2013/09/18

วิธีเล่าเรื่องใน Keynote ของ iPhone 5s

ในงานเปิดตัว iPhone 5c / 5s ของ Apple ที่ผ่านมา สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือการเล่าเรื่องใน Keynote โดยเฉพาะส่วนของ iPhone 5s

iPhone 5s ถูกเปิดตัวในฐานะ Flagship รุ่นใหม่ประจำปี และตลาดก็คาดหวังว่ามันควรมีอะไรใหม่ให้ตื่นเต้นบ้าง ทีนี้มาดูว่า Phil Schiller นำเสนอมันอย่างไร

เนื้อหาของ iPhone 5s มีแกนคือพูดถึง 3 ฟีเจอร์ที่ต้องการขาย ได้แก่ฮาร์ดแวร์, กล้อง และตัวสแกนลายนิ้วมือ ทุกประเด็นจะเริ่มต้นว่า "ปัญหาปัจจุบันคืออะไร และ Apple แก้ไขอย่างไร"


ประเด็นฮาร์ดแวร์นั้นเริ่มต้นว่า ถ้าหากคอมพิวเตอร์สักเครื่องต้องการอัดสเปกสูงๆ ก็ต้องยัดโน่นนี่นั่นใส่เข้าไปจนมีปัญหาขนาดใหญ่เต็มไปหมด แต่ Apple จะยัดความแรงนี้ใส่ใน iPhone เครื่องเดียว (เอ่อ...)


ผมชอบการนำเสนอของ Apple ที่ผ่านมาเพราะมักไม่ชอบลงสเปกมาก คือไม่ใช่ไม่พูดถึงเลยว่ามีอะไร แต่พูดแล้วก็จะบอกว่า ตกลงฟีเจอร์ สเปกที่อัดมานี้ เอามาทำอะไรได้บ้าง คนส่วนใหญ่ไม่สนใจหรอกว่าสเปกคืออะไร ซีพียูแรงขึ้นไม่ใช่สาระ ใครก็คาดหวังแบบนั้น แต่เนื้อหาในส่วนของฮาร์ดแวร์นี้เราเห็นทุกอย่างเป็นนามธรรมมาก เพราะเล่าสเปกจริงๆ แถมตอนที่ต้องการเล่าว่า สเปกอันสุดหรูล้ำนี้มีประโยชน์ยังไง ... ก็ใช้ Infinity Blade 3 เป็นผู้เล่าเรื่อง (-__-) พอมาถึงชิป M7 ซึ่งน่าจะเล่าอะไรได้เยอะ คนดูก็ได้เห็นแค่การพูดถึงแอพ Nike ตัวหนึ่งเท่านั้น


กล้องน่าจะเป็นส่วนที่นำเสนอได้ดีที่สุด โดยเริ่มต้นด้วยการแซะว่าถ้าเราต้องการภาพถ่ายคุณภาพสูง มืออาชีพเขาต้องขนอุปกรณ์กันมากมายมหาศาลแบบในภาพ แต่ iPhone 5s จะแก้ปัญหานี้ให้ดีขึ้น


ที่บอกว่าพอจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดเพราะการนำเสนอใช้วิธีไล่ฟีเจอร์ทีละอย่าง ตามด้วยตัวอย่างภาพ มันจึงดูจับต้องได้มากหน่อย เพียงแต่ถึงเวลาจะมีคนต้องการอะไรในกล้องถ่ายภาพแบบนี้หรือไม่ก็อีกเรื่องนะครับ


ส่วนของระบบสแกนลายนิ้วมือ หรือ Touch ID ก็เริ่มต้นด้วยปัญหาเช่นกันนั่นคือการยืนยันตัวตนที่มีมากมายหลายวิธีเหลือเกินในโลก และ Apple ต้องการบอกว่าเราเลือกวิธี Biometric


เนื้อหาส่วนนี้น่าจะแห้งที่สุดแล้วเพราะเอาเข้าจริง Apple ไม่ได้สร้าง awareness แบบที่ชอบทำ ว่าทำไมฉันจึงต้องการมันตอนนี้ อาจจะใช่ว่าบางคนคงรู้สึกว่า เย้ ไม่ต้องจำ Passcode แล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ ผู้ใช้ไม่น้อยก็ไม่ได้ใส่ Passcode ที่เครื่อง ... แล้ว ?

โดยสรุป Apple ยังพยายามรักษามาตรฐาน สไตล์ การนำเสนอไว้ แต่เหตุผลที่หลังๆ งาน Apple มันแห้ง นอกจากเพราะไม่มีสตีฟ จ็อบส์แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือมันขาดการดึงดูดว่าสินค้านี้นอกจากสเปกที่ไล่มามากมายหลายอย่างแล้ว เสน่ห์มันคืออะไร ทำไมเราถึงควรอยากได้มันเหลือเกิน

... ซึ่งเท่าที่รู้นั่นก็เป็นผลงานของสตีฟ จ็อบส์เช่นกัน ...


No comments: