2014/02/16

Japan Trip 2013 #12 - ไปหาโดราเอมอนที่ Fujiko·F·Fujio Museum

ตอนสุดท้ายของซีรี่ส์ญี่ปุ่น 2013 แล้วครับ อุตส่าห์มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องหาเรื่องไปให้ได้นั่นคือ Fujiko F. Fujio Museum หรือที่บางคนเรียกพิพิธภัณฑ์โดราเอมอน


Doreamon Museum นี้ถ้าจะเดินทางไปต้องตั้งใจไปพอสมควร เพราะเส้นทางนอกลู่มาก ขอเริ่มด้วยขั้นตอนการซื้อตั๋วและการเดินทางก่อน

การซื้อตั๋ว

พิพิธภัณฑ์นี้กติกาการเข้าชมคือต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนเข้าชม (คล้ายอีกหลายแห่งในญี่ปุ่น) ฉะนั้นต้องวางแผนมาให้ดีว่าจะไปวันไหน เวลาใดครับ

พิพิธภัณฑ์กำหนดรอบเข้าชม วันละ 4 เวลาคือ 10:00 12:00 14:00 16:00 ซื้อตั๋วรอบไหนต้องเข้าวัน-เวลานั้น เข้าสายได้ไม่เกิน 30 นาที เพื่อควบคุมจำนวนคน แต่ไม่กำหนดเวลาออก เฉลี่ยแล้วใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเข้าชม

นอกจากเลือกเวลาก็ต้องเช็กวันด้วย พิพิธภัณฑ์โดราเอมอนหลักๆ แล้วจะปิดทุกวันอังคาร แต่หากเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็เช็กได้ที่เว็บครับ

เมื่อมีวัน-เวลาในใจแล้วก็ทำการจองล่วงหน้า โดยซื้อผ่านระบบจองตั๋ว Loppi ของร้านสะดวกซื้อ Lawson ซึ่งจะจองผ่านเว็บไซต์ก็ได้แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด

ในเมื่อไม่ถนัดที่จะใช้วิธีนี้ ก็ต้องหาร้าน Lawson เพื่อทำการซื้อบัตรครับ เข้าไปก็มองหาตู้ Loppi เลย


ตู้ Loppi เป็นตู้สีแดง มีหน้าจอสัมผัสสั่งซื้อ ... เช่นเคย ตู้เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน ที่จริงมีคนเขียนวิธีจิ้มซื้อไว้อยู่ แต่ผมว่าอย่ากระนั้นเลย เรียกพนักงานมากดให้จะดีกว่า


ตอนเลือกก็มีการสอบถามข้อมูลผู้ซื้อโน่นนี่นั่นหลายอย่าง ผมบอกไปว่าคีย์ข้อมูลพนักงานไปเลย ยังดีที่เขายอมทำให้ (ฮา)

เสร็จสรรพก็ไปจ่ายเงินแล้วจะได้บัตรมา สวยหรูดูดีใส่ซอง ราคาเข้าชมผู้ใหญ่ 1,000 เยน ส่วนเด็ก 500 เยนครับ

บางรอบอาจเต็มก็ต้องปรับแผนถ้าคิดไปซื้อตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นครับ หลักๆ คนเยอะในวันหยุดและวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ตอนนี้พิพิธภัณฑ์เปิดมา 2 ปีแล้วความเห่อก็น่าจะลดลง (มิตรสหายท่านหนึ่งบอกมา)

การเดินทาง

พิพิธภัณฑ์โดราเอมอนมีพื้นที่เล็ก จึงไม่มีที่จอดรถยนต์ รถบัสเป็นหมู่คณะถ้ามาก็ต้องไปหาจอดที่อื่น (เลยเป็นเหตุผลที่ทัวร์ไม่ค่อยจัด) การเดินทางมาที่นี่จึงต้องใช้รถไฟต่อรถเมล์สถานเดียว

การเดินทางเริ่มด้วยนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Noborito ซึ่งมีรถไฟ 2 สายผ่านคือ
  • ถ้าเลือกนั่งรถไฟ JR เพราะมีพวกบัตร Pass ทั้งหลาย สถานีนี้อยู่บนเส้นทางสาย Nambu ซึ่งมีสถานีต้นทางคือ Tachikawa เดินทางได้จากรถไฟสาย Chūō ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางสายพิมพ์นิยม Yamanote แต่เส้นทางค่อนข้างอ้อมโลก
  • ถ้าไม่มีเงื่อนไขว่าต้องขึ้นรถ JR แนะนำให้ไปทางสาย Odakyū Odawara ซึ่งมีต้นทางที่สถานี Shinjuku ขึ้นรถทางฝั่ง JR แล้วนั่งรถไฟได้ทุกขบวนรถยกเว้นรถ Rapid Express ที่ไม่จอดสถานี Noborito ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็จะมาถึงสถานี Noborito แต่รถไฟสายนี้ไม่มีบัตร Pass ใดๆ

มาถึงสถานี Noborito ลงรถไฟมาก็รู้เลยครับว่าเป็นสถานี "โดราเอมอน"




ผมจองตั๋วไว้รอบเช้าสุด 10:00 แต่ก็ยังมาเช้ากว่าเวลามากเพราะ 8 โมงครึ่งผมก็ถึงสถานีแล้ว สมควรหาอะไรทานก่อน ซึ่งมีร้านอยู่ใกล้สถานีหลายร้านครับ สุดท้ายตายรังข้าวหน้าเนื้อ Sukiya -__-!



จุดขึ้นรถเมล์เพื่อไปสถานี เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อย ไม่ต้องกลัวสับสนเพราะบอกชัดเจนว่าจุดหมายปลายทางคือ Fujiko F. Fujio Museum ที่เดียวเลย

 

ตารางเวลาเดินรถ เที่ยวแรกออก 9:24


ยืนรอพักใหญ่ มีคนพอสมควร รถบัสก็มาถึงครับ ได้รถคิวทาโร่ (แง...)


รถบัสนี้ไม่ฟรี ค่าโดยสารเที่ยวละ 200 เยน จ่ายด้วยบัตร Pasmo หรือ Suica ได้

ในรถก็ตกแต่งกันแบบเล่นรายละเอียดจากการ์ตูนของอาจารย์ Fujiko กันเต็มที่เลย



รถบัสใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงพิพิธภัณฑ์ครับ ที่ Doraemon Museum จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก จะเห็นว่าด้านหน้ามีแค่ที่จอดรถไว้รับส่งชั่วคราวเท่านั้น


ระหว่างยืนรอเข้าแถวรอเวลา ที่กำแพงก็มีลูกเล่นเล็กน้อยให้ถ่ายรูปกันรัวๆ ด้วย


อันนี้เอาสินค้ามาวางโชว์ ให้อยากซื้อกันเลย (ช่วงที่ไปมีเทศกาลฮาโลวีน)

สักพักรถบัสเที่ยวถัดมาก็มาถึง คันนี้เป็นลายโดราเอมอน


สูจิบัตรที่แจกมีภาษาอังกฤษด้วย ไม่ต้องห่วงจะดูไม่รู้เรื่อง ส่วนภาษาอื่นก็มีจีนกับเกาหลี


ตรงเวลา 10:00 เจ้าหน้าที่ก็มาเปิดประตู พร้อมให้คำแนะนำในการเข้าชม (แน่นอน ฟังไม่รู้เรื่อง ฮา)


แต่ข้อบังคับก็สามัญพื้นฐานครับ อาศัยอ่านป้ายแทน ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา (โดยเฉพาะหนู)


ในการรับชมนิทรรศการช่วงแรกซึ่งทั้งหมดห้ามถ่ายภาพ (มีเจ้าหน้าที่เล็งดูเป็นจุดๆ อย่าไปพยายามครับ ฮ่า) เราจะได้รับแจกอุปกรณ์หูฟังคำบรรยาย (เป็นภาษาอังกฤษ) เมื่อถึงงานจัดแสดงเราก็กดหมายเลขนั้นเพื่อรับฟัง

ในช่วงแรกจะเป็นส่วนนิทรรศการแสดงผลงานและประวัติของอาจารย์ Fujiko ไปจนถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการ์ตูนตอนเด่นๆ, ต้นฉบับของจริง และอื่นๆ

ห้องจัดแสดงผลงาน (ภาพจากเว็บพิพิธภัณฑ์)

จากนั้นขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นการเล่าประวัติชีวิตส่วนตัวของอาจารย์ และนิทรรศการหมุนเวียน ช่วงที่ผมไปเป็นย้อนรอยโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ตั้งแต่ตอนไดโนเสาร์พีสุเกะไปจนถึงตอนล่าสุด ส่วนนิทรรศการปัจจุบันเป็นการเล่าเกร็ดจากฉบับภาพยนตร์ตอนตะลุยแดนมหัศจรรย์ (สุนัขเปโกะพาไปตะลุยแอฟริกาจนเจอเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในป่า) ซึ่งมีการนำมารีเมกเป็นฉบับภาพยนตร์ปี 2014 อีกครั้ง นิทรรศการชุดนี้จะแสดงถึงเดือนมิถุนายน


หมดส่วนชมนิทรรศการ ใช้เวลาราว 40 นาที ก็ออกมาส่วนจัดแสดงถัดไปซึ่งถ่ายรูปได้แล้ว เดินออกมาก็เจอมุมนี้เลย


ตรงนี้ความจริงทำมาเป็นมุมอ่านหนังสือ ซึ่งก็มีการ์ตูนโดราเอมอนและงานอื่นๆ ของอาจารย์ Fujiko ให้อ่าน แต่ความที่มีโดราเอมอนให้เทคแอคชั่นได้เป็นจุดแรก คนเลยมารุมถ่ายรูปเยอะหน่อย ตบตีกับคณะครอบครัวชาวจีนสักพักจนได้มุมโล่งๆ แบบนี้


นอกจากนี้ยังมีมุมสำหรับเด็กเล็กด้วย (จำกัดอายุ เว้นแต่เป็นพ่อแม่เด็ก) เกรงใจเลยไม่ได้เข้าไปลุย


รอบๆ ก็มีของเล่นแนวโดราเอมอนพอควร (การ์ตูนเรื่องอื่นด้วย) ถือว่ามาปลุกวิญญาณความเป็นเด็กแล้วกัน



หยอดไข่ 200 เยน ได้ที่ห้อยมือถือ (แล้วตรูใช้ iPhone !?!)

หน้าจอ Multi-Touch

ตู้สติกเกอร์ก็มี (เสียเงิน)

บรรยากาศรอบๆ ยังมีลูกเล่นหลายอย่างเพื่อให้ฟีลแบบโดราเอมอน อย่างป้ายห้องน้ำก็เป็นแบบนี้


อีกนิทรรศการที่ต้องชมคือภาพยนตร์เรื่องพิเศษ ซึ่งเปิดให้ชมเป็นรอบเวลาครับ


เนื้อเรื่องในภาพยนตร์ก็เป็นการนำตัวละครของอาจารย์ฟูจิโกะ F ฟูจิโอะมายำรวมกันในเรื่องเดียว ตัวเอกคือโดราเอมอนกับปาร์แมน ภาพยนตร์พูดภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดและไม่มีตัวบรรยาย (แง) แต่ก็อาศัยลูกเดาให้สนุกได้ครับ


จบจากการชมภาพยนตร์ก็มาถึงอีกส่วนจัดแสดงที่มีคนแชร์ภาพถ่ายเยอะ นั่นคือสวนกลางแจ้ง ซึ่งตรงนี้เปิดโอกาสให้เราได้ถ่ายภาพกับคาแรกเตอร์ต่างๆ อย่างเต็มที่

ปาร์แมนกับบู้บี้

อยากไปไหนก็ได้

ไดโนเสาร์พีสุเกะ (สังเกตเห็นตัวอะไรตรงมุมบนขวา รายละเอียดเยอะดี)

โดราเอมี

มุมหลักของการถ่ายภาพ นั่นคือลานกว้าง ท่อระบายน้ำ 3 อัน และโดราเอมอน




เดินในสวนกลางแจ้งนี้ ต้องลองสังเกตดู เพราะมีตัวละครลับซุกซ่อนอยู่ตามฉากหลังที่เป็นป่าต้นไม้เยอะครับ เป็นลูกเล่นที่น่ารักดี

คิโบ ต้นไม้พูดได้กับตอนที่สอนให้คนอ่านรักษ์โลก

ม้าไม้ไผ่ ซ่อนไว้เนียนมาก

จบการชมเนื้อหาจัดแสดง ก็ได้เวลาเที่ยงพอดี สมควรหาอะไรทาน ซึ่งที่นี่ก็มี Cafe' จำหน่ายอาหารเครื่องดื่มหลายอย่างครับ และทุกอย่างมีคาแรกเตอร์ของอาจารย์ฟูจิโกะประดับอยู่ด้วย

เริ่มด้วยกาแฟร้อน (400 เยน) กับพุดดิ้งไข่ลายพีสุเกะ (450 เยน) ก่อนครับ ตอนแรกในเมนูบอกว่าคาแรกเตอร์บนกาแฟที่เสิร์ฟจะ random มาให้ เราก็ลุ้นๆ แต่ก็ได้โดราเอมอนมาให้แชะภาพ :)


รสชาติก็ธรรมดาสามัญ แต่การพยายามดื่มเพื่อให้คงรูปโดราเอมอนจนหมดแก้วนี่ล้มเหลวครับ (ฮา)

จานหลักที่นี่ก็มีหลายอย่าง ผมสั่งข้าว Casserole เสิร์ฟพร้อมซุปมะเขือเทศ ซึ่งเป็นไม่กี่เมนูที่โปะหน้าโดราเอมอน (1,200 เยน)


ยอมรับว่าเลี่ยนมากครับจานนี้ ชีสเต็มพิกัดมาก ก็อย่างว่า ที่สั่งอาหารกันมานี่ เน้นถ่ายรูป-อัพ-แชร์ (ทำกันทุกโต๊ะเลย) เมนูน่ารักยังมีอีกหลายอย่าง อาทิ เค้กชิฟฟอนโดราเอมอน, เครปซูเนโอะ, แพนเค้กชิมปุย, BBQ รวมมิตรโดราเอมอน หรือข้าวหน้าหมูทอดไจแอนท์

ของที่ระลึกแนวของกินยังมีอีกหลายอย่างครับ โดรายากิ หรือขนมปังช่วยจำในตำนาน ก็มีให้เลือกซื้อกัน



ทางออกก่อนกลับเป็นจุดสุดท้ายคือร้านขายของที่ระลึกทุกชนิด ของส่วนใหญ่ผลิตเพื่อขายในพิพิธภัณฑ์นี้เป็นหลัก จึงไม่ควรพลาดหากต้องการอะไรติดไม้ติดมือครับ

ฟิกเกอร์ตัวใหญ่ ราคาถูกกว่าที่ขายใน Loft เมืองไทย

ตุ๊กตาตัวใหญ่ ขนที่ใช้นิ่มดูดีมาก

อยากเห็นคนไทยบินดั้ยยยยย

ร้านของฝากนี้ไม่เหมือนตามสถานที่อื่น เพราะต้องเสียเงินค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ก่อนจึงจะมาดูของในช้อปได้ ฉะนั้นหากจะมาเพื่อแค่ซื้อของฝากก็ทำไม่ได้ครับ

สำหรับการเดินทางกลับ ก็นั่งรถบัสที่ฝั่งตรงข้ามกลับไปที่ลงที่สถานี Noborito (เสียเงินอีกรอบ) จากนั้นก็เลือกเดินทางต่อได้ครับ หากยังมีเวลาก็อาจเลือกไปโยโกฮามาต่อได้ เนื่องจากไม่ไกลจากคาวาซากิมาก

โดยสรุปผมก็ประทับใจกับพิพิธภัณฑ์นี้ไปตามเรื่อง หากแต่ที่นี่แม้มีชื่อเล่นว่า Doraemon Museum แต่เนื้อหาก็เป็นการอุทิศให้อาจารย์ฟูจิโกะ F ฟูจิโอะเป็นส่วนใหญ่ และที่เลือกตั้งในเมืองคาวาซากิก็เพราะอาจารย์เกิดที่เมืองนี้ บรรยายในนี้ไม่ใช่เพียวโดราเอมอน พื้นที่จัดแสดงไม่เยอะ และมีโดราเอมอนให้ถ่ายรูปด้วยไม่เยอะมาก

ผมแนะนำให้มาอย่างยิ่งถ้าคุณอ่านงานของอาจารย์หลายเรื่อง คงสนุกดี ได้รำลึกอดีตกันไป แต่ถ้าหากเป็นพ่อแม่อยากพาลูกมาเดินดูโดราเอมอนแนวนั้น ที่นี่อาจจะไม่ตอบโจทย์ขนาดนั้น

ก็ขอจบซีรี่ส์ทริปญี่ปุ่นในรอบนี้กันตรงนี้ครับ

บล็อกตอนอื่นในชุดเที่ยวญี่ปุ่น




3 comments:

Vivitawin Krerngkamjornkij said...

ทำไปต้องเซ็นเซอร์หน้าคนด้วยอ่ะ -___-

bpasu said...

เซนเซอร์ด้วย laughing man สิครัช

onestopjapan said...

ขายตั๋ว โดราเอมอนว่งถึงบ้าน
www.onestopjapan.com