2015/08/16

JMART กับบริษัทลูกทั้งหลาย

มีคนทักตัวนี้มาคือ JMART บอกว่าดูมูลค่าแล้วแปลกๆ ก็เลยมาดูเพิ่มเติมตามเขาบอก พบว่าจริงแท้แน่เชียว


JMART ตอนนี้มีบริษัทลูกสองตัวหลักๆ คือ JMT ตัวนี้อยู่ในตลาดหุ้นแล้ว ทำธุรกิจบริหารหนี้สิน อีกตัวชื่อ เจเอเอส แอสเซ็ต กำลังจะเข้าตลาดหุ้นใน Q3 (ถ้าไม่เลื่อน) ทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ มีห้างคอมมิวนิตี้มอลล์ชื่อ The JAS กับดูแลพื้นที่ตู้ขายมือถือในบิ๊กซี หลายสาขา

นอกจากนี้ JMART ยังไปลงทุนเพิ่มใน บ.ซิงเกอร์ (SINGER) จนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งด้วยสัดส่วน 24.99% (ข่าว)

ด้วยมูลค่าสามกิจการที่ JMART เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมกับกิจการหลักของ JayMart เอง คือการเป็นผู้จัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จึงพบตัวเลขที่น่าสนใจ สำหรับผลการดำเนินงานใน Q2/58 คือ


จะเห็นว่า เมื่อเอามูลค่ากิจการ JMART หักลบด้วยมูลค่าตามสัดส่วนหุ้นของ JMT และ SINGER เอาแค่สองตัวนี้ มูลค่ากิจการ JMART จะเหลือ 763 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าหุ้น JMT และ SINGER ที่บริษัทถืออยู่ด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่ตลก ยิ่งเมื่อดูรายได้-กำไรขั้นต้น ของธุรกิจมือถือ เทียบกับอีกสองตัวยิ่งชัดว่าใครควรใหญ่กว่าใคร

ส่วนตัวค่อนข้างเชื่อว่าเมื่อ J.A.S. Assets (ตัวย่อ J) เข้าตลาดแล้ว มูลค่ากิจการของ J น่าจะทำให้ตัวมูลค่า JMART เอง แปลกๆ ยิ่งกว่านี้อีก แต่จะเป็นแบบไหนก็เดาไม่ถูกเหมือนกัน

ที่จริง JMART ไม่ได้เพิ่งมี valuation แบบงงๆ อย่างนี้ แต่เป็นมาสักพักใหญ่แล้ว ใครก็มักจะชี้ไปที่ JMT ว่ามีมูลค่า "เว่อร์" (เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ก็ดูตัวเลขเอาเอง) ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าคิดแบบนี้ทำไมยังเลือกถือ JMT กันต่อไปได้ (ฮา)

เขาบอกว่าตลาดหุ้นสามารถทำกำไรได้จากความไม่สมเหตุสมผล กรณี JMART นี้ก็น่าจะทำให้คิดต่อไปได้หลายวิธีการเช่นกันครับ


No comments: