2013/03/11

จาก #Wyne ถึง #ChillChaam และราคาหุ้นแสนสิริ

เมื่อวันก่อนมีดราม่าขนาดย่อมใน Twitter ว่าด้วยเรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการคอนโดใหม่ของแสนสิริ ซึ่งก็เป็นเรื่องเดิมๆ คือวิธีการใช้ hashtag #ChillChaam ที่ทำให้หลายคนหงุดหงิดรกสายตาว่ากันไป

เนื่องจากประสบสภาวะนี้มาหลายรอบจนคิดว่า ไม่ชอบก็ mute ไม่ชอบก็ unfollow หรือทนไปก็คงเป็นแบบนั้น เพราะสุดท้ายวิธีการนี้จะให้คุณให้โทษ ก็เป็นเรื่องของแบรนด์กับทีมวางแผนเขาไปวัดกันหลังจากนั้น ถ้ามันดีได้ผล เขาก็ต้องเลือกทำต่อ ไม่ดีเขาก็ต้องหาวิธีอื่น ก็แค่นั้น

ถ้านึกย้อนไปหลายปีก่อน แสนสิริก็เคยใช้มุขแท็กแบบนี้ตอน #Wyne (อ่านย้อนหลังที่ mk เคยเขียน) และอีกหลายต่อหลายครั้ง มีคนเคยถามว่ามันได้ผลเหรอ มันไม่สิ้นเปลืองเงินเหรอ ตกลงได้อะไรจากแคมเปญนี้ แบรนด์จะมีผลทางลบไหม ผู้บริโภคจะเกลียดรึเปล่า ฯลฯ ในมิติของผลลัพธ์ระดับโครงการนั้นเราอาจจะวัดยาก แต่ถ้าแทนที่จะเอาเวลาบ่นอันนี้ไปซื้อหุ้นแสนสิริ (SIRI) เพื่อทำการทดสอบแทน นับตั้งแต่เรื่อง #Wyne มาจนถึง #ChillChaam นี่คือผลลัพธ์


เบ็ดเสร็จได้กำไรประมาณ 300% ในระยะเวลา 2 ปีครึ่งเท่านั้น อันนี้อาจไม่ตอบคำถามเรื่องผลลัพธ์แคมเปญออนไลน์โดยตรง แต่ช่วยตอบได้ว่า อย่างน้อยยุทธศาสตร์ที่บริษัทเลือกทำมันก็ส่งผล (มากน้อยอีกเรื่อง) ออกมาได้ที่ราคาหุ้น ซึ่งจุดนี้เราสามารถพลิกเรื่องที่ขัดใจให้เป็นโอกาสที่เราเข้ามามีส่วนร่วมแบบมีผลประโยชน์เป็นตัวเงินได้ด้วยครับ


No comments: