2013/03/26

Nick D'Aloisio เด็กอายุ 17 ผู้ขายแอพ Summly ให้ Yahoo! ไป 900 ล้านบาท

เขียนเรื่องนี้ไว้ที่ Blognone แต่เห็นว่าเป็นเรื่องราวดีๆ (สำนวนแพนเค้ก) ก็ขอตัดแปะใน blog ตัวเองด้วยแล้วกัน

รู้จักกับ Nick D'Aloisio เด็กอายุน้อยหลายร้อยล้าน ผู้ขายแอพ Summly ให้ยาฮู 


ชื่อของ Nick D'Aloisio นักเรียนอังกฤษวัย 17 ปี น่าจะเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นจากนี้ หลังเขาได้ขายแอพ Summly กับให้กับยาฮู ด้วยมูลค่าอย่างไม่เป็นทางการราว 30 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 900 ล้านบาท! ความน่าสนใจคือแอพ Summly นั้นเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเท่านั้น และสตาร์ทอัพของเขาก็มีพนักงานตอนนี้รวมถึง 5 คน นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

D'Aloisio ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่าไอเดียของ Summly เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ระหว่างที่เขาอ่านหนังสือสอบวิชาประวัติศาสตร์ และต้องกูเกิลหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงพบว่าข้อมูลนั้นอยู่กระจัดกระจายและไม่มีเนื้อหาสรุปรวบยอด จึงคิดว่าน่าจะมีแอพสักตัวที่สามารถสรุปใจความสำคัญ โดยขนาดเนื้อหานั้นพอดีกับหน้าจอสมาร์ทโฟนได้

เขาพัฒนา Trimit ขึ้นมาเป็นแอพรุ่นแรก โดยสร้างอัลกอริทึมตัดเนื้อหาไม่ให้ยาวเกิน 400 ตัวอักษร จากจุดนี้ทำให้เขาได้ทุนสนับสนุน 250,000 ดอลลาร์จากมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง Li Ka-shing และทำให้เขาได้ทุนเพิ่มเติมจากผู้สนับสนุนที่มีชื่อเสียงทั้งดารา Ashton Kutcher, ศิลปิน Yoko Ono ภรรยาของ John Lennon ไปจนถึงเจ้าพ่อสื่อ Rupert Murdoch


D'Aloisio บอกว่าถ้าคุณมีไอเดียที่ดี หรือค้นพบช่องว่างในตลาด ก็ขอให้ลงมือทำมันเลย เพราะมีนักลงทุนทั่วโลกที่พร้อมสนับสนุนความคิดเหล่านี้ ซึ่งก็เหมือน Summly ที่เขาได้รับความคิดดีๆ จากผู้ให้ทุน และมันก็ประสบความสำเร็จในที่สุด ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่าล้านครั้งบน App Store เขายังบอกว่านอกเหนือจากเงินทุนสนับสนุนที่ดีแล้ว ทางบ้านและโรงเรียนก็ยังมีส่วนช่วยในการสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำอยู่เช่นกัน

ที่ผ่านมาเขาต้องเจรจาข้อตกลงกับสื่อราว 250 เว็บไซต์ ซึ่งเขาต้องคอยอธิบายว่า Summly ช่วยเพิ่มทราฟฟิกให้กับเว็บเหล่านั้นได้ การขายกิจการให้ยาฮูช่วยให้ฐานข้อมูลข่าวนั้นกว้างมากขึ้นเพราะยาฮูมีข้อตกลงอยู่ก่อนแล้ว

D'Aloisio เริ่มหัดเขียนโค้ดเมื่ออายุ 12 ปี ซึ่งก็เป็นช่วงเดียวกับที่แอปเปิลเปิดตัว App Store โดยเขาเคยทำแอพอย่าง Facemood ที่วิเคราะห์อารมณ์ของผู้ใช้งาน Facebook ไปจนถึงแอพค้นหาเพลงที่ชอบอย่าง SongStumblr ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ในย่านวิมเบิลดัน กรุงลอนดอน

สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยเรื่องการศึกษาต่อ เขาบอกว่าตอนนี้เขาเองก็กำลังเตรียมตัวสอบ A-levels ซึ่งใช้สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยสนใจศึกษาในสาขามนุษยศาสตร์ และในข้อตกลงกับยาฮู เขาก็ได้รับอนุญาตให้เรียนมหาวิทยาลัยในระหว่างทำงานได้ด้วย สุดท้าย D'Aloisio บอกว่าเขาไม่คิดว่าตนเองเป็น geek เท่าใดนัก เพราะยามว่างเขาชอบเล่นกีฬา สนใจงานออกแบบ และชอบไปเที่ยวเล่นกับแฟนมากกว่า

ที่มา: Reuters
เขียนครั้งแรกที่: Blognone


No comments: