2015/02/16

PLANB ข้อมูลสรุปหุ้นไอพีโอตัวล่าสุด แพลน บี มีเดีย

PLANB หรือ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) คือหุ้นไอพีโอที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากบริษัทยื่นไฟลิ่งแรกไว้ตั้งแต่ตุลาคมปี 2556 โดยเป็นบริษัทที่จะเข้าซื้อขายใน SET ตัวแรกของปี 2558 หากไม่นับกองทุนรวม

ธุรกิจของ PLANB คือการให้บริการด้านสื่อโฆษณาแบบครบวงจร โดยเน้นไปที่โฆษณาแบบนอกบ้าน (Out of Home Media) ซึ่งแม้มีบริษัทในตลาดหุ้นที่ทำธุรกิจคล้ายกับ PLANB แต่บริษัทนี้ก็มีจุดเด่นอยู่หลายอย่าง มาดูข้อมูลสรุปที่น่าสนใจกันครับ



สื่อโฆษณาที่ PLANB ให้บริการ



  • PLANB ให้บริการสื่อนอกบ้านแบบครบวงจร กล่าวคือเริ่มตั้งแต่ให้คำปรึกษา วางแผน ทำการตลาด คิดเนื้อหานำเสนอในสื่อ ติดตั้งโฆษณา และดูแล
  • สื่อโฆษณาที่ PLANB ให้บริการ แบ่งได้เป็น โฆษณาบนขนส่งมวลชน, โฆษณากลางแจ้งภาพนิ่ง, โฆษณากลางแจ้งสื่อดิจิตอล และโฆษณาในห้างสรรพสินค้า
  • โฆษณาบนรถเมล์-รถร่วม ขสมก. มีรวมประมาณ 2 พันกว่าคัน ซึ่งขายโฆษณาได้ทุกจุด ตั้งแต่แรปภายนอก ไปจนถึงเบาะนั่ง ราวจับ และโฆษณาบนจอ LCD รวมถึงล่าสุดการให้บริการ WiFi บนรถเมล์ก็เป็นของ PLANB
  • โฆษณาในรถไฟฟ้า MRT ตั้งแต่ป้ายในชานชาลา, จอ LCD ขณะรอรถไฟ, จอ LCD ในรถไฟ, VDO Wall
  • ป้ายโฆษณาภาพนิ่ง - PLANB มีหลายรูปแบบในหลายจุดสำคัญทั่วเมือง เช่น ป้ายเลื่อนบนสีลม, พระราม4, ป้ายที่เสาตอม่อทางด่วนพระราม4, ป้ายโฆษณาที่ติดกับป้ายรายงานสภาพจราจรบนทางด่วน และป้ายที่นำตู้โทรศัพท์เดิมมาปรับปรุง นอกจากนี้ยังมีป้ายโฆษณาในเชียงใหม่อีกกว่า 200 ป้าย

ป้ายโฆษณาดิจิตอล 90 องศา ที่ลานพาร์กพารากอน

  • ป้ายโฆษณาดิจิตอล - PLANB เป็นเจ้าของจอ LED สำคัญในกรุงเทพฯ หลายป้าย อาทิ จอหน้าพารากอน, ตึก Interchange แยกอโศก, จอลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์, 5 จอในสยามสแควร์, จอหน้าเซ็นทรัลตามหัวเมือง 6 แห่ง และอีกหลายจอในย่านธุรกิจสำคัญที่มีการจราจรหนาแน่น
  • สื่อโฆษณาในห้างสรรพสินค้า อาทิ สื่อโฆษณาทั้งหมดในห้างเมกะบางนา, โฆษณาดิจิตอลในพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ รวมทั้งเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์ ในอนาคต

ประวัติบริษัทแบบย่อ



  • ก่อตั้งปี 2548 โดยคุณปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ซึ่งขณะนั้นคุณปรินทร์อายุเพียง 24 ปีเท่านั้น โดยเริ่มจากทำโฆษณาบนรถเมล์ยูโรทู และป้ายโฆษณาในห้องน้ำในสถานที่ต่างๆ (โฆษณาในห้องน้ำทำในนามอีกบริษัท) ซึ่งคุณปรินทร์ มีชื่อเล่นว่าบี จึงเป็นที่มาของชื่อบริษัท แพลนบี นั่นเอง
  • ปี 2553 เริ่มทำสื่อโฆษณาริมถนนด้วยการนำตู้โทรศัพท์เก่าของ TOT มาปรับปรุงเป็นป้ายโฆษณา
  • ปี 2554 เริ่มทำสื่อโฆษณาริมทางด่วน และโฆษณาใน MRT และเริ่มเข้าสู่ป้าย LED ด้วยจอที่อาคาร Interchange
  • ถ้าสงสัยว่าแพลนบีมันฟังดูเหมือนแผนสอง แผนสำรอง คุณปรินทร์เคยให้สัมภาษณ์ว่านอกจากเพราะชื่อเล่น เขาเชื่อว่าคนเราทำอะไรก็ต้องมีแผนสำรองไว้ด้วยจึงเลือกใช้ชื่อนี้
  • บริษัทมีจำนวนพนักงานสิ้นไตรมาส 3/2557 อยู่ 195 คน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานฝ่ายปฏิบัติการ
  • งาน CSR ที่โดดเด่นมากของ PLANB คือโครงการประกาศติดตามเด็กหายร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา
ประกาศหาเด็กหายรันทุก 15 นาที ซึ่งเป็นความร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา (ที่มา)

Growth Story


จอ LED ที่หน้าห้างเมกะบางนา

  • PLANB อธิบายว่าบริษัทสื่อโฆษณามีอยู่มาก แต่สิ่งที่ PLANB ทำคือขายนวัตกรรม พัฒนาวิธีนำเสนอโฆษณาในรูปแบบใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาของบริษัทสะท้อนว่าบริษัทสามารถสร้างความแตกต่าง หาจุดขายในที่ตั้งใหม่ได้โดยไม่ต้องแข่งขันด้านราคา และสามารถเกาะพื้นที่ชีวิตคนเมืองได้มากกว่าคู่แข่ง
  • อายุเฉลี่ยพนักงานก็อยู่ที่ 30 ปี จึงมีคาแรกเตอร์เป็นทีมคนรุ่นใหม่มาก
  • ปัจจุบันมีสื่อโฆษณาใน MRT ซึ่งยังมีโอกาสขยายตัวได้ไปตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ในอนาคต
  • การเริ่มได้เข้ามาติดตั้งสื่อโฆษณาที่ป้อมตำรวจซึ่งเดิมเป็นของ Hello Bangkok (เพิ่มเติม)
  • บริษัทมีผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์คือ Emtek Group ซึ่งเป็นบริษัทสื่อรายใหญ่อันดับสองในอินโดนีเซีย ถือหุ้น 11.3% หลังไอพีโอ เพื่อเตรียมขยายตลาดสู่อาเซียน
  • บริษัทจะขยายธุรกิจป้ายโฆษณาไปยังหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของผู้ถือหุ้น Emtek โดยตอนนี้มีอุดรธานีเพิ่มมาอีกแห่ง

งบการเงิน



  • ในงบดุล สินทรัพย์ (รวม 2,300 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เกือบ 50% เป็นบรรดาอุปกรณ์โฆษณา
  • หนี้สินรวม 1,578 ล้านบาท เป็นหนี้สินระยะยาว 647 ล้านบาท (D/E 2.1 เท่า)
  • งวด 9เดือน 2557 มีรายได้ 1,001.9 ล้านบาท EBIT 203.2 ล้านบาท และ Net Profit 125.3 ล้านบาท
  • รายได้โฆษณาบนขนส่งมวลชน 31.5%, ป้ายนิ่ง 31.3%, ดิจิตอล 33.8%, ป้ายในห้างสรรพสินค้า 3.5%
  • งวด 9เดือน 2557 ROA 7.3%, ROE 20.8%
  • บริษัทมีรายการพิเศษ Impairment Loss 125 ล้านบาทในปี 2556
  • การเติบโตปี 2557 มีไม่มาก บริษัทอธิบายว่าเป็นเพราะตลาดโฆษณาหดตัวเนื่องจากปัญหาการชุมนุมทางการเมืองช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็มีค่าใช้จ่ายจากการขยายพื้นที่โฆษณาใหม่ๆ รองรับอนาคต

IPO และกลุ่มผู้ถือหุ้น


  • หลังไอพีโอ กลุ่มคุณปรินทร์จะถือหุ้นรวม 51% ส่วนกลุ่มดร. พินิจสรณ์ถือหุ้น 11.4%, Emtek 11.3%
  • ขายหุ้นเพิ่มทุน 897.6 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.7% ราคาหุ้นละ 2.00 บาท พาร์ 0.10 บาท รวม 1,795 ล้านบาท
  • Merket Cap. ที่ราคาไอพีโออยู่ที่ 6,990 ล้านบาท (VGI ตอนนี้ 41,000 ล้านบาท)
  • P/E 30.74 เท่า (VGI 40.9, MACO 30.46, AQUA 19.02)
  • เงินเพิ่มทุนส่วนใหญ่จะนำไปชำระหนี้ 1,290 ล้านบาท ซึ่งทำให้ D/E ลดลงอย่างมาก ที่เหลือนำมาขยายธุรกิจ
  • หลักทรัพย์บัวหลวงเป็น Lead Underwrite ส่วนกสิกรไทย, ทิสโก้ และไทยพาณิชย์เป็น Co

การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ


No comments: