2014/01/16

Japan Trip 2013 #10 - เรื่อยเปื่อย Akihabara - Odaiba - Shibuya

เนื้อหาตอนนี้เป็นการเดินทางมั่วซั่วครับ ไม่ควรลอกเลียนแบบ มันออกแนวนึกไปไหนก็ไปสักหน่อย

ทีแรกมิตรสหายโตเกียวพยายามช่วยคิดว่าผมควรไปไหน แต่เมื่อผมดันเฉยๆ กับแนวธรรมชาติ ไม่อะไรกับแนวประวัติศาสตร์ ก็เลยออกมาเป็นการเที่ยวเล่นในเมืองเสียเลย พ่วงหาของให้ตามใบสั่ง

ผมเริ่มต้นวันด้วยการไปสถานีรถไฟชิบูย่า ซึ่งเป็นสถานีที่มีผู้โดยสารสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น ตกวันละ 2.4 ล้านคน คนเยอะจริงๆ


กรณีแผนเดินทางมั่วๆ แบบนี้ แนะนำให้ซื้อบัตรเดินทางเหมาวัน ซึ่งก็ควรพิจารณาสายด้วย ถ้าวิ่งเฉพาะบริษัทเดียวก็ 730 เยน ถ้าเป็นบัตรพ่วง Toei-Metro จะเป็น 1,000 เยน และถ้าเหมาสามเจ้ารวม JR ราคาจะเป็น 1,580 เยน

แวะพักสถานที่หลักแรก Starbucks เมื่อคุณได้ซื้อของกินในญี่ปุ่นแล้ว Starbucks ก็แลดูไม่แพงกว่าปกติแบบในไทยทันที


Starbucks ที่ญี่ปุ่นให้บริการ Wi-Fi ฟรีครับ เหมาะมากกับการนั่งแช่ แต่ต้องลงทะเบียนก่อน ดูรายละเอียดได้ที่นี่

ที่แรกที่มาคือสแตนด์ดาร์ดไอเอสโอของทัวร์ไทยนั่นคือวัด Sensō-ji หรือ Asakusa คนเยอะจริงๆ คนไทยเยอะมากด้วย (ฮา) พวกของฝากที่คนไทยชอบหิ้วอย่างร่มพับจิ๋ว, ปากกามียางลบ หรือของที่ระลึกสายคาแรกเตอร์ธีมโตเกียว ที่นี่มีค่อนข้างครบครับ


ระหว่างเดินซื้อของ ได้คุยกับพี่คนไทยจากคณะทัวร์หนึ่ง แกถามหาของให้ลูก จึงมีข้อควรทราบว่าของที่ระลึกสายคาแรกเตอร์ที่นี่และในหลายที่ คือโดราเอม่อนกับอุลตร้าแมนไม่ค่อยมีให้เลือกมากนัก แต่ถ้าเป็น Hello Kitty, หมีเบื่อริลักคุมะ, One Piece อันนี้ตรงไหนก็มีครับ

วิวจากถนนทางเข้าวัดยังมองเห็น Tokyo Sky Tree ได้ด้วย


สถานที่ถัดไปคือ Akihabara ซึ่งเพื่อความง่ายเราก็ต้องมาร้าน Yodobashi ติดสถานีรถไฟ Akihabara เลย กะว่าที่เดียวครบจบทุกสิ่ง

 

ปรากฏว่ามัวแต่เดินดูไม่ได้ถ่ายรูปมาเท่าไหร่ ที่นี่มีของครบครันมาก อย่างแค่โซนขายเคสมือถือก็กว้างขวางประมาณร้านใน MBK 10 ร้านต่อกัน กล้องยิ่งไม่ต้องพูดถึงแทบจะยกฟลอร์

ตู้กดน้ำดื่ม Hello Kitty
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมีหลายยี่ห้อมาก
โซนของที่ระลึกแนวคาแรกเตอร์น่ารักก็มี


ที่ญี่ปุ่น โซนเพลงเกาหลีนี่ Kara น่าจะฮอตที่สุดแล้ว ป้ายใหญ่กว่าวงอื่น


สหายโตเกียวว่าร้านอาหารในตึก Yodobashi ที่นี่ก็โอเคมาก แต่เราไม่ได้ไปลอง

ออกมาเดินข้างนอกบ้าง จริงๆ ไปดูมาหลายที่รวมทั้งที่ๆ ถ่ายภาพมาไม่ได้ (หึๆ)

Maidreamin
AKB48 Cafe'
กันดั้มคาเฟ่
Akihabara เดิมขึ้นชื่อเรื่องอิเล็กทรอนิคส์แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปมากตามกระแส ส่วนตัวคิดว่าสายโอตาคุน่าจะสนุกกับที่นี่มากกว่ามาก

สถานที่ถัดไปคือ Odaiba พื้นที่ Man-Made ที่ถมทะเลสร้างขึ้นมา ที่นี่มีทั้งห้างสรรพสินค้า และพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายอย่าง

การเดินทางให้ต่อรถจากสถานี Shimbashi ของรถไฟสาย JR มาขึ้นรถไฟเอกชนสาย Yurikamome (ไม่มีบัตรร่วม) ข้อดีของรถไฟสายนี้คือเป็นสายเปิดใหม่ เจ้าหน้าที่บริการค่อนข้างครบ หลงประตูยังไงก็เจอคนช่วยตลอด


รถไฟสายนี้ (สีน้ำเงินในรูป) มีลูกเล่นเอาเท่ เมื่อผ่านสถานี Shibaura-futō ก่อนถึง Odaiba-kaihinkōen รถไฟจะวิ่งวนรอบเป็นวงกลมให้ชมวิวทัศนียภาพด้วย


เป้าหมายหลักของการมา Odaiba คือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Miraikan (เว็บ) มีทั้งส่วนนิทรรศการถาวรและหมุนเวียน ค่าเข้าชมที่นี่ 600 เยน พิพิธภัณฑ์ปิด 17:00น.

เข้ามาขึ้นบันไดเลื่อนก็จะเจอลูกโลกยักษ์ แสดงสภาพภูมิอากาศโลกปัจจุบัน เป็นนิทรรศการที่อลังการมาก


ช่วงที่มามีการโชว์สิ่งประดิษฐ์ของสถาบันในญี่ปุ่นด้วย ไม่แน่ใจเป็นนิทรรศการถาวรหรือไม่ อย่างอันนี้เป็นเสื้อล่องหน อารมณ์โดราเอม่อนมาก (แต่ต้องส่องผ่านกล้องเฉพาะ)



อันนี้เป็นหุ่นยนต์แมวน้ำ ที่สร้างเพื่อเป็นเพื่อนเล่นคอยลดความเครียดของคนญี่ปุ่นจากเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิที่ผ่านมา


อีกไฮไลท์ที่นี่คือนิทรรศการอวกาศยาน โดยความร่วมมือกับ NASA แต่ช่วงที่มามี Shutdown USA นิทรรศการหลายตัวก็เลย ...


สต๊าฟของที่นี่เป็นเรื่องน่าสนใจ จะมีคนอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพนักงานประจำ ส่วนใหญ่อายุไม่มาก และอีกกลุ่มเป็นนักวิทยาศาสตร์อาสาสมัคร ซึ่งเป็นรุ่นอาวุโส ในแผ่นพับบอกว่าพวกเขาเหล่าทำงานในสายวิทยาศาสตร์มาก่อน จึงช่วยให้ข้อมูลได้เช่นกัน เท่าที่ได้คุยสอบถามทุกท่านแม้จะสูงวัยแต่ถามตอบเป็นภาษาอังกฤษได้โอเคเลย

ปิดท้ายด้วยดาวเด่นของที่นี่ หุ่นยนต์ Asimo ครับ


ออกมาจาก Miraikan เดินมาหน่อย ถึงอีกสิ่งสักการะเมื่อมาโอไดบะนั่นคือห้างสรรพสินค้า DiverCity Tokyo เพราะที่นี่มีกันดั้มยักษ์!


กันดั้มหน้าห้าง DiverCity จะมีการโชว์แสงสีขยับตัวด้วยในช่วงเย็น เป็นเล่นแสงสีกับตึกด้านหลังด้วย


เดินจาก DiverCity มาอีกหน่อย เป็นอาคารสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ Fuji TV ใหญ่โตอลังการมาก มีนิทรรศการจัดแสดงให้เข้าชมได้ด้วย แต่ต้องเสียเงิน


เดินถัดมาอีกยังจุดสุดท้ายที่ Rainbow Bridge เพื่อมาดูสิ่งปลูกสร้างที่น่าจะเกรียนมากของ Odaiba นั่นคือการเอาเทพีเสรีภาพอเมริกามาตั้งโชว์ วิวบรรยากาศเลยเหมือนภาพถ่ายจากอเมริกาประมาณนั้นเลย

รอบดึกกลับมาเดิน Shibuya อีกครั้ง มุ่งหน้ามาคารวะ Apple Store ก่อนเลย วันนี้มีการอบรมเรื่องการใช้งาน iOS สักอย่าง เจ้าหน้าที่คะยั้นคะยอให้นั่งร่วมฟังมาก แต่เขาซัดภาษาญี่ปุ่นนี่สิ -"-


การจัดของใน Apple Store นั้นเก็บรายละเอียดดี มีของให้จับลองเล่นเยอะ ก็คงต้องเข้าใจว่าจะหาดูแบบนี้ใน iStudio คงไม่ง่าย เพราะลงทุนเยอะกว่ามาก


ออกจาก Apple Store ก็มายังห้างสรรพสินค้ามาตรฐานโลกของทัวร์ไทย ห้าง Parco Part 1 ซึ่งอยู่ใกล้ๆ

ช่วงที่ไปมีแคมเปญตู้หยอดเหรียญซื้อแอพของ Google Play พอดี อันนี้ตู้ถึงเวลาปิดให้บริการแล้ว (ซะงั้น)



Parco Part 1 มีแบรนด์คนไทยนิยมค่อนข้างครบ อย่าง BaoBao ที่นี่ มิตรสหายโตเกียวท่านว่ามีแบบครบที่สุด แต่พวกลายหายาก ความต้องการสูง ส่วนใหญ่เจอคนไทยกวาดเรียบตั้งแต่วันแรก (ฮา)


ถึงเป็นห้างญี่ปุ่น แต่ก็เปิด MV ศิลปินเกาหลี


เดินออกมาด้านหลังตาม Spain Slope ยังมีห้าง Loft และ Seibu ละแวกเดียวมีครบแทบทุกสิ่ง

จากนั้นก็เกาะรถไฟไปเรื่อย มาเดินเล่นต่อที่ชินจูกุ เดินดูโน่นนี่เรื่อยเปื่อย เป็นอันจบวันครับ


บล็อกตอนอื่นในชุดเที่ยวญี่ปุ่น



No comments: