2015/11/05

ย้อนอดีต TrueVisions ในช่วง 3 ปีที่ไม่มีพรีเมียร์ลีก

ในกลุ่มผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวีนั้น ก็ทราบดีว่าคอนเทนต์เรียกลูกค้าที่สุดก็คือฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เกมมีการเปลี่ยนมือเมื่อบริษัท CTH ชนะการประมูลเป็นเวลา 3 ปี จากเดิมที่คอนเทนต์นี้แทบจะผูกขาดโดยทรูวิชั่นส์ ซึ่ง CTH ก็กวาดลูกค้าไปได้พอสมควร แต่ทาง CTH ก็มีปัญหาไม่สามารถคุ้มทุนจากรายการนี้ได้

ตอนนี้เกมจะเปลี่ยนอีกรอบ เมื่อผลการประมูลพรีเมียร์ลีก 3 ปีลอตใหม่ เริ่มฤดูกาล 2016-17 กลายเป็น BeIN Sport สื่อใหญ่จากตะวันออกกลางเป็นผู้ชนะประมูลการออกอากาศในไทย ซึ่งดีลคล้ายๆ ESPN+Start Sports ได้สิทธิเมื่อหลายปีก่อน (รายละเอียดข่าวตามลิงก์นี้)

BeIN Sport นั้นถือว่ามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทรูวิชั่นส์ ปัจจุบันฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก BeIN ก็เป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ และมีทรูวิชั่นส์เป็นผู้นำมาออกอากาศต่อ โดยไม่มี CTH เข้าร่วม จึงคาดกันว่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีกรอบนี้ ทรูวิชั่นส์ก็น่าจะได้ออกอากาศเพียงรายเดียว

แม้ยังไม่เป็นทางการ แต่ในสภาพนี้ก็น่าสนใจว่าอนาคตของ CTH จะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา CTH ดึงคนไปได้ก็เพราะบอลพรีเมียร์ลีกเป็นหลัก ถ้าไม่มีแล้วก็น่าจะเสียลูกค้าไปมาก (ผู้เขียนมีเพื่อนที่ติด CTH หลายคน ทุกคนบอกเหมือนกันว่าถ้าไม่มีพรีเมียร์ลีกก็คงเลิก)

แต่ถึงอย่างนั้นโลกคงไม่แย่เสียทั้งหมด เพราะสามปีก่อนหลายคนก็เดาว่าทรูวิชั่นส์เองพอไม่มีพรีเมียร์ลีกก็น่าจะอ่วม หรืออาจจะเสียหายจนไปไม่รอด (ด้วยหลักคิดเดียวกัน) แต่เอาเข้าจริงเวลา 3 ปีที่ไม่มีบอลพรีเมียร์ลีก ทรูวิชั่นส์กลับประคองตัวเองแบบพอไปได้ เลยพาไปย้อนดูกัน

เมื่อไม่มีฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นอกเหนือจากการอัดโปรโมชันดึงลูกค้าไว้ ทรูวิชั่นส์ก็พยายามซื้อกีฬาอื่นมาออกอากาศให้มากที่สุด และมีพัฒนาการสำคัญดังนี้
  • โปรโมตฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกให้มากขึ้น ซึ่ง timing ดีมากเพราะความนิยมบอลลีกไทยกำลังมาพอดี
  • ชิงซื้อคอนเทนต์กีฬาอื่นมาตุนแบบครบครัน แม้กระทั่งกีฬาเฉพาะกลุ่มอย่าง รักบี้ ฮอกกี้ ก็มีให้ชม
  • ประมูลช่องทีวีดิจิตอล 2 ช่อง คือช่องข่าว TNN24 และช่อง SD True4U ส่งผลให้การถ่ายทอดสดกีฬาที่มีเงื่อนไขบังคับให้ออกอากาศแบบภาคพื้นด้วยอย่างบอลยูฟ่า ไม่ต้องไปฝากที่ช่อง 3 ช่อง 7 เหมือนในอดีตแล้ว
ผลจากการปรับเกมทำให้ในแง่งบการเงินนั้น ทรูวิชั่นส์ยังทรงๆ (คือกำไรสลับขาดทุน) แต่ตัวเลขสมาชิกนั้นน่าสนใจมาก ตามกราฟด้านล่าง (ปี 2012 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่มีพรีเมียร์ลีก จนถึงครึ่งแรกปี 2015)

 

จะเห็นว่าจำนวนสมาชิกรวมของทรูวิชั่นส์นั้นไม่ลดลงเลย (เส้นสีม่วง) ยอดล่าสุดคือ 2.7 ล้านคน อย่างไรก็ตามทรูวิชั่นส์ใช้วิธีนับรวมทั้งพวกซื้อกล่อง Free To Air และกลุ่มลูกค้า Freeview ที่ไม่สร้างรายได้แบบสมาชิก

พอลงมาดูรายละเอียดเฉพาะลูกค้าที่จ่ายเงิน (สีแดง) จะเห็นว่าจำนวนไม่มีการลดลงเลยเพิ่มขึ้นตลอด ผู้เขียนเดาว่าส่วนหนึ่งมาจากการทำโปรโมชันอินเทอร์เน็ตแบบขายพ่วง (สุขคูณสาม / Smart Choice) จึงทำให้ได้ลูกค้าทรูวิชั่นส์แบบเสียเงินเพิ่มมา

อย่างไรก็ตาม การไม่มีฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนั้นส่งผลกระทบชัดเจนมากในเส้นสีส้ม คือกลุ่มลูกค้าเสียเงินแบบพรีเมียม (Silver / Gold / Platinum) เพราะจำนวนลดลงมาต่อเนื่อง ล่าสุดเหลือไม่ถึง 3 แสนคน และก็กระทบกับรายได้เฉลี่ยต่อเดือนจากลูกค้า (ARPU - กราฟแท่ง) ที่ช่วงล่าสุดเหลือราว 500 บาทเท่านั้น

จะเห็นว่าการไม่มีบอลพรีเมียร์ลีก กระทบทรูวิชั่นส์อยู่พอควร แต่การแก้เกมในช่วงรอคอย 3 ปี ทรูก็เลือกวิธีการได้ดีและพยุงตัวเลขไว้ได้ ซึ่งในอนาคตก็น่าจะกลับมาดีขึ้น

CTH ยังมีคอนเทนต์ไม้ตายอีกตัวคือฟุตบอลยูโร 2016 (ได้มาจากการเทกโอเวอร์ GMMZ) ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรครับ


No comments: