2013/12/16

GCAP: บริษัท จี แคปปิตอล

  • จีแคปปิตอลทำธุรกิจให้บริการ "สินเชื่อเช่าซื้อ" (Hire Purchase) เครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งถือเป็นบริษัทสินเชื่อรายเดียวในไทยที่ให้บริการสินเชื่อเฉพาะสินค้าแบบนี้
  • บริษัทก่อตั้งในปี 2547 โดยการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สองน้ำ (ตระกูลสารสาส) ซึ่งทำธุรกิจสินเชื่อมาก่อนกับธนาคารออมสิน
  • ธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงไม่ถูกกำหนดอัตราเพดานดอกเบี้ย ตลอดจนการกันเงินทุนสำรอง แต่บริษัทยังอยู่ใต้การกำกับของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
  • บริษัทมองว่าการให้สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นธุรกิจที่ใช้ความชำนาญเฉพาะในการเข้าถึงลูกค้า เห็นได้จากคู่แข่งในธุรกิจ (เช่นศรีสวัสดิ์) ไม่ได้เน้นทำสินค้านี้เป็นหลัก
  • รายได้จากสัญญาเช่าซื้อส่วนใหญ่ของบริษัท 80% มาจากรถเกี่ยวนวดข้าว ซึ่งมีลูกค้าคือเกษตรกรนาข้าว, ข้าวโพด, ถั่ว และพืชอื่นที่ใช้รถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
  • ลูกค้าสินเชื่อมากกว่า 99% คือเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีวิธีการทำตลาดเฉพาะตัว
  • ตัวอย่างการปล่อยสินเชื่อรถเกี่ยวนวดข้าว เงินดาวน์ 30% ขั้นต่ำ, วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 70%, อัตราดอกเบี้ย 1.00-1.25% ต่อเดือน, เทอมผ่อนชำระทุก 3 เดือน, ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 4 ปี และใช้บุคคลค้ำประกัน (ไม่ใช้ที่ดิน)
  • บริษัทตั้งเกณฑ์ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ 2.50% ซึ่งหากยอดรวมค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรวมตามเกณฑ์อายุหนี้ค้างชำระ ต่ำกว่า 2.50% ก็จะปรับขึ้นเป็น 2.50% ซึ่งที่ผ่านมายอดรวมไม่ถึง 2.50%
  • บริษัทอธิบายว่างบที่เป็นงวด 9 เดือน ตัวเลขลูกหนี้เกินกำหนดชำระจะสูงกว่าปกติ เนื่องจากลูกหนี้เกษตรกรมักมีกระแสเงินสดมาชำระค่าเช่าซื้อในไตรมาส 4 เป็นไปตามปัจจัย seasonal (อันนี้พอจะ imply ได้ว่างบปี อัตราลูกหนี้เกินกำหนดควรกลับสู่อัตราปกติ)
  • บริษัทมีอัตราส่วนลูกหนี้ระยะสั้น (ครบกำหนดใน 1 ปี) และระยะยาว (เกิน 1 ปี) ในอัตราส่วนใกล้เคียงกัน แต่ในส่วนแหล่งเงินทุนกู้ยืมส่วนใหญ่ (77%) เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น
  • D/E 5.46 เท่า ซึ่งจะลดลงหลังเข้าตลาดหุ้น บริษัทมีความเสี่ยงเรื่อง D/E คือหากสูงเกิน 6 ผู้ให้กู้เงินระยะสั้นรายสำคัญคือธนาคารออมสินจะไม่สามารถให้เงินกู้ยืมได้ เนื่องจากผิดข้อกำหนด
  • บริษัทจะใช้เงินจากการเพิ่มทุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
  • บริษัทให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรผ่านพันธมิตรหลัก 2 รายคือ กลุ่มเกษตรพัฒนา และสามมิตรมอเตอร์ แต่รายการส่วนใหญ่มาจากรายแรก
  • กลุ่มเกษตรพัฒนาเป็นผู้ผลิตเครื่องเกี่ยวนวดข้าว ถือหุ้นใน GCAP 1.5% และยอดขาย 40% ของบริษัทเป็นการจำหน่ายผ่าน GCAP (ชื่อรุ่นรถเกี่ยวข้าวแต่ละโมเดลเจ๋งมาก แนะนำให้ลองดู)
  • ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือกลุ่มสองน้ำ 47.26% หลังเข้าตลาดหุ้น, กองทุนส่วนบุคคลของธนาคารออมสิน 13.12%, กองทุนส่วนบุคคลของ UOB 13.12%
  • บริษัทมีพนักงาน (ไม่รวมผู้บริหาร) ณ เดือนกันยายน 2556 รวม 32 คน เป็นฝ่ายการตลาด 8 คน วิเคราะห์สินเชื่อ 4 คน
  • มีสำนักงานใหญ่ที่กทม. และมีศูนย์บริการสินเชื่อที่ฉะเชิงเทรา, พิษณุโลก, ขอนแก่น และสุรินทร์
  • EPS คิดแบบ fully diluted ปี 55 0.16 บาทต่อหุ้น ปี 56 งวด 9เดือนแรก 0.21 บาทต่อหุ้น
  • P/E คิดจาก Q4'55-Q3'56 อยู่ที่ 13.85 เท่า โดยเทียบกับบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในตลาดหุ้น ซึ่งแม้ธุรกิจไม่เหมือนกันแต่ก็ใกล้เคียงที่สุด คือ THANI (16.53) และ ASK (14.52)
  • คันทรี่กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาการเงินและผู้รับประกันการจำหน่าย
GCAP ขายหุ้นเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้นๆ ละ 2.70 บาท พาร์ 0.50 คิดเป็น 25% ของหุ้นรวมทั้งหมด (หุ้นรวม 200 ล้านหุ้น) คิดเป็นเงิน 135 ล้านบาท โดยการจำหน่ายหุ้นนี้ครึ่งหนึ่ง 25 ล้านหุ้นเสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณบริษัท และอีก 25 ล้านหุ้นเสนอผ่านผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่าย (คันทรี่กรุ๊ปเป็นลีด ส่วนฟิลลิปกับไอร่าเป็นโค) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 17 ธันวาคม 2556 ตลาด mai

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลจากไฟลิ่งที่ยื่นก่อนเข้าตลาดหุ้นเท่านั้น

No comments: