2013/04/10

เมื่อสายการบินนกแอร์เตรียมเข้าตลาดหุ้น

ปีนี้น่าจะเป็นปีที่บริษัทใหญ่มีชื่อเสียงต่างพากัน IPO เข้าตลาดหุ้น เช่น เอ็มเคสุกี้ ที่เคยเขียนถึงไปแล้ว เนื่องจากเป็นปีที่คาดว่าตลาดหุ้นจะร้อนแรงก็เป็นโอกาสของบริษัททั้งหลาย (แม้ช่วงนี้คนเล่นหุ้นจะบ่นกันจัดก็ตาม ฮา) และหุ้นอีกตัวที่น่าพูดถึงก็คือ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ที่จะใช้ตัวย่อ NOK ซึ่งเพิ่งยื่นไฟลิ่งไป



ในอดีตนั้นหุ้นการบินไทย (THAI) เป็นหุ้นที่วัดมูลค่าโดยใช้การเทียบกับหุ้นในตลาดไทยค่อนข้างยาก เพราะเป็นหุ้นสายการบินเพียงตัวเดียว ต้องไปวัดมูลค่ากับหุ้นสายการบินต่างประเทศ จนเมื่อปีที่แล้วสายการบินไทยแอร์เอเชียเข้าตลาดหุ้น (AAV) ก็ทำให้มีตัวเปรียบเทียบขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเทียบที่ดี เพราะแอร์เอเชียเข้าตลาดหุ้นในชื่อ บ.เอเชีย เอวิเอชั่น มีลักษณะเป็นบริษัทโฮลดิ้ง ที่ถือหุ้นใน ไทยแอร์เอเชีย 55% อีกทีหนึ่ง รวมทั้งลักษณะการดำเนินสายการบิน แอร์เอเชียก็ไม่เหมือนกับการบินไทยอยู่แล้ว เพราะเป็น Low Cost ที่เน้นบริหารต้นทุนและทำราคาให้ต่ำเป็นหลัก ฉะนั้นการมีนกแอร์เข้ามาในตลาดหุ้นเพิ่มอีกตัว ก็น่าจะทำให้กลุ่มการบินดูมีตัวเทียบมากขึ้น โดยเฉพาะแอร์เอเชียที่เป็นสายการบินโลสคอสต์เหมือนกัน

ในแผนไอพีโอนั้น นกแอร์ต้องการขายหุ้นเพิ่มทุน 125 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท ยังไม่กำหนดราคาขาย ทำให้มีหุ้นรวม 625 ล้านหุ้น แต่ในการขายต่อประชาชนนั้นจะมีการขายหุ้นสองส่วน คือหุ้นไอพีโอ 125 ล้านหุ้น บวกหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมบริษัท Aviation Investment International อีก 62.5 ล้านหุ้น (10%) รวมเป็นการขาย 187.5 ล้านหุ้น โดยในไฟลิ่งล่าสุดยังไม่ได้ระบุเหตุผลว่าจะนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปทำอะไร (ฮา)

โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นหลังการเสนอขายไอพีโอเป็นดังนี้


โดยบริษัท Aviation Investment เป็นบริษัทร่วมทุนของกองทุน Lombard Asia III และนายพาที สารสิน จะเห็นว่าโครงสร้างใหม่นี้ การบินไทยยังถือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด และนายพาที สารสิน ซีอีโอ น่าจะเป็นผู้ถือหุ้นเบอร์สองถ้าวัดตามสัดส่วน ราคาหุ้นของ NOK จึงสามารถส่งผลต่อบุ๊คมูลค่าสินทรัพย์ในการบินไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย

(จะว่าไป เมื่อดูรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่นกแอร์ ก็น่าจะถือว่าเป็นบริษัทมั่นคงมากเลยทีเดียว)

อย่างที่บอกตอนแรกว่าการเข้ามาของนกแอร์ทำให้แอร์เอเชียมีตัวเทียบ ว่าแล้วก็ลองมาดู performance ในปีที่ผ่านมาของ 2 สายการบินโลว์คอสต์นี้เทียบดูหน่อย


ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนอะไรบางอย่างเหมือนกันในบางบรรทัด และผมคิดว่าน่าจะสะท้อนภาพความรู้สึกที่แตกต่างกันของสองสายการบินนี้ได้ระดับหนึ่ง นอกเหนือจากนกแอร์แล้ว ในครึ่งปีหลัง สายการบินบางกอกแอร์เวย์สก็เตรียมเข้าตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน หุ้นกลุ่มสายการบินน่าจะคึกคักขึ้นอีกมากทีเดียว


No comments: