2014/11/20

CBG - ข้อมูลสรุปของ คาราบาวแดง หุ้นไอพีโอตัวล่าสุด

CBG หรือบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คือหุ้นไอพีโอที่จะเข้าตลาดหุ้นไทยตัวล่าสุด (21 พฤศจิกายน 2557) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นมีหุ้นไอพีโอรัวต่อคิวกันเต็มไปหมดจนถึงท้ายปี

CBG มาพร้อมความน่าสนใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบุคคลมีชื่อเสียง...ช่ายม้ายพี่น้องงงง อย่างน้าแอ๊ด ยืนยง โอภากุล (แบบนี้เราจะเรียกชื่อเล่นหุ้น น้าแอ๊ด เป็น ADVANC หรือ CBG ละทีนี้) รวมทั้งปีนี้มีหุ้น "บริษัทขายน้ำ" เข้าตลาดสองตัวทั้ง ICHI และ SAPPE ซึ่งล้วนมีราคาปรับขึ้นสูง CBG ก็คงถูกจับตาด้วยเหตุผลเดียวกัน ว่าแล้วก็มาดูข้อมูลสรุปสำคัญของ CBG กันครับ


ภาพรวมบริษัท-ธุรกิจ


  • CBG จะทำตัวเป็นบริษัท "โฮลดิ้ง" โดยถือหุ้น 100% ในสามบริษัทย่อยคือ 1. คาราบาวตะวันแดง (ผลิต-การตลาด เครื่องดื่ม) 2. ตะวันแดง DCM (จัดจำหน่าย) 3. เอเชียแปซิฟิกกลาส (ผลิตขวดแก้ว)
  • เนื่องจากสามบริษัท CBG ถือหุ้นทั้งหมด และทำหน้าที่ประสานงานร่วมกัน งบการเงินรวมจึงรายงานแบบงบเสมือนเป็นกิจการเดียวกัน
  • โรงงานขวดแก้วสีชาเพิ่งก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม เพื่อลดการพึ่งพิงซัพพลายเออร์ อย่างไรก็ตามยังมีความไม่สมดุล โดยคาราบาวแดงมีกำลังผลิตสูงสุด 1,080ล้านขวดต่อปี แต่โรงงานขวดแก้วสูงสุด 650ล้านขวดต่อปี
  • DCM ดูแลการจัดจำหน่ายทั้งช่องทางดั้งเดิมและโมเดิร์นเทรด ส่วนตลาดต่างประเทศใช้วิธีขายขาดผ่านตัวแทน
  • ยอดขายในประเทศประมาณ 75% มาจากช่องทางดั้งเดิม อีก 25% มาจากโมเดิร์นเทรด
  • ยอดขาย 70% มาจากในประเทศ และ 30% มาจากต่างประเทศ โดยอัตราส่วนต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • ตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่มาจาก กัมพูชากับอัฟกานิสถาน นอกนั้นคือกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV และเยเมน
สินค้า
  • สินค้าของบริษัทตอนนี้มีเพียง 2 อย่างคือ เครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดง และเครื่องดื่มเกลือแร่สตาร์ทพลัส
  • คาราบาวแดง มีแพคเกจสองแบบเท่านั้นคือแบบขวด (10 บาท) เน้นขายในประเทศ และแบบกระป๋องขนาด 250cc เน้นขายต่างประเทศ
  • คาราบาวแดง ผลิตสูตรเดียว-ไซส์เดียว (อาจปรับส่วนผสมในต่างประเทศ) ไม่แตกไลน์แบบยี่ห้ออื่น โดยเน้นจุดขายว่ามีวิตามิน B12
  • สตาร์ทพลัส เครื่องดื่มเกลือแร่ขายขวดละ10บาท (250cc) เน้นว่ามี Zinc เป็นส่วนผสม ยังขายแต่ในประเทศ
งบการเงิน

อันนี้แปะรวมๆ เลยแล้วกัน จะเห็นว่าก็โตเรื่อยๆ ดี


อัตราส่วนการเงิน ณ สิ้น Q2/57 ที่น่าสนใจคือบริษัทมี Cash Cycle ติดลบ 13.8 วัน, ระยะเวลาขายสินค้า 19.2 วัน, อัตรากำไรขั้นต้น 33% และอัตรากำไรสุทธิ 13%

IPO และโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • หลังการทำไอพีโอ กลุ่มนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ (โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง) จะถือหุ้น 34.3%, กลุ่มณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ ถือหุ้น 26.6% และกลุ่มยืนยง โอภากุลถือหุ้น 14.2% เป็นรายย่อย 25%
  • เสนอขายหุ้น 250 ล้านหุ้นๆ ละ 28.00 บาท แบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุน 150 ล้านหุ้น และกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมขายออกมา 100 ล้านหุ้น
  • พาร์ 1 บาท, Book Value 2.03 บาทต่อหุ้น
  • P/E 30.3 เท่า ใกล้เคียงกับรายอื่น (ICHI 32.8, SAPPE 34.6, OISHI 31.1)
  • กสิกรไทยและ CIMB เป็น FA และลีดอันเดอร์ไรท์ ซึ่งทั้งสองเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ด้วย
  • เงินเพิ่มทุนจะนำไปชำระหนี้สถาบันการเงิน และอีกส่วนเป็นทุนหมุนเวียนขยายธุรกิจ
การลงทุนมีความเสี่ยง กรุณาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

No comments: