2013/03/22

ภาพลักษณ์ของหุ้น กับโครงสร้างรายได้แท้จริง


วันก่อนมิตรสหายท่านหนึ่งแชร์ status คนๆ หนึ่งซึ่งเขาบอกว่าเขาเลือกซื้อหุ้นบ้านปูเพราะเขาบอกว่าพื้นฐานดี ส่วนตัวก็รู้สึกว่าการทำค้าขายอาหารทะเลปู กุ้ง ก็น่าจะพื้นฐานดีจริงเพราะคนต้องกินอาหารกันอยู่แล้วทุกวัน

...แต่ เฮ้ย เดี๋ยว ช้าก่อน... จริงๆ บริษัทบ้านปูทำเหมืองถ่านหิน !!

ผมยังคิดว่านี่น่าจะเป็นแค่มุขตลกมากกว่า แต่ถ้าจริงก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะในตลาดหุ้นมีเรื่องเข้าใจผิดแบบนี้อยู่เสมอ หลายครั้งตลาดเอาภาพรู้จำจากแบรนด์สินค้า หรือติดที่ตัวชื่อมาตัดสินว่าหุ้นนี้น่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าคุณเป็นคนพยายามเดากระแสตลาดนั่นก็เป็นวิธีของคุณ แต่ในแง่พื้นฐานแล้วคุณต้องระวังเรื่องพวกนี้ให้มาก เพราะหากเข้าใจผิดจะส่งผลต่อการประเมินอะไรหลายอย่างเลยทีเดียว

เหล่านี้เป็นตัวอย่างของหุ้นในตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่มักเกิดความเข้าใจผิดกับโครงสร้างรายได้แท้จริงครับ


TVO บ.น้ำมันพืชไทย



สินค้าตัวเด่นที่คนรู้จักของบริษัทนี้คือน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น แต่เอาเข้าจริง รายได้หลักของบริษัทเกือบ 60% มาจากการขายกากถั่วเหลือง หรือ Soybean Meal ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้หลังกระบวนการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง สินค้าตัวนี้ก็มียี่ห้อเช่นเดียวกันคือ ทีวีโอไฮโพรมิล แต่ลูกค้าเป็นกลุ่มฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TVO จึงถูกผูกกับราคา Soybean Meal ในตลาดโลกนั่นเอง



MINT บ.ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล

MINT เป็นหุ้นในหมวดอาหาร แต่ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา รายได้ครึ่งหนึ่งมาจากธุรกิจโรงแรมซึ่งมีการเติบโตมาโดยตลอดหลังหมดความวุ่นวายวิกฤตการเมืองในประเทศ และส่วนธุรกิจโรงแรมนี้มีกำไรคิดเป็น 64% ของกำไรทั้งหมด


Anantara Phuket


MINT อาจเป็นที่จดจำในแง่ธุรกิจร้านอาหารแบรนด์อย่าง The Pizza Company, Swensens และ Sizzler แต่ตอนนี้ธุรกิจกลุ่มโรงแรมอย่าง Anantara ถือเป็นดาวรุ่งของ MINT ที่แท้จริง


CPN บ.เซ็นทรัลพัฒนา

CPN จัดเป็นหุ้นวัดความมั่วได้ดีตัวหนึ่ง ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกว่าเน้นการลงทุน VI นะจ้ะ เขาทำการเปรียบเทียบหุ้นค้าปลีก 3 ตัวคือ CPALL, BIGC และ CPN โดยบอกว่าเป็นการจับตลาดคนละเกรด กล่าวคือ CPALL เน้นรายเล็ก ชุมชน BIGC เน้นขายถูก ลูกค้าเป็นกลุ่มเอาลดราคา และ CPN เน้นกลุ่มไฮเอนด์ กำลังซื้อสูง

จะบ้าเหรอ!


Project Central WestGate

CPN อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หมวดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งน่าจะบ่งชี้ลักษณะชัดอยู่แล้ว โดยมีรายได้หลักจากการเก็บค่าเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม จากตรงนี้ทำให้ CPN มีลักษณะผูกติดกับคำว่าห้างเซ็นทรัล แต่โครงสร้างรายได้ไม่ใช่มาจากการขายสินค้า คนเดินห้างเยอะ ช้อปเยอะ ไม่ได้ทำให้ CPN มีรายได้เยอะขึ้นโดยตรง แต่แทรฟฟิกเหล่านี้ช่วยให้ค่าเช่าพื้นที่สามารถปรับมูลค่าสูงขึ้นได้ในอนาคต

GRAMMY - RS

ภาพรับรู้ของสองค่ายเพลงคู่แข่งตลอดกาลก็คือธุรกิจเพลง แต่การตัดสินใจเดินเข้าสู่ธุรกิจทีวีดาวเทียมของทั้งสองค่าย โดยเฉพาะรายแกรมมี่ที่มีวาระเยอะจากกล่อง GMMZ ในปีที่ผ่านมาจนบริษัทขาดทุนและต้องประกาศงดจ่ายเงินปันผลเป็นปีที่ 2 นั่นก็เพราะปัจจุบันทั้งสองบริษัท ไม่ได้มีรายได้หลักจากการขายเพลงอีกแล้ว

แกรมมี่มีรายได้ในปี 2555 จากธุรกิจการขายเพลงราว 22% ขณะที่มาจากธุรกิจโทรทัศน์ (ทั้งฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม) คิดเป็น 37% ส่วนอาร์เอสรายได้เกือบครึ่งหนึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจสื่อ ขณะที่ธุรกิจเพลงคิดเป็นราว 34% เท่านั้น จะเห็นทั้งสองยักษ์ใหญ่บันเทิงนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น Media Company เต็มตัวแล้ว ค่ายเพลงเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น

หุ้นตัวสุดท้าย เป็นบริษัทไอพีโอที่เพิ่งเข้าตลาดไม่นาน บริษัทนี้เคลมว่ากำลังทำโปรเจกต์โซลาร์เซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ สิ่งที่น่าสนใจคือนี่คือภาพที่บริษัทพยายามฉายออกมา แต่ปัจจุบันรายได้หลัก 90% ของบริษัทยังมาจากธุรกิจไบโอดีเซล ส่วนรายได้จากไฟฟ้าแสงอาทิตย์นั้นเป็นสัดส่วนเล็กๆ โดยมีการคาดหมายรายได้ส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นจนเป็นรายได้หลักใน 3-5 ปี

แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจนักและมองหุ้นนี้เป็นหุ้นพลังงานทางเลือกพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว (ฮา)



No comments: