2014/09/01

LDC - บริษัท แอลดีซี เด็นทัล

ช่วงนี้มีหุ้นเข้าใหม่หลายตัว LDC เป็นหุ้นตัวล่าสุดที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 2 กันยายน 2557 ซึ่งมาพร้อมกับรูปแบบธุรกิจที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาด นั่นคือศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทาง (พูดง่ายๆ ก็คลินิกทำฟันครบวงจร) มาดูข้อมูลสรุปจากไฟลิ่งที่บริษัทยื่นไว้กันครับ

ภาพจากเว็บ LDC

แอลดีซี เด็นทัล (LDC) ก่อตั้งในปี 2535 ในชื่อของ ลาดพร้าวทันตคลินิก ตรงข้ามแม็คโครลาดพร้าว โดยทันตแพทย์วัฒนา ชัยวัฒน์ จากนั้นจึงย้ายที่ตั้งและปรับปรุงเป็นศูนย์ทันตกรรมลาดพร้าว - ขยายสาขาสองที่รามคำแหง 135 - สาขาสามรามอินทรา 37 และเปลี่ยนชื่อเป็นแอลดีซี ในปี 2549 ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งหมด 20 สาขา เป็นศูนย์ทันตกรรม 19 สาขา และคลินิก 1 สาขา โดยทั้งหมดอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีห้องทันตกรรมรวม 148 ห้อง แต่เปิดใช้งานจริง (มีเครื่องมือแล้ว) 108 ห้อง ที่เปิดเกินไว้นั้นเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ในครึ่งปีแรก 2557 มีอัตราการใช้บริการ 67.05% (คิดจากลูกค้าหนึ่งคน ใช้เวลาบริการ 1 ชั่วโมง คลินิกเปิด 9 ชั่วโมงต่อวัน)

นอกเหนือจากธุรกิจศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางที่ให้บริการครบวงจร LDC ยังมีอีกธุรกิจคือศูนย์ฝึกอบรมผู้ช่วยทันตกรรม ซึ่งบริษัทก่อตั้งปี 2546 ที่ LDC สาขาศรีนครินทร์ (ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่บริษัทด้วย) เนื่องจากตลาดมีความต้องการผู้ช่วยทันตแพทย์เพิ่มขึ้น แต่ผลิตบุคลากรไม่ทันความต้องการ โดยผลิตบุคลากรแล้ว 320 คน และ 42% ก็ทำงานอยู่กับ LDC ศูนย์นี้เน้นหลักสูตรระยะสั้น

ว่าด้วยธุรกิจศูนย์ทันตกรรม LDC

LDC วาง position เป็นคลินิกศูนย์ทันตกรรมทั่วไป เนื่องจากเน้นให้บริการโดยทันตแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา คู่แข่งหลักๆ จึงเป็นคลินิกทันตกรรมประเภทเดียวกัน และคลินิกทันตกรรมในโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน วางจุดขายคือเป็นคลินิกทันตกรรมที่ได้รับการรองรับมาตรฐาน HA (Hospital accreditation) และมีระบบ CRM ติดตามโทรนัดหมายและสอบถามลูกค้าหลังเข้ารับบริการ

โครงสร้างรายได้จากค่ารักษาของ LDC ส่วนใหญ่มาจากบริการจัดฟัน รองลงมาเป็นใส่ฟัน


ที่ดินและอาคารสาขาทั้งหมดของ LDC ใช้วิธีการเช่า ยกเว้นสาขาเสรีไทยที่เป็นเจ้าของเอง ทำให้บริษัทมีรายการสินทรัพย์อาคารที่ดินอุปกรณ์ไม่มาก และส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์การแพทย์

ต้นทุนในการให้บริการของ LDC นั้นประมาณ 50% มาจากค่าตอบแทนทันตแพทย์ 10% มาจากค่าเช่าที่ตั้งสาขา 10% เป็นเงินเดือนพนักงาน 7-8% เป็นต้นทุนเวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง โดยรวมแล้วต้นทุนจะอยู่ราว 90% ของรายได้

เพื่อให้เห็นภาพการแข่งขัน มีตัวเลขที่น่าสนใจคือในกรุงเทพฯ มีคลินิกทันตกรรมตอนนี้กว่า 1,300 แห่งครับ

การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน
  • LDC เสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 120 ล้านหุ้นๆ ละ 1.50 บาท รวม 180 ล้านบาท พาร์ 0.25บาท
  • LDC จะมีหุ้นรวมทั้งหมดหลังไอพีโอ 400 ล้านหุ้น
  • ตระกูลชัยวัฒน์ ผู้ก่อตั้งจะถือหุ้นหลังไอพีโอ 69.8% ทำให้ยังมีอำนาจบริหารสูง
  • บรรทัดที่น่าจะเป็นเครื่องหมายคำถามมากคือ P/E Ratio ที่ 1.50 บาทต่อหุ้น อยู่ที่ 75 เท่า (ใช้กำไร Q3'56-Q2'57)
  • เนื่องจากไม่มีหุ้นคลินิกทันตกรรมมาก่อน เกณฑ์อ้างอิงของ LDC คือตลาด mai PE เฉลี่ย 37.79 เท่า หุ้นกลุ่มการแพทย์ PE 29.48 เท่า
  • LDC จะใช้เงินเพิ่มทุนไปขยายเพิ่ม 3 สาขา, ซื้ออุปกรณ์เพิ่ม และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
การลงทุนมีความเสี่ยง กรุณาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจครับ


No comments: