2017/03/13

EBITDA vs Operating Profit

ความเดิมตอนที่แล้วเขียนเรื่องค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ไป ก็เพื่อมาตอบคำถามนี้จากมิตรสหายท่านหนึ่งว่า Operating Profit กับ EBITDA ต่างกันยังไง?
คำตอบคือ EBITDA คือ Operating Profit ที่บวกกลับค่าเสื่อม-ค่าตัดจำหน่าย (Depraciation, Amortization : DA) เข้าไป คำถามต่อมาก็คือจะบวกกลับทำไม ดูอะไรกันแน่



เริ่มต้นด้วยวิธีรายงานงบกำไรขาดทุนก่อน Steps ในการรายงานนั้นโดยทั่วไปจะ รายงานกำไร 3 รอบแบบนี้

  • รายได้ ลบ ต้นทุน = กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
  • กำไรขั้นต้น ลบ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) = กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) บางทีก็เรียกว่า EBIT
  • กำไรจากการดำเนินงาน ลบ ดอกเบี้ย, ภาษี ฯลฯ = กำไรสุทธิ (Net Profit)

EBIT ย่อมาจากคำว่า Earning Before Interest and Tax ถ้าดูตามขั้นตอนการรายงานกำไรขาดทุน จะเห็นว่า Net นั้นต้องคิดดอกเบี้ยกับภาษี ซึ่งนักบัญชีมองว่าเป็นสองรายการนี้ที่ไม่ได้สะท้อนการดำเนินงานของกิจการ เลยให้แยกบรรทัด EBIT ขึ้นมาก่อนไปหา Net เพื่อให้เห็นภาพ

แต่ถึงอย่างนั้น EBIT ก็มีการหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ซึ่งไม่ใช่รายการเงินสด ตัวหลักก็คือค่าเสื่อมกับค่าตัดจำหน่าย จึงมีแนวคิดที่จะหาตัวเลขซึ่งสะท้อน ผลการดำเนินงานกิจการ โดยเอาเฉพาะรายจ่ายที่เป็นเงินและเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง จึงมีการกลับรายการ โดยเอาค่าเสื่อม (Depreciation) และค่าตัดจำหน่าย (Amortization) บวกคืนไป ออกมาเป็น EBITDA นั่นเอง (ซึ่งก็ย่อมาจาก Earning Before Interest, Tax, Depreciation and Amortization)

สาเหตุที่งบกำไรขาดทุนไม่สามารถแสดง EBITDA ได้เลย เพราะ D กับ A นั้นสามารถอยู่ในรูปรายจ่ายที่ปนอยู่ทั้งส่วนของ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายการขาย ถ้าจะแสดงก็ต้องแสดงแยกต่างหาก ในทีนี้จะยกตัวอย่างงบกำไรขาดทุนบริษัทหนึ่ง ในงบที่ยกมา จะเห็นว่ารายการ DA มีการหักทั้งสองช่วง


ในท้ายรายการก็มีการแสดง EBITDA โดยเอาบรรทัด Operating Profit (EBIT) มาบวก DA และรายการอื่นกลับเข้าไปได้ EBITDA จะเห็นว่าถ้าไม่มี DA ก็ได้คืนมาเยอะทีเดียว


EBITDA ช่วยสะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานในงวดที่รายงาน โดยตัดปัจจัยภายนอกและผลจากอดีต (ค่าใช้จ่าย DA เป็นผลจากการลงทุนในอดีต) ซึ่งสามารถใช้ประเมินกิจการได้ในอีกวิธีนั่นเอง


No comments: