2013/08/17

Hormones วัยว้าวุ่น กับราคาหุ้น GRAMMY


ฮอร์โมนเดอะซีรี่ส์ วัยว้าวุ่น จบลง 13 ตอนไปเป็นที่เรียบร้อย (ช่างมันเหอะเรื่องปาหมอน) ซึ่งละครมาพร้อมกับกระแสฮือฮา ทั้งที่เป็นละครฉายทางช่องเคเบิ้ล แถมหาดูสดแบบออนไลน์ยากมากเหนื่อยมาก (ฮา)

อย่างไรก็ตามคุณความดีของฮอร์โมนก็ช่วยสร้างความเชื่อเล็กๆ ว่า ละครฮิตไม่ต้องจำกัดอยู่แค่ฟรีทีวี ฉายไพรม์ไทม์หลังข่าวภาคค่ำเสมอไป ละครฮิตสามารถฉายทางเคเบิ้ลได้ (RS ทำละครฉายเฉพาะในช่อง 8 มาสองปียังไม่ได้ขนาดนี้) และเมื่อละครฮิต ค่าโฆษณาเคเบิ้ลก็สามารถอัพเกรดจากหลักหมื่นต่อนาทีขึ้นเป็นหลักแสนได้

นั่นคือความหวัง...

มาดูราคาหุ้น GRAMMY ในช่วงที่ฮอร์โมนออกอากาศก่อนครับ

ราคาหุ้น GRAMMY ตั้งแต่ปลายพฤษภาคม ถึงศุกร์ 16 สิงหาคม
จะเห็นว่าราคาหุ้นมุ่งมั่นทำ low ต่อเนื่องสวนทางกับบริษัทที่มีสองข่าวดีในช่วงไตรมาส ทั้งฮอร์โมนได้รับความนิยม และการมีภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล (พี่มากพระโขนง) แต่บริษัทก็มีประเด็นใหญ่กดทับในช่วงที่ผ่านมานั่นคือการเรียกเพิ่มทุน, การขายหุ้นมติชนและโพสต์พับลิชชิงออกมาทั้งหมด สะท้อนความต้องการเงินสดในการดำเนินงานเพิ่มเติมจำนวนมาก

สำหรับรายงานประจำไตรมาสล่าสุด (2/2556) ซึ่งบริษัทขาดทุนรวม 215 ล้านบาท ได้มีการระบุถึงฮอร์โมนไว้ดังนี้
บริษัทฯ ยังเตรียมความพร้อมสำหรับทีวีดิจิทัล โดยมีแผนที่จะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตสาหรับทีวีดิจิทัลจานวน 3 ช่องรายการ ประกอบด้วย ช่องรายการทั่วไป ประเภทความคมชัดสูง ช่องรายการทั่วไป ประเภทความคมชัดปกติ และช่องรายการ สาหรับเด็กและครอบครัวเพื่อให้การออกอากาศช่องรายการทีวีดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็วภายหลังจากที่ได้รับในอนุญาต บริษัทฯ ได้ทำการสร้างช่อง “ONE” ซึ่งออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอยู่ในปัจจุบัน และได้ผลิตรายการที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมอย่างสูง เช่น ซีรี่ส์เรื่อง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ที่มียอดผู้ชมสำหรับช่องทาง YouTube สูงกว่า 70 ล้านผู้ชม (ยอดชมสำหรับ 11 ตอน) นอกจากนี้ยังมี The Side Stories เรื่องภาคต่อ จาก 8 หนังดังของ GTH ที่ยังคงติดอยู่ในใจ ของผู้ชมทั่วประเทศ และจากความนิยมอย่าง ท่วมท้นของซี่รี่ส์ฮอร์โมน ทาให้ยอดจองโฆษณาสำหรับ The Side Stories เต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นั่นหมายความว่า แม้ฮอร์โมนอาจไม่สร้างกำไร (ตามข่าวระบุว่าต้นทุนผลิตตอนละ 1 ล้านบาท) แต่ละครเรื่องนี้ช่วยสร้างโมเมนตัมให้ผู้ซื้อโฆษณามองว่า ละครเคเบิ้ลทีวีมีคนดูและมีเรทติ้งถ้าหากมันดีพอ และเป็นการปูสู่ Game Change หลังการประมูลทีวีดิจิตอลสำหรับแกรมมี่และบริษัทอื่นได้

อันนี้ก็แล้วแต่จะประเมินนะ



No comments: