2014/11/12

หุ้นร้านหนังสือ

ในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นที่ทำธุรกิจร้านหนังสืออยู่หลายตัว ที่เป็นแบบทางตรงเช่น SE-ED, OFM (ร้าน B2S ซึ่งยังเป็นรายได้ส่วนใหญ่), AMARIN (ร้านนายอินทร์), BJC (เอเชียบุ้คส์) ช่วงที่ผ่านมากลุ่มร้านหนังสือเป็นธุรกิจที่ท้าทายมาก และผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นกรณีศึกษาที่ดีในการประเมินหุ้นต่อในอนาคต

กล่าวคือหุ้นร้านหนังสือถูกมองเป็นธุรกิจที่ไม่ค่อยสดใสมาหลายปี โดยดูจากร้านหนังสือในต่างประเทศเช่น B&N ก็หนีมาทำอีบุ๊คส์สู้กับ Amazon ส่วน Borders ก็ล้มละลาย อีกทั้งกระแสอีบุ๊คส์ก็มาแรงในต่างประเทศ




ผู้เขียนเป็นอีกคนที่ก็ต่อต้าน ด้วยเหตุผลว่าชอบอ่านบนกระดาษมากกว่า (เชื่อว่ามีคนคิดแบบนี้เยอะ) ซึ่งเหมือนแนวคิดนี้จะถูกต้องเพราะพฤติกรรมการอ่านหนังสือบ้านเราก็ไม่ได้เป็นไปตามกระแสต่างประเทศมากนัก งานหนังสือก็ยังทำหน้าที่ได้ดี คนยังซื้อแบบกระดาษต่อไป ออนไลน์แนวเสียเงินบ้านเรามาช้าอยู่แล้ว

แต่ผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาที่ลดลงก็คงสะท้อนอะไรออกมาบ้างว่าคนอ่านหนังสือน้อยลง เคยคุยกับคนในวงการก็พบว่า ที่น่าวิตกคือ ตลาดหนังสือบ้านเราไม่ได้ย้ายจากการอ่านกระดาษไปเป็นอีบุ๊คส์ นั่นคือแม้ร้านหนังสือจะสร้างพื้นที่ออนไลน์ขายอีบุ๊คส์ ก็ช่วยได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด

สิ่งเกิดขึ้นคือคนใช้สายตาไปอยู่ที่อื่นมากขึ้น ไม่ใช่หนังสือ ไม่ใช่อีบุ๊คส์ แต่เป็นออนไลน์แบบอื่น เช่นอัตราการดู YouTube บ้านเราที่สูงในระดับโลก หนังสือจึงถูกดึงความสนใจออกไปนั่นเอง รวมถึงคอนเทนต์มากมายก็มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต เป็นการช่วงชิงสายตาในแต่ละวันของผู้คนออกไป

ในร้านหนังสือกลุ่มที่ยังพอไหวตอนนี้จะเห็นว่าเน้นหนังสือไปกลุ่มหนังสือเด็ก กับตำราเรียน ซึ่งยังเป็นสองตลาดที่หนังสือแบบพิมพ์ยังไปได้อยู่ หรือไม่อย่างนั้นก็ niche ไปเลย

กรณีของร้านหนังสือยังเป็นเคสที่ดีว่าการประเมินกิจการแบบพื้นฐาน ต้องระวังเรื่องเหล่านี้
  • การดูสินค้าทดแทน ไม่ใช่แค่มองหนังสือพิมพ์เล่ม ไปเป็นอีบุ๊คส์ แต่ต้องคิดถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วย
  • กิจการที่โตด้วยการเพิ่มสาขา เมื่อกลับทิศผลก็จะหนักมากเช่นกันเพราะมี Fixed Cost สูง (กรณี Starbucks ในอเมริกานี่ชัดมาก)

No comments: