2013/12/18

SPVI - บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด

SPVI เป็นหุ้นไอพีโออีกตัวที่ถูกจับตามองมาก เพราะมีธีมหุ้นหรูหราฮายโซว คือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple ในประเทศไทย ซึ่งในไทยมีตัวแทนจำหน่ายปัจจุบันหลายเจ้า อย่าง iStudio ก็มี by นั่นนี่ ซึ่ง SPVI เป็นหนึ่งในนั้น ก็มาลองดูข้อมูลจากไฟลิ่งหน่อย



ภาพรวม
  • เดิมชื่อบริษัท SPV ทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ Apple ตั้งแต่ปี 2532 ทำตลาดกับลูกค้าองค์กร (ตอนนั้น Steve Jobs ออกจากแอปเปิลแล้ว)
  • ปี 2537 เปิดร้านจำหน่ายร้านแรกที่พันธ์ทิพย์ชื่อ MiniMac ชั้น 3 (ตอนนี้เป็น iShop) ต่อมาทยอยปรับโมเดลร้านแอปเปิล และติดท้ายว่า by SPV Group
  • ปี 2554 ร่วมทุนกับ IT City (SET:IT) และโอนกิจการทั้งหมดในชื่อบริษัทใหม่ SPVi (สะกดตัวเล็กตามแอปเปิลสไตล์ แต่น่าจะมาจาก IT City มากกว่า)
  • ธุรกิจปัจจุบันคือการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple ในชื่อ iStudio, iShop, iBeat, UStore (by SPVI), ศูนย์ซ่อม+ฝึกอบรม Smart Bar และจุดจำหน่ายใน IT City กับ BigC
  • ลูกค้า 80% ตอนนี้เป็นลูกค้ารายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจาก iStudio
  • รายได้หลัก 90% มาจากการขายสินค้า Apple โดยกว่าครึ่งเป็น iOS based
  • อัตรากำไรขั้นต้นของการขายสินค้า Apple อยู่ราว 7-8%
  • สินค้า Apple ทุกตัวซื้อผ่าน Apple South Asia ยกเว้น iPhone ที่ต้องซื้อผ่านผู้ให้บริการมือถือ 3 ค่าย
  • iPad Air มีกำไรขั้นต้นดีกว่า iPad mini Retina
ความเสี่ยง
  • ความเสี่ยงแรกของบริษัทคือการพึ่งพิงกับ Apple only ไม่มีสินค้าบริษัทอื่นจำหน่าย
  • ความเสี่ยงต่อมาคือ Apple เองก็ให้สิทธิตัวแทนจำหน่ายรวม 7 ราย จึงเกิดการแข่งขัน เช่น COM7 มี iStudio 22 สาขา iBeat 25 สาขา และขายผ่าน Banana IT หรืออย่าง Copperwired มี iStudio 13 สาขา ขณะที่ SPVI มี iStudio 6 สาขา อย่างไรก็ตาม Apple มีนโยบายหนึ่งสถานที่หนึ่งร้านแอปเปิลก็พอช่วยป้องกันการแข่งขันได้ (ยกเว้นกรณี IT City, Power Mall)
งบการเงิน
  • สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน อาคารสถานที่เป็นการเช่าส่วนใหญ่
  • สิ้นงวดกันยายน'56 เงินสดบริษัทลดลงมากเนื่องจากมีการชำระเงินให้เจ้าหนี้การค้า
  • ปัญหาเงินสดลดลง ทำให้ Cash Cycle ในปี'56 เป็นบวกครั้งแรก (12 วัน) จากที่ติดลบมาตลอด
  • กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี'56 ลดลงเยอะ เนื่องจากปีนี้ไม่มีสินค้าใหม่เปิดตัว เพิ่งมี iPhone 5s, 5c, iPad Air, iPad mini Retina เข้ามาใน Q4
  • บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาว
  • กำไรสุทธิงวด 9 เดือน 10.2 ล้านบาท คิดเป็น 0.03 บาทต่อหุ้น (fully diluted)
  • หลังการเพิ่มทุน IT City จะถือหุ้น 29% (116 ล้านหุ้น) ส่วนตระกูลวรญาณโกศล ผู้ก่อตั้ง SPV ถือหุ้นรวม 23.87% (95.5 ล้านหุ้น)
  • P/E ราคาจอง 14 เท่า โดยเทียบกับ JMART (21.57), SIM (25.65)
  • ฟินันเซียไซรัส เป็นที่ปรึกษาการเงินและรับประกันการจำหน่าย
SPVI ขายหุ้นเพิ่มทุน 110 ล้านหุ้นๆ ละ 0.90 บาท พาร์ 0.50 คิดเป็น 27.5% ของหุ้นรวมทั้งหมด (เป็นหุ้นพนักงาน 5.5 ล้านหุ้น) คิดเป็นเงิน 99 ล้านบาท โดยจะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนและใช้ปรับปรุง+ขยายสาขา เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 19 ธันวาคม 2556 ตลาด mai

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลจากไฟลิ่งที่ยื่นก่อนเข้าตลาดหุ้นเท่านั้น


No comments: