2015/01/13

กลยุทธ์ซูชิ 5 บาท

วันก่อนพี่ที่เคารพท่านหนึ่งโพสต์บ่นใน Facebook เพราะไปเจอร้านขนมแห่งหนึ่ง ขายขนมชื่อ "มาการอง" 10 ชิ้นราคา 69 บาท!!

หน้าตาก็สวยดี มีสีสันต่างๆ แต่เห็นว่าเนื้อขนมมันก็คือขนมผิงไซส์ใหญ่ใส่สีผสมอาหาร ประมาณนั้น (ฮา)

เอาเข้าจริงเรื่องที่น่ารู้คือสินค้าพวกนี้มันก็ขายดีเหลือเชื่อนะครับ ถ้าให้เรียกชื่อว่ากลยุทธ์ซูชิ 5 บาทก็คงเห็นภาพชัดดี


เวลาเดินตามตลาดนัดเราคงคุ้นตาที่จะเห็นแผงขายซูชิ ชิ้นกะทัดรัด โปะหน้าต่างๆ แล้วขายราคาชิ้นละ 5-10 บาท ประเด็นคือถ้าคุณทานซูชิตามร้านอาหารญี่ปุ่นมาบ้าง ก็คงสงสัยว่าแบบนี้มันดีเหรอ

เรื่องน่าสนใจคือสินค้าประเภทโคลนรูปแบบสินค้าราคาแพงมาขายในราคาถูก โดยปรับลดองค์ประกอบบางอย่าง (เช่นคุณคงไม่เจอซูชิปลาแซลมอนเกรดพรีเมี่ยมในร้านแบบนี้แน่) พวกนี้มันขายดีมากนะครับ ซึ่งพิสูจน์ได้ง่ายๆ ว่าไปตรงไหนก็เจอ


กรณีเดียวกันนี้ทำให้เราได้เห็นนอกจากซูชิ 5 บาท, เค้กหน้าตาหรูแบบในคาเฟ่ 3 ชิ้น 100, มากาฮองชิ้นละ 5 บาท และอะไรแนวนี้อีกมาก เพราะสินค้าเหล่านี้มีการเลือกกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเอาไว้ชัดเจน ซึ่งอาจจะใช่เราหรือไม่ใช่เรา แต่ก็คือคนที่อยากทานของที่ดูมีราคา ในราคาที่ไม่แพง

โอเคละ คนที่ทานของดีเป็นประจำเห็นแบบนี้ก็คงขัดใจหน่อย แต่ไม่มีใครผิดนะครับ ทุกคนได้รับในสิ่งที่ตนพอใจ

หนังสือนักลงทุนพื้นฐานมักบอกว่าให้เราลงทุนในกิจการที่เรากินเราใช้ เราเข้าใจ แต่บางครั้งเราต้องประเมินด้วยว่าไลฟ์สไตล์ของเรานั้นจะสะท้อนไปหาการลงทุนในกิจการที่ดีได้หรือไม่ อย่างร้านซูชิ 5 บาท เขามีต้นทุนไม่สูงและขายได้วอลุ่มหากอยู่ในทำเลที่เหมาะสม แต่ร้านซูชิหรูกลับต้องเรียกลูกค้าด้วยโปรลด 50% เรื่อยๆ จนกลายเป็นไม่ลดไม่กิน

ครั้งหนึ่งมีหุ้นเครื่องสำอางตัวหนึ่งในตลาดฯ แลดูคนให้ความสนใจกันมากเพราะเขาบอกว่าเน้นเครื่องสำอางเกาหลี ผู้เขียนก็ลองไปดูที่ร้านพบว่าส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางกล่องสไตล์เกาหลี ผลิตในจีน จึงรู้สึกแปลกๆ แต่เอาเข้าจริงสินค้าเขาก็ขายได้ดีทีเดียว เพราะเครื่องสำอางจากเกาหลีของจริง ราคามันสูง ขณะที่สไตล์เกาหลีนั้นราคาไม่แพง กลยุทธ์นี้มิสทีนเคยใช้และประสบความสำเร็จดี โดยวางตำแหน่งเป็นเครื่องสำอางระดับดาราใช้ (จ้างนางเอกเป็นพรีเซนเตอร์) ในราคาไม่แพง ก็ได้ผลเช่นกัน


No comments: