2015/03/21

อิชิตันใน SET Opp Day Q4/2014 และแผนบุกอินโดนีเซีย

อิชิตัน (ICHI) เพิ่งมาร่วมงาน SET Opp Day ครั้งแรก ก็นับว่าน่าสนใจเพราะถือเป็นครั้งแรกที่ซีอีโอคนดังอย่างคุณตัน ภาสกรนที มาแถลงผลประกอบการและพบปะนักลงทุนในนามบริษัทใหม่ (คุณตันมา Opp Day ครั้งปี 2550 ในนามโออิชิ) มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง ทั้งการแข่งขันในประเทศ ซึ่งโออิชิเพิ่งเปิดประเด็นไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน หรือประเด็นที่คนสงสัยอย่างการซื้อน้ำส้มไบเล่ และประเด็นการขยายฐานในตลาดอินโดนีเซีย



ตลาดในประเทศ

  • Q4/2014 NPM ลดเยอะ เนื่องจากมีรายการตัด impairment ของดีลซื้อไบเล่ โดยเลือกตัดทั้งหมดคราวเดียว
  • Q4/2015 จะมีเครื่องดื่ม category ใหม่ ซึ่งยังไม่เปิดเผยตอนนี้ แต่เชื่อมั่นว่าจะเป็น next เย็นเย็น
  • ค่าใช้จ่ายการตลาดจะยังควบคุมให้อยู่ที่ 14% ของยอดขาย
  • อากาศปีนี้ร้อนมาก สินค้าขายดี และสถานการณ์ตอนนี้คือผลิตไม่ทันขาย
  • ตัวเลขกำลังการผลิตปีนี้ 1,100 ล้านขวด จะพยายามให้เป็น OEM น้อยที่สุด
  • ภาพรวมตลอดปี Market Share สูงกว่าโออิชิ และมีบลัฟว่าที่โออิชิบอกเดือนล่าสุดยอดขายดีกว่า เป็นเพราะดัมพ์ราคาลง
  • อิชิตันจะโฟกัสที่การทำกำไรสูงสุด ไม่ใช่ยอดขายหรือ Market Share
  • รายได้ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ลาว พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ จีนตอนใต้

ไบเล่

  • สินค้าเริ่มจำหน่ายแล้วที่เซเว่นฯ และฝาเข้าร่วมแคมเปญเบนซ์ได้
  • คาดยอดขายปีแรก 600 ล้าน
  • เชื่อมั่นว่า Brand Engagement ของคนไทยกับไบเล่ยังดีอยู่

อินโดนีเซีย


อินโดนีเซียดูเป็นหัวข้อหลักของ Opp Day รอบนี้ เพราะมีการพูดถึงและถามตอบเยอะ ฟังแล้วก็ถือเป็นการเดิมพันการเติบโตครั้งใหม่ของอิชิตัน

  • คุณตันไปอินโดนีเซียได้ 15 นาที ก็ตัดสินใจเลือกประเทศนี้เป็นเป้าหมาย
  • อินโดนีเซียน่าสนใจตรงที่ ประชากรเยอะมาก (253 ล้านคน), ประชากรเด็ก-วัยรุ่นเยอะ, อากาศร้อน, คนนิยมทานอาหารรสจัด, ติดหวานเหมือนคนไทย ขนาดตลาดก็สูงถึง 7 หมื่นล้าน
  • JV ที่ไปตั้งในอินโดนีเซีย เป็นการถือหุ้น 50% ฉะนั้นในงบรวมจะบันทึกแค่กำไรสุทธิเข้ามา
  • พาร์ตเนอร์อินโดนีเซียประกอบด้วย เจ้าของ Alfamart ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่กว่าหมื่นสาขาในอินโดนีเซีย และกลุ่ม Mitsubishi เจ้าของ Lawson ญี่ปุ่น
  • ดีลนี้ลงตัวเพราะทาง Alfamart ไม่มีธุรกิจ beverage ในมือ แต่มี distribution channel
  • คุณตันเล่าว่า จะเน้นให้ Alfamart พยายามผลักดันสินค้าบนชั้นขายให้มากที่สุด
  • ช่วงแรกใช้ OEM ถ้ายอดขายถึงระดับหนึ่งจะตั้งโรงงาน
  • ตลาดอินโดนีเซียเน้นขวดแก้วและถ้วย กำลังเปลี่ยนผ่านเป็น PET ทำให้อิชิตันซึ่งถนัดเกมนี้ได้เปรียบ อีกทั้งโรงงานส่วนใหญ่ยังเป็น Hot Fill ต้นทุนก็สูง
  • ทำตลาดเฉพาะในโซน Jakarta เนื่องจากตลาดอินโดนีเซียใหญ่มาก เลยเลือกเล่นเกมป่าล้อมเมือง เอาแชร์ 1-2% ให้ได้ก่อน
  • เครื่องดื่มจะเน้นความหอม ซึ่งเป็น key success ในอินโดนีเซีย ช่วงแรกเป็นชาเขียว 2 รสชาติ มีรสชาติที่แตกต่างจากคู่แข่งเพื่อให้โดดเด่น เริ่มขายใน Q2
  • เป้าหมายคือหาสินค้าที่โดนตลาดให้ได้ 1 ตัว จะเป็นชาเขียว จับเลี้ยง หรือ Thai Iced Tea อะไรก็ได้

อื่นๆ

  • พูดถึงคู่แข่งทำน้ำจับเลี้ยงว่า สินค้าที่พยายามโคลนนิ่งไม่เคยประสบความสำเร็จ ยิ่งใช้ราคาขายตัดยิ่งอยู่ระยะยาวไม่ได้ (ประเด็นนี้มีงงๆ ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันอีกที)
  • พนักงานอิชิตันทุกคนมีหุ้นบริษัท ทำให้การทำงานเป็นสไตล์เจ้าของมากกว่าลูกจ้าง
  • สินค้าประเภท Sugar Free จะไม่เติบโตมาก และไม่ใช่เทรนด์ที่จะมาแทนเครื่องดื่มมีน้ำตาล เนื่องจากขัดกับ taste คนไทย แต่บริษัทยังผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม
  • ถ้า OEM ในอินโดนีเซียผลิตไม่ทันขาย จะใช้โรงงานไทยผลิตป้อนให้ ส่วนสินค้าที่ขายในไทยก็ไปจ้าง OEM ไทยต่ออีกทอด (ที่ต้องทำสองต่อเป็นเรื่องใบอนุญาต)

เป็น Opp Day ที่ดูเพลินดี คุณตันเป็นนักเล่าเรื่องที่สนุก วาดภาพให้เข้าใจได้ง่าย และสิ่งที่เล่าค่อนข้าง favor ผู้ถือหุ้นได้ดีทีเดียว แต่ที่เหลือจะเชื่อไม่เชื่อ ลงทุนไม่ลงทุน ก็ถือเป็นความเสี่ยงของแต่ละท่านนะครับ


No comments: