2016/04/12

สรุปเนื้อหางาน Korat Tech Startup : Wongnai.com

ได้ไปฟังงานสัมมนา Startup ที่โคราช ซึ่งนานๆ จะมีมาจัดในเมืองสักครั้ง เพราะปกติมักจัดที่ มทส. คราวนี้มีพี่ยอด ซีอีโอ Wongnai.com เป็น speaker มาเล่าเรื่องราวของ Wongnai ซึ่งถือเป็นสตาร์ทอัพที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร มีการเพิ่มทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ มี Business Model ชัดเจน แถมปัจจุบันก็อยู่ในจุดที่ทำกำไรแล้ว รวมทั้งยังเติบโตต่อไปได้ สรุปเนื้อหาสำคัญได้ดังนี้



  • Wongnai ก่อตั้งโดยมี Yelp เป็นแนวทาง ซึ่งทีมงานใช้ Yelp กันตลอดเมื่อตอนเรียนอยู่อเมริกา จึงเข้าใจว่ามันสามารถเกิดในไทยได้
  • Yelp เป็นเว็บที่รีวิวทุกอย่าง และก็เป็นแนวทางในอนาคตของ Wongnai (ตอนนี้มี Wongnai Beauty แล้ว)
  • ในช่วงแรก ทีมก่อตั้งทุกคนทำงานประจำ (จบ Computer Engineering ทั้งหมด) แล้วพัฒนา Wongnai ในตอนกลางคืน จนเมื่อถึงจุดหนึ่งก็ลาออกมาทำเต็มตัวกันทุกคน
  • การลงทุนช่วงแรกเป็น Bootstrap ออกเงินเอง แต่อาศัยเงินจากลูกค้าส่วนหนึ่งที่ไหลเข้ามา เพราะฟองสบู่เว็บดีลในตอนนั้น
  • หากพบโอกาสว่าจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม และแน่ใจว่าถูกทาง ควรลงทุนเองไปก่อนเลย อย่ารอเงินจากนักลงทุนเพราะอาจช้าเกินไปแล้ว กู้ได้ก็ต้องกู้ ถ้าอดทนไหวสุดท้ายมันก็จะคืนทุนให้เรา
  • ปัญหาช่วงแรกของ Wongnai คือมีร้านน้อย คนรีวิวน้อย ก็อาศัยการใช้ข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มร้านในฐานข้อมูลให้มากที่สุดไปก่อน คนจะได้มีแรงจูงใจเขียนรีวิวมากขึ้น (ไม่ต้องมานั่งเพิ่มร้าน)
  • ช่วง 2012-2013 มีการเติบโตแบบ Hyper ทั้งจากการชนะ Pitching งาน Khun Seuk vs Samurai (ข่าว), การเติบโตของผู้ใช้งาน ผ่านแอพบนสมาร์ทโฟนที่กำลังบูมตอนนั้น และในปี 2013 ได้เพิ่มทุนจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นเจ้าของเว็บ HotPepper (ข่าว) พอปีต่อมากลุ่มทุนเดิมก็เพิ่มทุนให้อีก
  • ปัจจุบันมีพนักงาน Full-Time 80 คน โดยเป็นนักพัฒนา 15 คน ส่วนใหญ่เป็นเซลส์ และตั้งเป้าเพิ่มอีก 'หลายสิบ' ในปีนี้
  • พนักงานส่วนใหญ่อายุไม่ถึง 30 จึงเป็นองค์กร Gen-Y มีค่านิยมคือ Impact, Passion, Speed, Flexible ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิซทุกวัน มีสวัสดิการแปลกๆ แต่ถูกใจคนรุ่นนี้ เช่น ช่วยผ่อน iPhone ฯลฯ
  • ช่วงนี้เริ่มมาทำคอนเทนต์แนวทำอาหารทานเอง ก็ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่คือวัตถุดิบเพิ่มเข้ามา
  • แผนในอนาคต: ขยายสำนักงานในต่างจังหวัด (ตอนนี้มี 5 แห่ง), ขยายสิ่งที่จะรีวิว (Beauty เป็นรายได้ 10% แล้ว) และเพิ่มรายได้จาก O2O เช่น ขายดีล, จองโต๊ะ, ส่งอาหาร
  • ช่องทางสร้างการรับรู้ที่ดีที่สุด ยังเป็น Adwords, Facebook


No comments: