2013/07/02

ปัญหาที่จอดรถ

นับตั้งแต่ต้นปีมา ปัญหาหนึ่งที่คนบ่นเยอะคือรถติดมากขึ้น ซึ่งไม่จำกัดแค่ในกทม.ครับ ต่างจังหวัดก็เป็นกัน เพราะถนนมันมีเท่าเดิม รถทุกที่มีมากขึ้น จำเลยอันดับหนึ่งย่อมหนีไม่พ้นนโยบายรถคันแรกที่ช่วย "เร่ง demand" ของคนที่คิดจะซื้อรถใน 2-3 ปีข้างหน้าให้รีบตัดสินใจซื้อรวบเข้ามาเพื่อเอาส่วนลด จำนวนรถมันเลยเพิ่มขึ้นเร็วกะทันหัน
เวลาผ่านไปปัญหาอีกอย่างที่น่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ต่อจากรถติดก็คือปัญหาที่จอดรถไม่พอครับ


ในหลายประเทศนั้นนอกจากการใส่เงื่อนไขจุกจิกของการครอบครองรถ อาทิ อายุ ใบขับขี่ ภาษี ฯลฯ อีกเงื่อนไขที่มีประกอบคือคุณต้องแสดงให้รัฐเห็นด้วยว่าคุณมีที่ดินพอสำหรับทำที่จอดรถของตนเองคันนี้ ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถซื้อรถได้ ในไทยเราไม่มีเงื่อนไขนี้และปัญหานี้น่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ

รถติดก็เป็นเพราะรถต่างเคลื่อนที่เดินทางออกมาบนถนน แต่เมื่อจบกิจกรรมเดินทาง รถทุกคันต้องมีที่พักเก็บรถซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไปก็คือบริเวณที่พักอาศัยตนเอง ช่วงที่ผ่านมาสถานที่ๆ น่าจะประสบปัญหาที่จอดรถระดับต้นๆ คือหอพักและอพาร์ทเมนต์ ไม่เว้นแม้แต่หอพักนักศึกษา ที่เดี๋ยวนี้อัพเกรดจากมอเตอร์ไซด์มาเป็นรถยนต์กันเยอะขึ้น เพราะสถานที่เหล่านี้มักไม่ได้เผื่อที่จอดรถไว้เยอะขนาดนั้น

กลุ่มถัดมาที่น่าจะหนักไม่แพ้กันคือคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะโครงการที่ออกแบบมาให้มีที่จอดรถ "น้อยกว่าจำนวนห้อง" เนื่องจากอดีตโครงการส่วนใหญ่มักพบปัญหาที่จอดรถเหลือๆ เนื่องจากลูกบ้านจำนวนหนึ่งไม่ขับรถ ก็เลยไม่ได้สร้างเผื่อเอาไว้ พอมาเจอมหกรรมปั๊มรถสู่พื้นที่อัตโนมัติ เรื่องนี้น่าจะหนักเพราะเบื้องต้นโครงการต้องให้ที่จอดรถ 1 คันต่อ 1 ห้องอยู่แล้ว ผมยังไม่แน่ใจว่าโครงการที่ทำที่จอดรถมาพอดีจริงๆ ก็จะหนีปัญหานี้ไม่พ้นหรือไม่ ทั้งรถคันที่สองหรือรถผู้ติดต่อเพราะคราวนี้โครงการจะประสบปัญหาเต็มเปี่ยมแน่

น่าเชื่อว่าปัจจัยที่จอดรถจะมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิมในการพิจารณาคอนโดมิเนียม ต่อให้โครงการนั้นใกล้รถไฟฟ้าก็ตาม เพราะคนมีรถเยอะขึ้น ต่อให้คนไม่ใช้รถเยอะก็อาจจะมีรถติดมาหนึ่งคัน เป็นต้น

ที่ผมไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มห้างสรรพสินค้าหรืออาคารสำนักงาน เพราะที่สุดแล้วที่จอดรถกลุ่มนี้ซึ่งก็มีจำกัด ยังสามารถแก้ปัญหาตัวเองด้วยการผลักภาระเพิ่มราคาที่จอดรถเพื่อกรองผู้มาใช้บริการหรือคนที่จำเป็นจริงๆ ได้ครับ

ส่วนกลุ่มบ้านจัดสรรนั้นหรืออาคารชุดคงไม่ประสบปัญหานี้มากนัก เว้นแต่ไปเพิ่มจำนวนรถคันที่สองคันที่สามขึ้นมา ซึ่งก็ต้องคิดแก้ปัญหากันก่อนซื้อเองอยู่แล้ว


No comments: