2015/12/04

คดี Martha Stewart กับการใช้ข้อมูลภายในขายหุ้น ImClone

Martha Stewart เป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงในการเป็นแม่แบบของ "การใช้ชีวิตแบบอเมริกัน" โดยมีทั้งหนังสือทำอาหาร สินค้าตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ จนต่อยอดมาเป็นนิตยสารและรายโทรทัศน์ Martha Stewart Living

ภาพลักษณ์ของ Martha คือแม่บ้านอเมริกัน ผู้มีรสนิยมในการใช้ชีวิต ปี 1997 จึงรวมกิจการทั้งหลายที่ทำ เป็นบริษัทเดียวชื่อ Martha Stewart Living Omnimedia เพื่อเสริมแบรนด์ Martha ให้แข็งแกร่งขึ้น บริษัทนี้มีทั้งรายการโทรทัศน์ นิตยสาร สินค้าในบ้าน ตลอดจนทำตัวเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้า และกระทั่งบริการจัดดอกไม้ บริษัทเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กในปี 1999 และด้วยมูลค่ากิจการที่ทะยานอย่างรวดเร็ว Martha Stewart กลายเป็นนักธุรกิจหญิงระดับพันล้านที่สร้างกิจการขึ้นมาเองคนแรกของอเมริกา


Martha เป็นแม่แบบไอดอลของคนอเมริกัน จนกระทั่งเกิดเรื่องราวอันนำมาสู่ข้อขัดแย้งคือคดี ImClone เมื่อปี 2004

ImClone Systems เป็นบริษัทพัฒนายาด้านวิทยามะเร็ง (Oncology) บริษัทมีการวิจัยพัฒนายาตัวใหม่มาตลอด จนกระทั่งยาวิจัยตัวล่าสุดที่ชื่อ Erbitux ซึ่งคาดว่าจะเป็นดาวรุ่งที่ทำเงินให้บริษัท กลับถูกคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ไม่อนุมัติให้ใช้งานเมื่อปลายปี 2001 ทำให้หุ้นบริษัทร่วงลงถึง 16% ภายในวันเดียว

SEC หรือ กลต. สหรัฐฯ พบว่าซีอีโอของบริษัทตอนนั้น Samuel D. Waksal ได้ขายหุ้น ImClone มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ออกมาไม่กี่วันก่อนจะแจ้งผลอนุมัติยา รวมทั้งให้คนในครอบครัวขายหุ้นออกมา การตรวจสอบยังพบว่าผู้บริหารระดับสูงของ ImClone ต่างทยอยขายหุ้นออกมาก่อนการประกาศผล ทั้งหมดจึงถูกตั้งข้อหาใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้นหรือ Insider Trading กรณีนี้ก็คือชิงขายหุ้นก่อนเพราะรู้ว่าหุ้นจะร่วงนั่นเอง

คดีนี้ดังกว่าเดิมเพราะ SEC ได้กล่าวหาว่า Martha Stewart ก็มีความผิดฐานใช้ข้อมูลภายในด้วย Martha ไม่ได้เป็นผู้บริหารหรือบอร์ดของ ImClone เพียงแต่ Martha นั้นรู้จักสนิทกับซีอีโอ Waksal เป็นการส่วนตัว

Martha Stewart ได้ขายหุ้น ImClone ออกมาก่อนคำประกาศ FDA เพียง 1 วัน โดยหุ้นที่ขายออกมาคิดเป็นมูลค่า 230,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความมั่งคั่งของ Martha อย่างไรก็ตาม SEC มองว่า Martha ขายหุ้นเพราะ "รู้อะไร" จึงถือว่ามีความผิด

การ์ตูนล้อเลียนที่ออกมาตอนนั้น โดยมองว่า Martha ผิดเพราะ "โกหก"

กรณีของซีอีโอและผู้บริหารนั้นศาลตัดสินให้มีความผิดแบบไม่ซับซ้อน ซีอีโอ Samuel D. Waksal ถูกตัดสินในปี 2003 ให้จำคุก 7 ปี 3 เดือน และปรับเป็นเงิน 4 ล้านดอลลาร์

Martha Stewart ถูกฟ้องในข้อหาใช้ข้อมูลภายในเมื่อปี 2003 โดย Martha ได้ลาออกจากซีอีโอ Martha Stewart Living Omnimedia แต่ยังอยู่ในตำแหน่งบอร์ด ซึ่ง Martha ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าการขายหุ้นออกมานั้น มาจากคำแนะนำของโบรกเกอร์ และออร์เดอร์ก็ถูกวางไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์

ปัญหาคือโบรกเกอร์ที่ Martha ใช้นั้นเป็นเจ้าเดียวกับที่ซีอีโอ Waksal ใช้ คณะลูกขุนจึงมองว่า "รู้อะไร" ขณะที่กระแสสังคมตอนนั้นก็มีความเห็นที่แตกต่างไป ส่วนหนึ่งเพราะ Martha ถือเป็นคนดังของสังคมระดับแถวหน้าจึงมีผู้สนับสนุนอยู่มาก

คดีของ Martha Stewart เป็นที่ถกเถียงกันอยู่มากตอนนั้น เพราะหลักฐานที่ชัดเจนว่า "รู้" นั้นคลุมเครือ เพียงแต่พยานแวดล้อมบ่งบอกว่าการขายหุ้นน่าจะเป็นเพราะ "รู้" ข้อโต้แย้งหนึ่งที่ฟังดูคุ้นๆ บอกว่า Martha ขายหุ้นด้วยเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความร่ำรวยที่มี ต่อให้ขาดทุนหุ้นก้อนนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตจึงไม่น่ามองว่า การขายหุ้นนี้ทำเพราะรู้ว่าหุ้นจะตกเลยชิงขาย แต่เป็นแค่การขายธรรมดา

คณะลูกขุนมองว่าข้อมูลหลักฐานที่ออกมานั้น พิสูจน์ว่า Martha Stewart โกหกที่บอกว่าไม่รู้อะไรเลย ส่วนหนึ่งก็คือการผู้บริหาร ImClone แห่ขายหุ้นออกมา และ Martha ก็ขายตาม จึงถือว่าให้การเป็นเท็จต่อศาล ในปี 2004 จึงมีคำตัดสินให้จำคุก 5 เดือน กักบริเวณอีก 5 เดือน และปรับเป็นเงิน 30,000 ดอลลาร์ (จำนวนเงินที่จะขาดทุนหากไม่ขายหุ้น) ซึ่ง Martha ก็เข้าเรือนจำในช่วงปลายปีและปล่อยตัวต้นปี 2005 ซึ่งแรงสนับสนุนของคนรอบข้างและแฟนคลับ ก็ทำให้ Martha กลับมาทำบริษัทและมีผลงานออกมาต่อเนื่อง

อ้างอิง: CNN และ Covering Business


No comments: