2013/11/18

MEGA: บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์


  • เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ ก่อตั้งปี 2525 โดยนายกิริต ชาห์ (ตอนนั้นชื่อบริษัทวิคาส) ทำธุรกิจดั้งเดิมคือโรงงานผลิตแคปซูลเจลนิ่ม ซึ่งใช้สำหรับการทำเม็ดยา
  • ต่อมาบริษัทรับ OEM ผลิตยาให้กับบริษัทยาของประเทศเยอรมันจึงมี know-how ในการผลิตยา
  • สินค้า Mega We Care เริ่มผลิตในปี 2537
  • บริษัทค้นพบช่องทางในการเป็นผู้แทนจำหน่ายยาให้บริษัทยาต่างชาติ (อาทิ Pfizer Novartis Servier Nestle GlaxoSmithKline) ในประเทศกำลังพัฒนา โดยเริ่มตั้งสำนักงานในเวียดนาม, เมียนมาร์ และกัมพูชา (ต่อมามีไนจีเรีย เยเมน กาน่า) ใช้ชื่อธุรกิจส่วนนี้ว่า Maxxcare ขณะเดียวกันนำสินค้า Mega We Care จำหน่ายผ่านช่องทางนี้ด้วย
  • บริษัทยังมีตัวแทนจำหน่ายในรัสเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ ด้วย แต่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานจัดจำหน่ายหรือทำการตลาด
  • บริษัทยังตั้งโรงงานผลิตยาที่ออสเตรเลียหนึ่งแห่ง โดยให้เหตุผลว่ากฎเกณฑ์ในประเทศนี้เอื้อประโยชน์มากกว่า
  • โครงสร้างรายได้ปัจจุบัน Maxxcare กับ Mega We Care เป็นสองรายได้หลัก ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกันแต่ Maxxcare มีแนวโน้มเติบโตดีกว่า
  • ตลาดยาในเวียดนามแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 19% ใน 3 ปีข้างหน้า ส่วนเมียนมาร์อยู่ที่ 26%
  • ความเสี่ยงของบริษัทหลักๆ คือการทำธุรกิจในเมียนมาร์และเวียดนามที่ยังมีความเสี่ยงสูงทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ
  • การทำไอพีโอครั้งนี้เงินที่ได้จะนำไปชำระหนี้ (ซึ่งก็คือธ.กสิกรไทย ที่เป็นอันเดอร์ไรท์และFA) ส่วนที่เหลือนำไปขยายธุรกิจ

MEGA เสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 129.7ล้านหุ้น คิดเป็น 15% ของหุ้นทั้งหมด และหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม 34.5ล้านหุ้น คิดเป็น 4% นอกจากนี้ในการซื้อขายวันแรกผู้ถือหุ้นเดิมจะนำหุ้นมาขายบนกระดานอีกไม่เกิน 6% (วิธีนี้คล้าย AAV) ราคาหุ้นละ 17.50 บาท มูลค่ากิจการในวันแรกจึงอยู่ที่ 15,141.85 ล้านบาท

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลจากไฟลิ่งที่ยื่นก่อนเข้าตลาดหุ้นเท่านั้น


No comments: