2016/05/08

Cost ของ On-Demand Startup

แนวทางการทำสตาร์ทอัพแบบหนึ่งที่นิยมกันมากคือ On-Demand Service เพราะเป็นการนำสิ่งที่มีอยู่ปัจจุบัน ผนวกเข้ากับบริการแบบทันท่วงที ซึ่งพวกแอพเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้

ช่วงที่ผ่านมามี On-Demand Startup ในต่างประเทศที่ไปไม่ถึงจุดและปิดตัวไป บทความใน Medium ของ Adam Price อธิบายมูลเหตุของเรื่องนี้ได้ดี เลยขอหยิบยกมาเขียนต่ออีกทีครับ

ภาพ Flickr: Dennis Yang

สิ่งแรกที่สำคัญคือ การ'อยู่รอด' ของสตาร์ทอัพก็คือทำแล้วมีกำไร ปัญหาของ On-Demand Startup คือ เมื่อสเกลถึงจุดหนึ่งมันอาจไม่ทำกำไรและเริ่มเข้าสู่การขาดทุน ซึ่งตรงข้ามกับโมเดลที่เรามักได้ยินกันว่า ขาดทุนก่อน ไปถึง Break-Even ค่อยทำกำไรจากมัน

สาเหตุเพราะ On-Demand Service ส่วนมากยังเป็นกิจกรรมที่พึ่งพิงแรงงานคน (Labor Intensive) ที่มีความเสี่ยงทั้งจากค่าแรงขั้นต่ำ การถูกดึงตัวจากธุรกิจอื่น การสอนงาน ซึ่งเป็น cost ซ่อนอยู่จำนวนมาก

อสมการของการอยู่รอดของ On-Demand Startup จึงเป็นสามส่วนคือ

(รายได้ต่อจำนวนงาน) x (ปริมาณงานต่อชั่วโมงทำงาน) > (ค่าแรงต่อชั่วโมงทำงาน)

ปัญหาคือรายได้ต่อจำนวนงาน เป็นอัตราที่คงตัว (Startup แนวนี้ส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยรายได้ fee ต่องาน ไม่ค่อยเป็น %) ค่าแรงก็เป็นส่วนคงตัว ฉะนั้นจะรอดหรือไม่จึงเป็นเรื่องของการบริหาร ปริมาณงานต่อชั่วโมง นั่นคือ Utilization ของคน

นี่จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมหลาย On-Demand Startup จึงมักเริ่มทำแค่ 1-2 เมือง (UberEATS ทำมาเกือบสองปีแล้ว ยังมีอยู่ 13 เมืองเท่านั้น) เพราะมีเมืองเดียว ก็บริหารประสิทธิภาพ Utlization ได้ง่าย แต่ถ้ามีหลายเมืองมันจะเริ่มไม่ง่าย และกลายเป็นที่ทำแล้วกำไรจะเริ่มกลายเป็นขาดทุน เพราะขนาดที่ใหญ่ไป


No comments: