2013/11/17

10 สถิติ social media ที่คุณอาจคาดไม่ถึงในปีที่ผ่านมา

Blogger นามว่า Belle Beth Cooper ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจาก Social Media ช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายข้อมูลหลายคนอาจคาดไม่ถึงว่ามันเป็นเช่นนั้น ข้อมูลนี้น่าจะมีประโยชน์กับผู้วางแผนบน social media ในปีหน้าครับ


1. ในบรรดากลุ่มผู้ใช้งานอายุ 55-64 ปี Twitter มีอัตราเติบโตสูงสุด

ตัวเลขนี้สะท้อนอะไร? มันเป็นการบอกว่า Twitter ที่มีลุคขวัญใจวัยรุ่น อย่างน้อยก็มีการเติบโตที่ชัดกลุ่มคนอายุเยอะมาก และกลับมากกว่า Facebook หรือ Google+ เสียอีก ฉะนั้นการวางแผนบนแต่ละแพลตฟอร์มตามภาพจำเดิมๆ อาจต้องเปลี่ยนไป

2. ผู้ใช้งาน Facebook 189 ล้านคนทั่วโลก ใช้ Facebook บนมือถือเพียงอย่างเดียว

ภาพนี้สะท้อนว่ากรอบการคิดต้องออกจากเดสก์ทอปพีซีมากขึ้น และอาจไปถึงระดับ Mobile First เลย ซึ่งส่งผลให้ขนาดข้อมูลที่นำเสนอต้องฟิตกับหน้าจอขนาดเล็กลงด้วย หรืออาจต้องนึกสภาพเวลาผู้ใช้งานรับสาส์นให้เกิดความสะดวกกับเขา

3. YouTube เป็นช่องทางที่เข้าถึงคนในอเมริกา กลุ่มอายุ 18-34 ได้ดีมากกว่าโทรทัศน์

ข้อนี้หลายคนสังหรณ์มานาน และตัวเลขล่าสุดก็ยืนยันว่าจริง กระบวนการคิดอาจเปลี่ยนจากโฆษณาบนสื่อเดิม มาสู่คลิปสั้น 5 นาทีใน YouTube แทน

4. มีคนสมัคร LinkedIn เฉลี่ย วินาทีละ 2 คน

LinkedIn เป็นเครือข่ายแบบโตเงียบๆ โตเฉพาะกลุ่ม แต่ด้วยลักษณะที่ผู้ใช้งานเป็นกลุ่มคนที่มีคีย์ดึงดูดแก่กัน นักการตลาดจึงไม่ควรมองข้ามแพลตฟอร์มนี้เพราะสามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มได้หากเป็นเรื่องที่เฉพาะทางในอุตสาหกรรม

5. Social Media เป็นกิจกรรมทางเว็บยอดนิยมอันดับ 1 แซงหน้าหนังโป๊แล้ว

ข้อนี้ไม่มีอะไรมากกว่าเป็นการย้ำว่า ให้ social media อยู่ในแผนงานการตลาดเสมอ เพราะมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนมากมายแล้ว

6. ผู้ใช้งาน LinkedIn มีความ active ต่ำกว่า Pinterest, Google+, Twitter และ Facebook

ข้อนี้เป็นการเสริมกับข้อ 4 เราบอกว่า LinkedIn ไม่ควรมองข้าม แต่ด้วยพฤติกรรมคนใช้งานที่ไม่ active ตลอดเวลา ฉะนั้นกิจกรรมบน LinkedIn จึงควรพึ่งพา community, response ให้น้อยที่สุด ไม่งั้นจะร้างเอาได้

7. 93% ของนักการตลาดใช้ Social Media กับธุรกิจแล้ว

แล้ว 7% รออะไร ?

8. 25% ของกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-44ปี บอกว่าเขานึกครั้งสุดท้ายที่ไม่ถือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ไม่ออก

ข้อนี้ช่วยย้ำว่า mobile strategy จำเป็น และสะท้อนความเป็นอวัยวะที่ 33 ของหลายคน

9. นักการตลาด 62% ยังมองความจำเป็นในการเขียน blog แต่ทางกลับกันบริษัทในอเมริกาเพียง 9% คิดว่าควรมี full-time blogger

นั่นแสดงว่า ในมิตินักการตลาดนั้น content marketing ยังจำเป็น แต่ในทางกลับกันที่ไม่มีการจ้าง full-time ทำให้ภาระงานสร้างเนื้อหาตกอยู่กับฝ่ายการตลาด เรื่องนี้จึงอาจเป็นโอกาสหรือเป็นข้อเสียของแต่ละฝ่ายได้

10. ผู้ใช้ Facebook 25% ไม่เคยสนใจการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ข้อสุดท้ายเป็นการบอกว่า คนใน social media มีมุมมองไม่เท่ากัน โดยเฉพาะความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ใส่ใจประเด็นนี้ไว้ด้วยครับ

ที่มา: http://blog.bufferapp.com/10-surprising-social-media-statistics-that-will-make-you-rethink-your-strategy


No comments: