ ปันผลหุ้น ฯลฯ เพื่อปรับราคาให้ลดลงก็ว่ากันไป เป็นต้น

อย่างไรก็ตามหุ้นหลายบริษัทก็มีความเชื่อว่าควรปล่อยให้มันแพงไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะเงื่อนไขการซื้อขายหุ้นที่กำหนดขั้นต่ำ 100 หุ้น (หรือ 50 หุ้นถ้าราคาหุ้นเกิน 500 บาทนาน 6 เดือน) ช่วยทำให้หุ้นที่ราคาแพงมากนั้นปลอดภัยจากการเจอ "ตัวป่วน" เข้ามาพยายามสร้างราคา แต่ทั้งนี้เรื่องนี้ก็ไม่ได้จริงไปทั้งหมดเช่นกัน ก็ควรระมัดระวังด้วยครับ

ว่าแล้วมาดู 10 อันดับหุ้นในตลาดหุ้นไทย ที่มี "ราคาต่อหุ้นแพง" กันดู ที่จริงแล้วข้อมูลนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรในการลงทุนนัก แต่เหตุผลคือเขียนบันทึกเอาไว้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อดูครบแล้วคุณจะพบว่า ไม่ได้มีแค่ ปตท. หรือบ้านปู หรอกนะที่แพง (ใช้ราคาปิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2556)

2013/03/04

ที่มาของชื่อร้านขนมโอชินโคราช (blog ภาคต่อ)

สืบเนื่องจาก blog ตอนที่แล้วเรื่อง ร้านขนมโอชินโคราช ถูกแชร์ออกไปพอสมควรจนทางร้านโอชินเข้ามาอธิบายที่มาและประวัติของร้านคร่าวๆ อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดี เลยขอเอาจดเก็บไว้เผื่อใครอยากอ้างอิงถึงในอนาคต (ขนาดนั้น!)

ที่มาของขนมโอชินเพราะว่า....มาขายหลังจากหนังสงครามชีวิตโอชินจบพอดีอะจ๊ะ ป้าแกก่อนจะมาขายขนมนี้ป้าอยู่กรุงเทพหอบลูกมา 2คนไม่รู้จะทำอะไรตกงานเลยคิดว่าจะขายของแต่ขายอะไรทำอะไรก็เจ๊งเช่นขายกล้วยแขก ขายน้ำเต้าหู้ ขายข้าวต้มเจ้งขายปาท่องโก๋ทุกอย่าง...นั่งคิดหนักกำลังเพี้ยนเลยคิดเล่นๆว่าลองเอาแป้งปาท่องโก๋มาผสมกับแป้งกระหรี่ปัพซิว่าจะเกิดอะไร ผสมเล่นอยู่นานเททิ้งไปหลายโลหลายวัน จนแทบจะถอดใจเลยยยย(สามีด่าทุกวัน)...เหมือนสวรรค์สงสารเพราะเริ่มไม่มีเงินแล้วกินก็กินข้าววัดจึงทำให้สำเร็จจนได้ พอมาเริ่มขายก็ไม่มีคนรู้จักได้แต่ขอร้องให้ช่วยซื้อหน่อยนะ...ช่วยซื้อหน่อยนะมือก็กวักปากก็พูด(มีแต่คำพูดว่ากินไม่เป็นแปลกๆขนมสามเหลี่ยมขนมกลมๆ) ตอนแรกป้าตั้งชื่อว่าขนมสามเหลี่ยมกับขนมกลมๆ กว่าจะขาย พอดีวันหนึ่งชื่อขนมโอชินก็มาวันนั้น คุณพ่อของร้านก๋วยเตี๋ยวดุ๊ดดิ๊กท่านผ่านมาเห็นก็รู้สึกแปลกใจว่าเอ๋นี่มันขายอะไรข้างถนนหน้าวัดหนองบัวรองวะ มองดูด้วยความสงสารเพราะด้านหลังแบกลูกสาวไว้ 1คนแล้วยังขายของด้วย ท่านเลยลงมาช่วยซื้อกินแล้วถามว่าขนมอะไร ป้าเจ้าของร้านเลยบอกว่าขนมสามเหลี่ยมทอดกับขนมกลมๆ ท่านหัวเราะขนมอะไรสามเหลี่ยมชื่อทะลึ่งพิกลสามเหลื่ยมเหมือน...(เซนเซอร์) ตั้งชื่อแบบนี้แล้วใครจะกินละเอ๋ยแค่ฟังชื่อก็หนีแล้ว5555 เอางี้ชื่อเดี๋ยวตั้งชื่อให้จะได้ขายดีๆ อืม...โอชินแล้วกันดูสู้ชีวิตดีแบบหนังสงครามชีวิตโอชินหน้าตาเราก็ดูออกเป็นญีปุ่นอยู่แถมแบกลูกไว้ข้างหลังด้วยลำบากดีเพื่อแก่ไปจะได้สบายแบบโอชินในหนัง โอเคใหมชื่อ"ขนมโอชิน" ป้าแกก็เลยดีใจที่มีคนช่วยคิดชื่อให้เลยตอบออกไปว่า...ค่ะ ขนมโอชินมาแล้วจ้า นี้ละคับประวัติความเป็นมาของขนมโอชินที่ใครๆบอกว่าคล้าย อิ๋วก้วยบ้างคล้ายซาโมซ่าบ้าง อี๋ก้วยบ้าง แต่ผมขอเถอะนะคับว่านี้เป็นสูตรที่คุณแม่ผมได้ปรุงแต่งเอง อยากให้เกรียติกับคุณแม่ผมหน่อยว่าท่านเป็นคนที่คิดเอง...ขอบคุณคับ
... นับว่าเป็นตำนานอีกเรื่องในเมืองโคราชเลยนะเนี่ย