2016/07/04

ALT - เอแอลที เทเลคอม

ALT บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นไอพีโอตัวล่าสุดที่จะเข้าตลาด SET (ตัวก่อนหน้านี้ที่เข้า SET คือ TPBI) ด้วยธุรกิจหลักคือการวางโครงข่ายโทรคมนาคม เน้นไปที่ลูกค้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก็น่าจะเป็นหุ้นกลุ่มวางระบบสื่อสารที่น่าสนใจ ซึ่งตลาดหุ้นก็มีหุ้นแนวนี้อยู่แล้วหลายตัว มาดูรายละเอียดของ ALT กันดีกว่า โดยข้อมูลทั้งหมดนำมาจากเอกสารไฟลิ่ง เวอร์ชันสุดท้าย




ธุรกิจของ ALT

ALT มีบริษัทแม่และบริษัทในเครือตามภาพด้านล่าง แต่สามารถสรุปการประกอบธุรกิจได้ 3 กลุ่มใหญ่คือ

  • ให้บริการสร้างสถานีฐาน ติดตั้ง และซ่อมแซมอุปกรณ์โทรคมนาคม (รายได้ 60% ณ ไตรมาส1'59)
  • จำหน่ายสินค้ากลุ่มโทรคมนาคม (รายได้ 40%)
  • ให้เช่า โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (ไม่มีรายได้ส่วนนี้ ตั้งแต่ปี 2557)



งานสร้างสถานีฐานและติดตั้งอุปกรณ์นั้น ตัว ALT บริษัทแม่จะเน้นทำให้บริษัทลูกค้ารายหนึ่ง (ไฟลิ่งไม่ระบุ แต่หากอ้างตามข่าวใน BizWeek ฉบับวันที่ 3 มิถุนายน ก็น่าจะเป็น AIS) และบริษัทลูก GTS รับงานลูกค้าอื่น ซึ่งงานนี้มีทั้งการสร้างสถานีฐานตามพื้นที่ ตลอดจนการสำรวจ-ติดตั้งอุปกรณ์ตามสถานที่ต่างๆ เช่น รถไฟฟ้า, ป้ายโฆษณา, ในอาคาร, ทางด่วน ฯลฯ และงานวางเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง

ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคม ก็มีทั้ง สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (ทำโดยบริษัทลูก I21), ตู้โทรคมนาคม, สายอากาศ ฯลฯ ส่วนธุรกิจสุดท้ายคือให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานฯ มีโครงการที่ดำเนินงานแล้วคือ ในนิคมฯ เหมราช (หยุดรับรู้รายได้), โครงข่ายตามแนวเสาโทรเลขรถไฟ และโครงการในอนาคตคือโครงข่ายในกรุงเทพฯ


งบการเงิน

ดูตามภาพเลย ข้อสังเกตคือบริษัทไม่มีหนี้ระยะยาว มีแต่หนี้สั้น


นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้เป็นโครงการตามสัญญา ในไฟลิ่งระบุ Backlog ที่รอรับรู้รายได้อีกดังนี้


ไอพีโอ

  • ALT ขายหุ้นเพิ่มทุน 25% คิดเป็น 250 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4.70 บาท ทำให้ Market Cap. วันแรกอยู่ที่ 4,700 ล้านบาท
  • หลังการเสนอขายกลุ่มครอบครัวผู้บริหารจะถือหุ้น 74.40%
  • เงินไอพีโอ จะนำไปชำระเงินกู้ยืม 600 ล้านบาท, ลงทุนโครงการเคเบิลใยแก้วตามแนวเสาโทรเลขรถไฟ 250 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินทุนหมุนเวียน
  • PE 23.5 เท่า (CSS 19.14 , SYMC 28.75 , PCA 22.44 , ILINK 22.37)
  • ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่เป็น FA และ ฟินันเซีย ไซรัส เป็นอันเดอร์ไรท์

ปิดท้ายเหมือนเช่นเคยครับว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ


No comments: